ข่าว

ฟรีตลอดชีวิต...ชีวิตใคร?

ฟรีตลอดชีวิต...ชีวิตใคร?

30 มิ.ย. 2553

พาดหัวหนังสือพิมพ์ข่าวคราวใหญ่วันนี้ก็คือคำว่าประชานิยมของ รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อคณะรัฐมนตรีประกาศต่ออายุรถไฟฟรี รถเมล์ฟรีและยังอัดงบประมาณ 25,000.-พันล้านเพื่อจะลดค่าครองชีพ 6 เดือน

 หนีไม่พ้นว่าถูกมองว่านี่เป็นการเตรียมสมัครรับเลือกตั้งจะเป็นต้นปีหน้าหรือกลางปีหน้า สำหรับพรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่

 คำว่า "ประชานิยม" กับ "รัฐสวัสดิการ" 2 คำนี้กำลังเป็นที่เฝ้ามองจับตาว่าแตกต่าง เหมือนกันอย่างไรหรือไม่

 มาตรการขยายเวลาให้ประชาชนได้นั่งรถไฟหรือรถเมล์ฟรีตลอดชีพ คำว่าตลอดชีพนั้นจะต้องตีความว่าตลอดชีพของใคร ตลอดชีพรัฐบาลนี้ หรือตลอดชีพประชาชนผู้มีสิทธิ์ แน่นอนจะต้องมีการมองต่ออีกว่ากลุ่มคนที่ได้ประโยชน์นั้นเป็นคนกรุงหรือเป็นชาวชนบทกันแน่

 แต่คำว่า ประชานิยม ความหมายนั้นหมายถึงรัฐบาลแจกฟรีเพื่อให้ได้เสียงจากประชาชน

 คำว่า "รัฐสวัสดิการ" หมายถึงการที่รัฐบาลจะดูแลทุกข์สุขของประชาชนตั้งแต่เกิดจนตาย แต่ต้องมีการแลกกัน นั่นแปลว่าจะต้องหารายได้มาทำ แปลว่าต้องขึ้นภาษี

 ประชานิยม จะพยายามหลีกเลี่ยงการพูดถึงการขึ้นภาษี เพราะไม่ต้องการให้ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลมาขูดเลือดกับปู แต่หนีไม่พ้นไม่ว่าจะเป็นประชานิยม หรือรัฐสวัสดิการ การแจก แถม และให้สิ่งต่างๆ ประชาชนฟรีนั้น ต้องมีใครจ่ายสักคน ท้ายที่สุดไม่ใช่นักการเมืองจ่ายแน่ คนที่จ่ายนั้นก็คือประชาชนนี่เอง 

 ฉะนั้นทั้งหมดนี้ รัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ ต้องออกมาชี้แจงให้ชัดว่ามาตรการช่วยเหลือประชาชนเพื่อที่จะให้ลดความเดือดร้อนนั้นฟังดูดีและสมควรทำ แต่จะต้องบอกด้วยว่าเงินทองเหล่านี้จะเอามาจากไหน ถ้าบอกว่าไม่ขึ้นภาษี หรือจะพูดถึงการลดภาษีด้วยซ้ำไปเพื่อจะกระตุ้นเศรษฐกิจ คำถามที่หนีไม่พ้นก็คือว่าใครในท้ายที่สุดจะต้องเป็นคนจ่ายมาตรการประชานิยม หรือรัฐสวัสดิการนี้

 และรัฐบาลไหนที่ไม่โปร่งใสตั้งหน้าตั้งตาที่จะลับ ลวง พราง เพียงเพื่อจะชนะเลือกตั้งคราวหน้าเท่านั้น จะเป็นรัฐบาลที่ท้ายที่สุดจะต้องถูกเปิดโปงว่าใช้ประชานิยม คือใช้ภาษีประชาชนเพียงเพื่อให้ตัวเองได้ชัยชนะในการเลือกตั้งเท่านั้น บทเรียนยุคทักษิณมีให้เห็นชัดเจน

 ยุคอภิสิทธิ์จะใช้คำว่า "สวัสดิการ" แต่ใช้วิธี "ประชานิยม" เห็นจะไม่ได้

สุทธิชัย หยุ่น