ข่าว

ยุบลเผยปฏิรูปสื่อฟังความเห็นทางทวิต-เฟซบุ๊ค

ยุบลเผยปฏิรูปสื่อฟังความเห็นทางทวิต-เฟซบุ๊ค

30 มิ.ย. 2553

"ยุบล" เผยการปฏิรูปสื่อจะใช้วิธีรวบรวมความคิดเห็นจากองค์กรวิชาชีพและผู้ปฏิบัติงานในวิชาชีพสื่อ และส่งนักศึกษาลงพื้นที่เก็บข้อมูลจากชาวบ้านในพื้นที่ รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นผ่านทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ค และประชาชนที่อยู่ในลักษณะ social network ระบุ วางกรอบการทำง

 (30มิ.ย.) ร.ศ.ดร.ยุบล เบ็ญจรงค์กิจ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ และประธานคณะทำงานการปฏิรูปสื่อ กล่าวถึงแนวทางการปฏิรูปสื่อ ว่า ตามที่ได้รับมอบหมายมาจากนายกฯ ซึ่งพูดชัดเจนว่านายกมีความคิดที่จะทำงานร่วมกันระหว่างกลุ่มนักวิชาการและองค์กรวิชาชีพ และต้องการให้มีการคุยกันเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานของสื่อ ดังนั้นงานที่คณะทำงานตนจะนำมาทำ คือ คณะนิเทศศาสตร์  จุฬาฯ จะทำงานร่วมกับองค์กรวิชาชีพสื่อและผู้ปฏิบัติงานในวิชาชีพสื่อ โดยการประชุมเพื่อที่จะประมวลข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ จะมีการเข้าไปสัมภาษณ์ กลุ่มผู้ปฏิบัติงานในองค์กรสื่อ ทั้งผู้สื่อข่าว บรรณาธิการ คอลัมนิสต์  ผู้ผลิตรายการสื่อโทรทัศน์ ทีมวิเคราะห์ข่าวเพื่อที่จะเข้าไปสัมผัส หาแนวคิดและหาข้อสรุป หาข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์

  " การรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย ก็เพื่อที่จะให้การทำงานการข่าว การสื่อสาร มีประสิทธิภาพและคุณภาพยิ่งขึ้น โดยเราต้องมั่นใจได้ว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ ไม่นำพาประเทศไปสู่ทิศทางที่แย่กว่าเดิม การส่งเสริมประชาธิปไตยมันทำให้คนในสังคมได้มีโอกาสร่วมกันเสนอสิ่งที่เขาคิดหรือสิ่งที่เขารู้ แล้วก็จะมีคนมาแสดงความคิดเห็นมารับฟัง สิ่งเหล่านี้จะต้องเกิดกับสังคม  รับฟังความคิดเห็นจากองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ องค์กรคุ้มครองผู้บริโภค องค์กรเฝ้าระวังทั้งหลายว่าคิดอย่างไร และท้ายที่สุดผู้บริโภคคิดอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นประชาสังคมที่เอ็กทีฟที่ส่งความคิดเห็นของตนผ่านเว็บบอร์ดหรือทวิตเตอร์  เฟสบุ๊คตลอดเวลา ท้ายที่สุดประชาชนที่อยู่ในลักษณะ social network คิดอย่างไร และตนก็ไม่ได้อยู่ในรูปของคณะกรรมการ เพราะคำว่าคณะกรรมการเป็นการออกกฎเกณฑ์ระเบียบ เป็นการทำมติ เป็นการอนุมัติ  แต่สิ่งที่เราทำอยู่ คือ การรวบรวมข้อมูลแล้วประสานให้ โดยการเสนอความคิดเห็นที่รวบรวมได้แล้วส่งไปยังรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลเขามีคน มีกลไกอยู่ ก็ดำเนินการไป" อ.ยุบล กล่าว

          ต่อข้อถามที่ว่า มีแนวคิดที่จะลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นประชาชนด้วยหรือไม่  ประธานคณะทำงานการปฏิรูปสื่อ กล่าวว่า  เราพยายามไปที่องค์กรสื่อต่างๆ ส่วนชาวบ้านในพื้นที่นั้น เราจะมีทีมนิสิตนักศึกษาปริญญาโทลงไปเก็บข้อมูล แต่ถ้าเป็นกลุ่มวิชาชีพชุมชนหรือกลุ่มวิชาชีพท้องถิ่น  โทรทัศน์ท้องถิ่น เราจะมีทีมที่เป็นนักวิจัยของเราลงไปสัมภาษณ์ พุดคุยกันว่าสถานการณ์ที่เขาทำงานอยู่ เขาประสบปัญหาและยังขาดอะไร เขาต้องการแบบไหน และรับฟังความคิดเห็นต่างๆมา ซึ่งเราก็รับฟังและนำไปประมวล ซึ่งพยายามให้ทั่วถึง กลุ่มที่เป็นกลุ่มใหญ่มากๆ เป็นsocial network เราจะทำแบบสอบถามโพสลงในเว็บไซด์ของเรา และจะลิงค์ไปที่เว็บอื่นๆเช่นเว็บพันธุ์ทิพย์ หรือกระปุก ที่มีคนเข้ามาดูค่อนข้างมาก และเข้ามาตอบแสดงความคิดเห็น

   อ.ยุบล ยังกล่าวถึงปัญหาการแทรกแซงสื่อ ว่า  สื่อทุกประเภททั้งในอดีตและปัจจุบันมีการถูกแทรกแซงอยู่ ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม  ดังนั้นสิ่งที่จะแก้ปัญหาได้ คือ โครงสร้างแบบไหน จะสร้างภูมิคุ้มกันให้สื่อทั้งของรัฐและของเอกชน สามารถที่จะต้านทานกับแรงกดดันและการแทรกแซงได้ ซึ่งในปี 2546และ 2547 ทางทีดีอาร์ไอ ได้ทำการวิจัยเรื่องปัญหาการแทรกแซงสื่อเอาไว้  ซึ่งเราก็จะเอาบางส่วนของทีดีอาร์ไอมาทำต่อ โดยทีดีอาร์ไอได้พูดถึงโครงสร้างของสื่อ ที่จะเป็นภูมิคุ้มกันให้การครอบงำและการแทรกแซงสื่อทำได้ยากและยังมีข้อเสนอให้มีกลไกติดตามปัญหาการแทรกแซงสื่อซึ่งจะอยู่ในรูปขององค์กรอิสระ นอกจากนี้จะมีการขอรายงานจากอาจารย์วรากรณ์ สามโกเศศ ที่เคยทำวิจัยในเรื่องการปฏิรูปสื่อและเรื่องของช่อง 11 เอาไว้

   "สำหรับกรอบระยะเวลาการทำงานของเรานั้น เนื่องจากนายกฯอยากได้ก่อนปีใหม่ เราจึงวางไว้ว่าจะทำให้เสร็จภายในเดือนตุลาคมคือประมาณ 3 เดือน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย ซึ่งตอนนี้ก็มีการตอบรับจากหลายฝ่ายเป็นอย่างดี"    อ.ยุบล กล่าว