
"อภิสิทธิ์"เย้ย"นพดล"แจงสหรัฐเพื่อนาย
"นายกฯ" เย้ย "นพดล" แจงมะกันแค่รักษาผลประโยชน์นาย ปัดปรองดองซื้อเวลา แม้ยากก็ต้องทำ ไม่เสียกำลังใจที่ "เติ้ง" ปรามาส
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 30 มิ.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปให้ข้อมูลด้านการเมืองไทยกับทางการสหรัฐซึ่งจะเป็นข้อมูลที่ตรงข้ามกับฝ่ายรัฐบาลจะเป็นปัญหาหรือไม่ว่า คงไม่เป็นปัญหา เพราะความจริงคือความจริง และผ่านมาทางสหรัฐฯมีความเข้าอกเข้าใจดี สมาชิกสภาของสหรัฐฯมีความใกล้ชิดติดตามสนใจเรื่องราวของประเทศไทยได้ให้การสนับสนุนประเทศไทยอย่างเต็มที่
เมื่อถามว่าไม่คิดว่าจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดหรือเป็นการเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของไทยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "เขาต้องพยายามนำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์ของนายเขาอยู่แล้ว ผมมีหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของประเทศ ส่วนคุณนพดลจะรักษาผลประโยชน์ของนายเขาก็เป็นหน้าที่ของเขา ผมก็อยากให้เขามารักษาผลประโยชน์ของประเทศมากกว่า แต่เป็นเรื่องที่เขาเลือกเอง"
เมื่อถามว่า กลไกของรัฐที่จะดำเนินการรับมือเรื่องนี้เพียงพอหรือไม่ และจำเป็นต้องจ้างบริษัทประชาสัมพันธ์เพิ่มเติมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เวลานี้กลไกลที่มีทำงานเต็มที่แต่จริงๆแล้วประชาชนทุกคนสามารถช่วยได้ ปัจจุบันตนเห็นประชาชนที่ต้องการเห็นภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย ความเข้าใจที่ถูกต้องเผยแพร่ออกไปเขาก็แสดงออกได้หลายรูปแบบ ขณะนี้รัฐบาลวางกลไกแต่ละด้านอยู่โดยกระทรวงการต่างประเทศเป็นหลัก
ปัดปรองดองซื้อเวลาแม้ยากก็ต้องทำ
นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายบรรหาร ศิลปอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา ระบุว่ากระบวนการปรองดองแห่งชาติจะไม่มีวันสำเร็จได้ทั้งในชาตินี้และชาติหน้า ว่า ตนคิดว่ามันเป็นงานยากไม่มีใครปฏิเสธความยากของงาน มันยากแต่จำเป็นต้องทำ ตนมีหน้าที่
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯเสียกำลังใจกับคำพูดของนายบรรหารหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "ไม่หรอก จริงๆแล้วภาระของเรื่องนี้มันไม่ได้ตกอยู่กับรัฐบาลฝ่ายเดียว ขณะนี้มีหลายฝ่ายเข้ามาร่วมกันทำ มันเป็นภาระของทุกคนและถ้าไม่สำเร็จคนที่เดือดร้อนคือคนไทยทุกคน เป็นเรื่องที่เราต้องสร้างความตื่นตัวให้ทุกคนเข้าใจ ถ้าไปคิดว่าเป็นเรื่องยากแล้วไม่ต้องทำหรือปล่อยให้คนอื่นทำมันยิ่งไม่สำเร็จ เวลามันไม่สำเร็จไม่ต้องเป็นห่วงเพราะรัฐบาลสามารถทำงานไปตามปกติได้ แต่สิ่งที่จะเดือดร้อนคือประชาชน หากงานปฏิรูปงานปรองดองไม่สำเร็จจะกระทบงานทุกงาน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชน ประชาชนเองจะเดือดร้อนขึ้น
เมื่อถามว่าปัญหาคือแม้แต่ผู้ใหญ่ในพรรคร่วมรัฐบาลอย่างนายบรรหารยังไม่เข้าใจ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงไม่ใช่ไม่เข้าใจ คิดว่าจากประสบการณ์ของท่านคงเป็นเรื่องยากมาก แต่เรามีหน้าที่ที่ต้องทำให้ได้ ตนคิดว่าในช่วง 4-5 เดือนข้างหน้าจะมีความชัดเจนในกระบวนการปฏิรูปปรองดองเพราะกลไกเริ่มเดินแล้ว แต่ขึ้นอยู่กับบรรยากาศความร่วมมือความเอาจริงเอาจังเอาใจใส่ของผู้ที่เกี่ยวข้อง นายอานันท์ ปันยารชุน ประธานคณะกรรมการปฏิรูปมีความพร้อมเต็มที่
เมื่อถามว่านายบรรหารบอกว่าจะปรองดองจะเกิดขึ้นได้ต้องยอมทุกอย่างในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่หรอก นั่นไม่ใช่แนวคิดของเราในเรื่องการไปยอม ตนย้ำไปแล้วเรื่องปรองดองไม่ใช่เป็นเรื่องไปปรองดองกับใคร เป็นเรื่องการปรองดองที่จะทำให้เกิดขึ้นกับสังคมในภาพรวม
เมื่อถามว่ามีการมองว่าการตั้งกรรมการปฏิรูปปรองดองต่างๆขึ้นมาเป็นการซื้อเวลาของรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ได้ซื้อเวลา ตั้งหรือไม่ตั้งอายุรัฐบาลก็เท่าเดิม การทำงานต่างๆก็เหมือนเดิมเพียงแต่เรากำลังบอกกับสังคมว่าปัญหาในช่วง 2-3 เดือนหรือ 2-3 ปีที่ผ่านมาถ้าไม่คิดจริงจังถึงงานในโครงสร้าง หรืองานที่มันเกินอายุรัฐบาลหรือนายกฯคนนั้นคนนี้ เราจะอยู่ในวังวนอย่างนี้ไปเรื่อยซึ่งคิดว่าคนไทยไม่ควรยอมอย่างนั้น ตนคิดว่าคนไทยอยากให้บ้านเมืองมีการเปลี่ยนเดินไปข้างหน้าพ้นจากวงจรนี้ไปสักที ดังนั้นก็ต้องทำ มันไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับรัฐบาลว่าจะอยู่หรือไม่อยู่ ซื้อเวลาหรือไม่ซื้อเวลา รัฐบาลจะอยู่จะไปคณะกรรมการปฏิรูปฯก็ทำงานได้อยู่แล้วไม่เกี่ยวกันเลย



