ข่าว

"อนุกก.แก้รธน.ฯ"วางกรอบประชุมสัปดาห์วันละ5วัน

"อนุกก.แก้รธน.ฯ"วางกรอบประชุมสัปดาห์วันละ5วัน

30 มิ.ย. 2553

"อนุกก.แก้รธน.ฯ"วางกรอบประชุมสัปดาห์วันละ 5 วัน ภายใน 2 ด. มั่นใจน่าได้ข้อสรุป พร้อมเปิดกว้างให้ปชช.เสนอความเห็น

  (30มิ.ย.)  ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 09.00 น. นายสมบัติ ธำรงธัญญวงศ์ ได้ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาเเนวทางการเเก้ไขรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอขอวงคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองเเละศึกษาการเเก้ไรฐธรรมนูญครั้งที่2/2553

  ภายหลังการประชุม นายวุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการคณะกรรมการพิจารณาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์ แถลงผลการประชุมคณะกรรมการพิจารณาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์ ว่า มีการการแบ่งคณะทำงานออกเป็น 3 ชุด คือ 1.คณะอนุกรรมการพิจารณาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะแก้ไขใน 6 ประเด็น คือ1. การทำหนังสือสัญญาที่ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา 2. การดำรงตำแหน่งทางการเมืองของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 3.การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา 4.ที่มาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 5.ที่มาของสมาชิกวุฒิสภา และ 6. การยุบพรรคการเมือง

 โดยคณะกรรมการชุดนี้จะพิจารณาในกรอบ 2 เรื่องคือ หลักการและแนวทางในข้อเสนอ 6 ประเด็น ซึ่งวิธีการในการแก้ไขรัฐธรรมนูญจำเป็นต้องมี โดยในชุดคณะกรรมการดังกล่าวประกอบด้วย นายศักดา ธนิตกุล เป็นประธานอนุกรรมการ และ นายเจษฎ์ โทณะวณิก เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ ทั้งหมดจะใช่ระยะเวลาในการดำเนินงาน ให้แล้วเสร็จประมาณเดือนกันยายน 53 สำหรับคณะทำงานจะมีการประชุม ทุกเย็นวันจันทร์ ตั้งแต่เวลา 18.00 - 20.00 น. เป็นระยะเวลาประมาณ 2 เดือน

 นายวุฒิสาร แถลงต่อว่า คณะกรรมการชุดที่ 2 คือ อนุกรรมการวิเคราะห์กรอบโครงสร้างรัฐธรรมนูญเพื่อการปฏิรูปการเมือง โดยมี นายแสวง บุญเฉลิมวิภาส เป็นประธานอนุกรรมการ และนายเธียรชัย ณ นคร เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ โดยคณะอนุกรรมการฯ ได้เห็นชอบกรอบแนวทางการดำเนินงานวิเคราะห์กรอบโครงสร้างรัฐธรรมนูญเพื่อการปฏิรูปการเมืองไทย 2 ด้าน คือ ก้านการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมือง และด้านการปรับปรุงกระบวนการยุติธรรม

 นายวุฒิสาร กล่าวว่า สำหรับเรื่องนี้จะเป็นการพูดนอกเหนือจาก 6 ประเด็น ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าจะปฏิรูปกรอบโครงสร้างของรัฐธรรมนูญในระยะยาว เรื่องระบบการเมือง หรือกระบวนการยุติธรรม ที่อาจจะเห็นว่าไม่เป็นธรรม ว่าจะทางออกอย่างไร โดยกรอบการทำงานชุดนี้จะพิจารณาโครงสร้างใหญ่ของระบบงาน

 นายวุฒิสาร แถลงต่อว่า คณะทำงาน ชุดที่ 3 คือ คณะอนุกรรมการการมีส่วนร่วมกับประชาชนในการสร้างความเข้มแข็งของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีนาย ไชยา ยิ้มวิไล ประธานอนุกรรมการและ นายทวี สุรฤทธิกุล อนุกรรมการและเลขานุการ โดยจะกำหนดให้มีช่องทางการสื่อสารรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องผ่านช่องทาง 1111 ตลอดจนมีแนวคิดที่จะเปิดเว็บไซต์<http://www.thaipolreform.go.th/> (อยู่ระหว่างการตรวจสอบโดเมนเนม)และตู้ปณ. 1ปณฝ. ทำเนียบรัฐบาล แขวง สวนจิตรดา เขตดุสิต กทม. 10302

 นายทวี กล่าวเสริมว่า “การทำงานเราค่อนข้างที่จะหนักใจในการทำหน้าที่ตรงนี้เพราะจะต้องเร่งรัด 6 ประเด็นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องทำออกมาให้เสร็จก่อน โดยที่ประชุมกรรมการได้ให้เวลา ในการรับความคิดเห็นและรวบรวมกลับมาให้ได้ภายใน 1 เดือนครึ่ง ซึ่งประมาณ 25 สิงหาคม 53 คงจะมีการความคืบหน้าในเรื่องของประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็น ส่วนงานโครงสร้างจะต้องประสานคณะชุดทำงานที่ 2 ที่จะต้องดำเนินการต่อไปให้เสร็จภายใน 3เดือน และนอกจากนั้นในภาพรวมที่จะต้องทำต่อไปต้องดำเนินการต่อไปด้วย”

 นายวุฒิสาร กล่าวต่อว่า การพิจารณาคณะอนุกรรมการที่จะทำงานในเรื่องของการมีส่วนร่วมกับประชาชน 2 เรื่องคือ เรื่องการสื่อสาร การแก้ไขปฏิรูปการเมืองและ เรื่องการสร้างความเข้มแข็งในระบอบประชาธิปไตย สำหรับกรอบการทำงานหลักคือ การสื่อสารกับประชาชนเพื่อรับฟังความคิดเห็นและสื่อสารความเห็นของคณะกรรมการชุดนี้ทั้งหมด อย่างไรก็ตามการทำงานของคณะกรรมการชุดใหญ่ทั้งหมดจะประชุม 2 สัปดาห์ต่อครั้งเพื่อรวบรวมข้อมูลในการแก้ไขปัญหา และคาดว่าทุกอย่างจะแล้วเสร็จภายในเดือน ตุลาคม 2553

 ผู้สื่อข่าวถามว่าคณะกรรมการมีเวลาทำงานภายในกรอบระยะเวลา 1 เดือนครึ่งจะเพียงพอหรือไม่ นายวุฒิสาร กล่าวว่า ในระยะเวลา 1 เดือนครึ่ง น่าจะเห็นภาพ ข้อเสนอ และความเห็นของคณะทำงานแล้ว ว่าในแต่ละประเด็นที่เรียบเรียงมาจะมีข้อเสนอในทางที่คณะกรรมการชุดนี้จะเสนออย่างไรต่อรัฐบาล ใน 6 ประเด็นดังกล่าว ดังนั้นภายใน 2 เดือนแรก เราวางงานไว้ 10 สัปดาห์ ซึ่งการประชุม น่าจะจบลงได้ ในแต่ละครั้งจะหยิบยกประเด็น ในเรื่องของมาตรานั้นมาพูดกัน และดูข้อดีข้อเสีย ว่าประเด็นปัญหาแท้จริงคืออะไร คิดว่าภายใน 2เดือน อย่างน้อยจะมีข้อสรุปในเรื่องที่ไม่ซับซ้อนซึ่งน่าจะจบลง