ข่าว

ปณิธานเผยศอฉ.ชงครม.หน้าชี้ใช้ฉุกเฉิน-มั่นคง

ปณิธานเผยศอฉ.ชงครม.หน้าชี้ใช้ฉุกเฉิน-มั่นคง

30 มิ.ย. 2553

“ปณิธาน” ระบุยังไม่มีการยืนยันแกนนำเสื้อแดง - มือบึ้ม "ภท."อยู่ในเขมร ลั่นติดตามไม่หวั่นหากสมคบวางแผนก่อเหตุในประเทศ ฟุ้ง “ในปท.” ดูแลได้ดี ชี้คง “พ.ร.ก.ฉุกเฉิน” ต้องประเมินแต่ละพื้นที่ หากยกเลิก จนท.ทำงานหนัก พร้อม ใช้ “พ.ร.บ. มั่นคง” รองรับ “ศอฉ.” เตร

(30มิ.ย.) นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีผู้ที่ผู้ต้องหาลอบวางระเบิดพรรคภูมิใจไทย หนีคดีไปยังประเทศกัมพูชา ทางรัฐบาลมีการดำเนินการอย่างไร ว่า ตนเข้าใจว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ดำเนินการอยู่ เรื่องนี้ยังไม่มีการยืนยันที่ชัดเจน หน่วยงานที่ติดตาม ได้ติดตามอยู่ เนื่องจากว่าเป็นเรื่องภายนอกประเทศ ดังนั้นคนเหล่านี้อาศัยอยู่ในประเทศใดบ้างคงต้องรอให้สถานทูต และเจ้าหน้าที่ประสานงานกัน ก่อนหน้านี้ไม่มีการยืนยันอะไร

 ผู้สื่อข่าวถามว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ประสานกับทางประเทศกัมพูชาบ้างหรือไม่ เพราะมีรายงานข่าวว่าไปอยู่บ้านพักรับรองในประเทศกัมพูชา โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องไปถามกระทรวงการต่างประเทศ แต่ว่ารัฐบาลยังไม่ได้รับการยืนยันแต่อย่างใด

 ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลมีความเป็นห่วงหรือไม่ว่า หากกลุ่มคนดังกล่าวไปรวมกลุ่มกัน และจะมีการวางแผนก่อเหตุในประเทศไทยขึ้นอีก นายปณิธาน กล่าวว่า เราดูแลในพื้นที่บ้านเราได้ดีตามลำดับ คิดว่าสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย และสัปดาห์หน้ารัฐบาลคาดว่าจะมีการประกาศยกเลิก พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินบางพื้นที่ แต่ว่าคงต้องขึ้นอยู่กับการประเมินสถานการณ์ของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) แต่ว่าแนวโน้มที่จะมีการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีสูง แต่ว่ายืนยันให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกับฝ่ายปกครองในพื้นที่ ทำงานหากมีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพิ่มเติม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา ส่วนพื้นที่ที่ยังมีการเคลื่อนไหวอยู่จะต้องมีการคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินไว้ก่อน โดยเราคาดหวังว่า ในวันศุกร์ที่ 2 ก.ค.นี้ ศอฉ.จะสรุปรายงานทั้งหมด โดยวันจันทร์ที่ 5 ก.ค. คงจะเริ่มส่งรายงาน และวันอังคารที่ 6 ก.ค.คณะรัฐมนตรีจะสามารถตัดสินใจได้ในเรื่องของ พ.ร.ก. อย่างไรก็ตาม ในรายละเอียดของแต่ละจังหวัดว่ามีตัวแปร ความเคลื่อนไหวอย่างไรและมีความจำเป็นอย่างไร ที่หน่วยงานไหนต้องใช้เครื่องมืออะไรในการปฏิบัติหน้าที่ และสามารถดูแลสถานการณ์ได้แบบไหน จะมีรายละเอียดเยอะซึ่ง ครม.จะตัดสินใจตามรายงานนี้

 “การคงพ.ร.ก. ฉุกเฉินนั้นต้องดูว่า 1.ถ้าสถานการณ์คลี่คลายแล้วไม่เกิดเหตุการณ์จะใช้กฎหมายปกติได้ 2.ถ้ามีเหตุวินาศกรรมก็จะยังคงใช้ พ.ร.ก.ต่อไป 3. ถ้าสถานการณ์คลี่คลายคลแต่ยังไม่ปละปลาย อาจจะใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงและมีการเฝ้าระวังพื้นที่โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานที่ดูแลด้านความมั่นคงพิจารณา ว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์และปัญหาในแต่ละพื้นที่ด้วยว่าจะรุนแรงหรือไม่ โดย เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดูในเรื่องการใช้สื่อต่างๆที่ออกมาจับกุมผู้ก่อเหตุ ส่วนเจ้าหน้าที่ทหารจะดูในเรื่องของการใช้อาวุธ การก่อวินาศกรรม ทั้งนี้ในส่วนของภาคกลางและภาคอีสานบางส่วนหากสถานการณ์คลี่คลายอาจยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินได้ แต่หากบางจังหวัดมีความเข้มข้นอยู่ ต้องคงพ.ร.ก.ต่อไป

 ผู้สื่อข่าวถามว่า หากบางพื้นที่ที่ยกเลิก พ.ร.ก. มีแผนสำรองไว้อย่างไร นายปณิธาน กล่าวว่า หากมีการยกเลิกเลย ทางตำรวจและฝ่ายปกครองจะต้องทำงานกันมากขึ้นในการที่จะเฝ้าระวังและทำงานในลักษณะเชิงรุก แต่ถ้ามีความเคลื่อนไหวบ้างและยังต้องคงไว้กฎหมายบางอย่าง พ.ร.ก. ฉุกเฉินหรือ พ.ร.บ.ความมั่นคง โดย พ.ร.บ. ความมั่นคง บางส่วนที่เคยใช้ในการควบคุมพื้นที่
จำเป็นต้องมีการจัดระบบบ้าง และทาง ศอฉ. จะแนะนำเข้ามา ว่าจะจัดระบบอย่างไรภายในอาทิตย์นี้ โดยให้ ครม. ตัดสินใจอาทิตย์หน้า

ย้ำการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินในปท.คืบหน้า
 
 นายปณิธาน กล่าวถึงการตรวจสอบเงิน 4แสนล้าน และธุรกิจในต่างประเทศ ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ปรึกษาเศรษฐกิจรัฐบาลกัมพูชา และอดีตนายกรัฐมนตรี ที่นำเงินดังกล่าวมาทำการก่อเหตุในประเทศ ว่า กฎหมายในธุรกรรมทางการเงินของเรามีอยู่แล้ว สามารถตรวจสอบได้ในระดับหนึ่ง การตรวจสอบในประเทศ วันนี้ทำได้ดีและมีความคืบหน้าตามลำดับ เรายังไม่ค่อยได้ใช้กฎหมายเหล่านี้ในอดีตที่ผ่านมา โดยเฉพาะของหน่วยงานร่วมกันของ 13 หน่วยงาน เพราะฉะนั้นในการตรวจสอบการทำธุรกรรมความเคลื่อนไหวของปีที่แล้ว ทำได้ดี แต่การร่วมมือระหว่างประเทศ ข้ามพรมแดนจะมีกฎหมายอื่นๆที่เข้ามารองรับ ซึ่งกฎหมายบางตัว บางฉบับจะอยู่ในช่วงของการประสานงาน บางช่วงจะเป็นเรื่องของข้อตกลง แต่ว่ารัฐบาลอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ สามารถดูแลเรื่องเหล่านี้ได้ เพราะมีความเข้าใจร่วมกันในเรื่องของเครือข่ายข้ามชาติ ที่เป็นอาชญากรรมข้ามชาติ หรือธุรกรรมข้ามชาติที่จะโยงใยไป รัฐบาลก็สามารถขอความร่วมมือได้ แต่ ณ วันนี้การตรวจสอบจะเน้นการทำธุรกรรมภายในประเทศ

 ส่วนธุรกรรมต่างประเทศ จะต้องขยายผลต่อไปหลังจากการตรวจสอบในประเทศชัดเจนแล้ว แต่เครื่องมือและข้อตกลง โดยเฉพาะในประเทศอาเซียนเองจะมีข้อตกลงในเรื่องเหล่านี้อยู่พอสมควร แต่ขณะนี้ยังให้ความสำคัญกับเรื่องในประเทศอยู่