ข่าว

จากญี่ปุ่นถึงสหรัฐยุทธการโลกล้อมไทย

จากญี่ปุ่นถึงสหรัฐยุทธการโลกล้อมไทย

01 ก.ค. 2553

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้ต้องหาก่อการร้ายและนักโทษหนีคุกกำลังเปิดเกมรุกบนเวทีการเมืองโลกและแย่งชิงพื้นที่สื่อทั้งไทยและเทศอีกครั้งหนึ่ง เห็นได้ชัดจากการที่นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ได้เดินทางไปสหรัฐ พร้อมกับให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนต่างประเทศที่กรุงวอช

 ที่น่าสังเกตก็คือการเดินทางไปกรุงวอชิงตันดีซีของนายนพดลครั้งนี้ มีขึ้นช่วงเดียวกับที่รัฐสภาอเมริกันกำลังจะออกมติสำคัญสองเรื่อง คือ สนับสนุนการใช้วิธีเจรจาเพื่อแก้ปัญหาทางการเมืองในไทย รวมถึงสนับสนุนเป้าหมายตามแผนสร้างความปรองดองหรือโรดแม็พของนายกรัฐมนตรี แต่การสนับสนุนไม่รวมถึงเนื้อหาในโรดแม็พ

 ถึงแม้ว่านายนพดล จะให้สัมภาษณ์ว่าการเดินทางครั้งนี้เป็นไปตามคำเชิญของคนที่รักและสนใจปัญหาของประเทศไทย แต่เชื่อได้ว่าผู้ที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงอยู่เบื้องหลังรวมทั้งเป็นผู้นัดหมายนักวิชาการ นักคิด สื่อมวลชน รวมถึงเจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติของสหรัฐ ให้มาพบปะพูดคุยกับนายนพดลก็คือนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความและล็อบบี้ยิสต์ชื่อดังชาวแคนาดา เจ้าของสำนักงานกฎหมายระดับโลก อัมสเตอร์ดัม แอนด์ พีร็อฟฟ์ ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณได้ว่าจ้างให้เป็นที่ปรึกษากฎหมายส่วนตัวและเป็นที่ปรึกษาทนายของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)

 นายอัมสเตอร์ดัมได้อาศัยจุดเด่นของตัวเองในฐานะที่เป็นล็อบบี้ยิสต์และมีสายสัมพันธ์อันดีกับสื่อยักษ์ใหญ่อาทิ หนังสือพิมพ์เอเชียวอลสตรีท เจอร์นัล วอชิงตันโพสต์ สถานีข่าวและสำนักข่าวตะวันตก มาเป็นเครื่องมือในการเปิดแนวรุกเพื่อย้อนรอยสิ่งที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้กระทำมาก่อนหน้า

 โดยก่อนหน้านี้เพียงสองสัปดาห์ นายอภิสิทธิ์ได้ส่งนายเกียรติ สิทธิอมร ประธานผู้แทนการค้าไทยไปเยือนกรุงวอชิงตันเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับเหตุรุนแรงรวมทั้งแผนปรองดอง ให้รัฐบาลและสมาชิกรัฐสภาสหรัฐได้รับทราบ

 ระหว่างนั้นนายเกียรติให้ความเห็นว่า การแทรงแซงจากสหรัฐไม่ว่าในรูปแบบใด ไม่อาจช่วยแก้ไขความตึงเครียดทางการเมืองได้ หนำซ้ำยังอาจทำให้สถานการณ์ทวีความซับซ้อนมากขึ้น

 แต่ในช่วงใกล้ๆ กันนั้น นายอัมสเตอร์ดัมกลับให้สัมภาษณ์ที่ญี่ปุ่นรวมทั้งโพสต์ข้อความลงในเว็บไซต์โจมตีรัฐบาลไทยว่า ไม่มีความน่าเชื่อถือและไม่เหมาะสมที่จะทำหน้าที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการสอบสวนเหตุการณ์การประท้วงที่ผ่านมา

 ความเป็นล็อบบี้ยิสต์มืออาชีพ ทำให้นายอัมสเตอร์ดัมรู้จักฉกฉวยโอกาสทองช่วงที่รัฐสภาอเมริกันกำลังจะออกมติสำคัญสองเรื่องเกี่ยวกับประเทศไทย จัดการให้นายนพดลเดินทางไปสหรัฐทันที อย่างน้อยเพื่อล็อบบี้ ส.ส.ส่วนหนึ่ง ให้เห็นชอบกรณีที่สหรัฐจะเข้ามาแทรกแซงการเมืองไทย

 ถึงขั้นเสนอให้ใช้รูปแบบเดียวกับคราวแทรกแซงการเมืองในฮอนดูรัส ซึ่งสหรัฐสามารถกดดันให้รัฐบาลเฉพาะกาลของฮอนดูรัสยอมให้ประธานาธิบดีมานูเอล เซลายา ที่ถูกทหารยึดอำนาจเมื่อปีที่แล้วจนต้องหนีไปลี้ภัยที่ประเทศเพื่อนบ้านซึ่งเป็นพันธมิตรกับสหรัฐ ได้เดินทางกลับประเทศและจัดเลือกตั้งขึ้นใหม่ ทั้งที่ ศาลสูงสุดของฮอนดูรัสได้สั่งปลดนายเซลายาออกจากตำแหน่ง เพราะทำผิดรัฐธรรมนูญ กรณีพยายามจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เปิดช่องให้ตนสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 3

 ว่าไปแล้ว รัฐบาลไทยก็ไม่ควรประมาทฝีมือของนายอัมสเตอร์ดัม เพราะถ้าขืนนิ่งนอนใจว่าได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐ สหภาพยุโรปและนานาประเทศ เห็นได้จากการไม่ประณามรัฐบาลกรณีสลายการชุมนุมประท้วงของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ราชประสงค์ เพียงแค่เรียกร้องให้อดทนอดกลั้นและใช้การเจรจาเป็นเครื่องมือยุติความขัดแย้ง นายอัมสเตอร์ดัมก็อาจจะใช้ยุทธการเจาะทะลวงผ่าน ส.ส.บางกลุ่มให้ไปกดดันรัฐบาลอีกต่อหนึ่ง

 เปรียบแล้วก็เหมือนกับปลวกมอดที่เจาะไชและบ่อนเซาะความน่าเชื่อถือของรัฐบาลลงไปเรื่อยๆ จากญี่ปุ่น สหรัฐ ก็อาจรุกคืบไปก่อกระแสที่ยุโรป ทำให้รัฐบาลไทยต้องคอยตามไปชี้แจงถึงสถานการณ์ที่เป็นจริง แต่เป้าหมายสำคัญที่สุดของการเคลื่อนไหวครั้งนี้ คือให้ทักษิณมีที่ยืน

บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์