
เทือกยันยังไม่ยกเลิกพรก.ฉุกเฉินพื้นที่กทม.
สุเทพยัน กทม.เป็นพื้นที่ล่อแหลม ยังไม่ยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน รับศอฉ.ระงับธุรกรรมการเงินแต่ช่วยได้ระดับหนึ่ง แต่กลุ่มเคลื่อนไหวยังมีช่องทางอื่นส่งท่อน้ำเลี้ยงให้ก่อเหตุได้ รับการข่าวแจ้งกลุ่มก่อเหตุหนีคดีซุกเขมร รับจนท.ติดตามอยู่ แต่พูดมากไม่ได้ เกรงกระท
(30มิ.ย.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯด้านความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงการเปลี่ยนเอาพรบ.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน มาใช้แทนพรก.ฉุกเฉิน ว่า จริง ๆ แล้วยังไม่มีการตัดสินใจ ทั้งหมดนี้เราจะประเมินกันตามรายงานของผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบแต่ละฝ่าย ซึ่งมีทั้งกระทรวงมหาดไทย ตำรวจแห่งชาติ และฝ่ายกองทัพ รวมถึงฝ่ายข่าวที่จะมาพิจารณาร่วมกัน และเมื่อประเมินสถานการณ์ทั้งหมดแล้วและเห็นว่าจังหวัดไหนที่จะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้โดยกฎหมายปกติ ก็มีความเป็นไปได้ที่จะยกเลิกพรก.ฉุกเฉิน และยังไม่มีความคิดที่จะใช้มาตรการอื่นมาทดแทน
ผู้สื่อข่าวถามว่าอย่างในพื้นที่กทม.สมควรที่จะต้องคงไว้หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ในศอฉ.ยังไม่ได้พูดคุยกัน แต่ความคิดของตนคิดว่าในพื้นที่กทม.ยังมีความจำเป็น แต่ทั้งนี้ก็คงต้องรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย เมื่อถามว่าที่บอกว่าในพื้นที่กทม.ยังมีความจำเป็นนั้นดูจากอะไร นายสุเทพ กล่าวว่า “ต้องยอมรับว่าพื้นที่กทม.มีความล่อแหลม ถ้าเรารีบร้อนที่จะยกเลิก มันก็มีโอกาสที่ฝ่ายที่เขาจ้องรอเวลาอยู่ จะออกมาสร้างปัญหาได้ ขณะนี้รายงานข่าวที่มีมาทุกวัน จะมีความเคลื่อนไหว จับกลุ่มกันโดยอ้างเรื่องทำบุญบ้าง เรื่องงานเลี้ยงบ้าง แต่ก็ใช้โอกาสนั้นมาชุมนุมกัน มีการปลุกระดมกัน ซึ่งก็ถือว่ายังเป็นปัญหาอยู่”รองนายกฯ กล่าว
เมื่อถามว่าการสอบท่อน้ำเลี้ยงของดีเอสไอและปปง.ขณะนี้ไม่สามารถสกัดกั้นคนกลุ่มนี้ได้เลยใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ก็ได้ในระดับหนึ่ง เท่าที่ดูการจ่ายเงินมาหลายช่อง ผู้จ่ายเงินกลุ่มหนึ่งอาจจะสำหรับการทำกิจกรรมบางอย่าง แต่ขณะนี้กลุ่มที่รุนแรงก็ยังมีช่องทางรับเงินทางด้านอื่นอยู่ ซึ่งก็ต้องติดตามกันต่อไป ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นคนที่อยู่ในประเทศไทยทั้งนั้น และตนก็ต้องหาพยานหลักฐานให้ชัดเจนเพื่อดำเนินคดีกันต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมศอฉ.ไม่ทดลองยกเลิกสักจังหวัดหนึ่งก่อนว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ในการประชุมสัปดาห์หน้าก็จะตัดสินใจแล้ว อย่างไรก็ตามการที่คนจะมีความคิดเห็นทางการเมืองถือเป็นเรื่องปกติ แต่การทำร้ายประเทศชาติโดยการสร้างความวุ่นวาย ก่อเหตุร้ายทั้งหลาย อย่างนี้ไม่ว่าประเทศไหนก็ยอมไม่ได้ เมื่อถามว่าคิดว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่อาจจะมีการยกระดับความรุนแรงมากกว่าที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน นายสุเทพ กล่าวว่า ตนก็ไม่อยากพูดอะไรให้ตื่นตกใจกันไปมากกว่านั้น แต่ตนมีหน้าที่ป้องกัน และถ้าเกิดเหตุขึ้นก็ต้องมีหน้าที่จับกุม ปราบปราม ดำเนินไปตามคดี
ผู้สื่อข่าวถามถึงเหตุยิงถังน้ำมันที่กองพลาธิการทหารบก ที่มีการไปพบรถจักรยานยนต์จอดทิ้งไว้ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนคงไม่พูดอะไรให้มันสับสนไปมากกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะอาจจะมีข้อสงสัยกันไปได้เรื่อย ๆ ก็ฝากความหวังไว้ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจในการติดตามคนร้ายมาให้ได้เพื่อจะได้มีความชัดเจน
เมื่อถามว่ามีรายงานออกมาหรือไม่ว่าเป้าหมายคือจุดไหนที่เขาจะก่อเหตุ นายสุเทพ กล่าวว่า เท่าที่เราประเมิน ฝ่ายคนร้ายจ้องที่จะปฏิบัติต่อสถานที่ ที่ทำแล้วดูว่าเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องสำคัญ และต้องการให้คนเห็นว่ารัฐบาลไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ซึ่งการทำคราวนี้ก็เหมือนกับเหตุการณ์ต้น ๆ ก่อนที่จะมีการชุมนุมใหญ่เขาก็ทำอย่างนี้ เมื่อถามว่าเป็นห่วงหรือไม่ว่าหลังหลังฤดูทำนา หรือหลังจากช่วงบอลโลกจบเหตุการณ์อาจจะมีการก่อเหตุขึ้นมาใหม่ รองนายกฯ กล่าวว่า อย่าไปคาดการณ์อะไรในทางร้าย แต่รัฐบาลมีหน้าที่รักษาบ้านเมือง ดังนั้นประชาชนเห็นความเคลื่อนไหวอะไรก็ช่วยบอกกัน
ผู้สื่อข่าวถามถึงคนร้ายที่หลบหนี้ไปยังประเทศกัมพูชา มีความพยายามที่จะประสานกับทางกัมพูชาในการขอตัวหรือเข้าไปจับกุมหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนพยายามหาลู่ทางอยู่ แต่อย่าเพิ่งถามว่าติดขัดตรงไหน หรือจะมีโอกาสสำเร็จหรือไม่ แต่ความพยายามเป็นเรื่องของเรา ซึ่งตนพยายามหาลู่ทางอยู่ เมื่อถามว่ามีข่าวว่าคนที่หลบหนีคดีในประเทศไทยหนีไปอยู่ที่บ้านพักรับรองของนายกฯกัมพูชา ทั้งหมด ในส่วนของรัฐบาลจะมีการประสานกับทางสมเด็จฮุนเซนในเรื่องนี้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เรายังไม่เห็นชัดว่าเขาไปอยู่ที่ไหน อย่างไร
“ เรื่องอย่างนี้สื่ออาจจะพูดได้ แต่ผมเป็นรัฐบาลก็คงพูดไม่ได้ เพราะเดี๋ยวก็จะกระทบกระเทือนไมตรีกัน เรื่องนี้ต้องระมัดระวัง ผมเป็นรองนายกฯ ถ้าผมบอกว่าคนร้ายหลบหนีไปอยู่ที่กัมพูชา ทางกัมพูชาเขาก็จะโวยวายเอาได้ว่าเราไปกล่าวหาเขา ก็จะทำให้เสียหายและเสียไมตรี ดังนั้นคำถามอย่างนี้ผมคงตอบไม่ได้ แต่ถ้าบอกว่าเป็นการข่าวที่ระบุมาว่าอยู่ในจุดเดียวกันนั้น ผมก็บอกได้ว่ามีผู้ต้องสงสัยว่าเป็นคนสำคัญในการก่อเหตุ หนีออกไปจากชายแดนประเทศไทย แต่คงไม่สามารถตอบได้ว่าไปอยู่ที่เดียวกันหรือไม่ แต่สิ่งที่เป็นปัญหาและน่าเป็นห่วงคือคนกลุ่มนี้อาจจะสมคบคิดกันเพื่อมาก่อเหตุในประเทศไทยอีก เราจึงต้องระมัดระวังต่อไป”รองนายกฯ กล่าว
เมื่อถามว่ากลุ่มคนที่หลบหนีไปกัมพูชา รวมถึงนาย อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายด้วยหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า การข่าวว่าอย่างนั้น



