
ทางหลวงแจงโครงการสะพานข้ามแม่น้ำนนทบุรี
กรมทางหลวงชนบท แจง โครงการสะพานข้ามแม่น้ำจ.นนทบุรี ไม่ได้เอื้อประโยชน์ ชิโนไทย ยัน ได้เปิดโอกาสให้บริษัทรับเหมาทั่วโลกเข้ามาเสนอตัวก่อสร้าง
(30มิ.ย.) การประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2554 จำนวน 2.07 ล้านล้านบาท ได้มีพิจารณางบประมาณของกระทรวงคมนาคมในส่วนของกรมทางหลวงชนบทจำนวน 20 , 768 , 483 , 500 ล้านบาท ทั้งนี้ประเด็นที่ กมธ.ให้ความสนใจมากที่สุด คือ โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณถนนนนทบุรี 1 จำนวน 3.7 พันล้านบาท
โดยนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร กมธ.ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดทำไมการก่อสร้างโครงการนี้ไม่มีการแบ่งสัญญากับผู้รับเหมาก่อสร้าง เป็น 3 สัญญา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการล็อคสเปคบริษัทที่จะเข้ามาดำเนินการก่อสร้าง แต่กรณีนี้กลับกำหนดให้มีการทำสัญญากับผู้รับเหมาเพียงสัญญาเดียว
นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า ที่สำคัญบริษัทผู้รับเหมา ที่ผ่านการพิจารณา คุณสมบัติเบื้องต้น (พีคิว) จำนวน 4 ราย ได้แก่ 1. กิจการร่วมค้า ST ( บมจ. ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น และ บจ.ไทเซอิ คอร์ปอเรชั่น) 2. บริษัท คาจิม่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด 3. บริษัท ไชน่าเรลเวย์นัมเบอร์ไฟฟ์ 4. กิจการร่วมค้า ITD-SMCC ( บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ และ บจ.สุมิโตโม มิตซุย คอนสตรัคชั่น) ซึ่งล้วนเป็นบริษัทที่มีสัญชาติญี่ปุ่นแทบทั้งสิ้น จึงอยากทราบว่ามีทำไมถึงมีแต่บริษัทญี่ปุ่นที่ผ่านการพิจารณา
“ มีความจำเป็นอะไรที่ต้องดำเนินการใช้เงินกู้จากองค์การความร่วม มือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (ไจก้า) ประมาณ 2.6 พันล้านบาท เพราะตอนนี้รัฐบาลไทยเองก็มีการกู้เงินมาทำโครงการจะทำให้เป็นการสร้างภาระ ให้กับประเทศมากเกินไป แต่ถ้าจะสร้างจะมีเทคโนโลยีอื่นๆหรือไม่ที่จะช่วยประหยัดงบประมาณได้มากกว่า นี้เหมือนกับการสร้างสะพานพระราม 5 เป็นต้น ” นายยุทธพงศ์ กล่าว
นายวิชาญ คุณากูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท ชี้แจงว่า งบประมาณที่ใช้ในโครงการนี้แบ่งเป็นเงินนอกงบประมาณ 2,657,200,000 ล้าน บาท เงินงบประมาณ 1,138,800,000 บาท ซึ่งเงินงบประมาณมีการอนุมัติผูกพันตั้งแต่ปี 2553-2556 ขณะที่เงินนอกงบประมาณจะมาจากการกู้เงินจากไจก้าเป็นหลัก รูปแบบของการก่อสร้างสะพาน ขนาด 6 ช่องจราจร เป็นสะพานคานขึง หรือ extradosed ความยาวสะพานรวม 460 เมตร ระยะห่างเสาตอม่อ 200 เมตร ซึ่งการก่อสร้างในรูปแบบสะพานคานขึงถือว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดสำหรับการ ก่อสร้างสะพานของโลกที่มีต้นทุนในการก่อสร้างถูกกว่าแบบเก่า
นายวิชาญ กล่าวว่า โครงการนี้ไม่ได้มีการล็อคสเปคตามที่มีการตั้งข้อสังเกตโดยยืนยันที่ผ่านมา ทางกรมทางหลวงชนบทได้มีการเปิดโอกาสให้บริษัทที่มีความสามารถในการก่อสร้าง สะพานในรูปแบบคานขึงเข้ามายื่นซองประกวดราคาทั่วโลก แต่ส่วนตัวก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงไม่มีการเสนอเข้ามา ยกเว้นบริษัทสัญชาติญี่ปุ่น ขณะเดียวกันการก่อสร้างโครงการนี้เราเองไม่ได้ปิดกั้นบริษัทของไทยในการเข้า มามีส่วนร่วมกับการก่อสร้าง โดยบริษัทไทยสามารถเข้ามาร่วมในลักษณะกิจการร่วมค้า หรือ Joint Venture ได้
“ สำหรับการไม่แบ่งสัญญาเป็น 3 สัญญา หรือ หลายสัญญาไม่ได้เป็นการเอื้อประโยชน์ให้ใครแต่ที่ต้องทำเพราะป้องกันปัญหาใน การควบคุมเวลาในการก่อสร้าง เนื่องจากถ้าแบ่งเป็นหลายสัญญาให้กับแต่ละบริษัทผู้รับเหมาหากมีบริษัทใด บริษัทหนึ่งดำเนินการก่อสร้างล่าช้าจะส่งผลกระทบโดยรวมต่อการก่อสร้างให้ล่า ช้าไปด้วยกันทั้งหมด ” นายวิชาญ กล่าว
จากนั้น กมธ.ยังได้ให้ความสนใจสอบถามถึงความคืบหน้าในการดำเนินการโครงการถนนไร้ผุ่น ของรัฐบาลพร้อมกับสอบถามมีหลักเกณฑ์อย่างไรเพื่อให้มีการกระจายโครงการนี้ไป ตามภูมิภาคอย่างเป็นธรรม
นายวิชาญ กล่าวว่า ยืนยันการดำเนินการโครงการนี้ยึดหลักความเป็นธรรมและความจำเป็นอย่างแน่นอน เพราะกรมทางหลวงชนบทเล็งเห็นประโยชน์ที่ประชาชนและเกษตรกรจะได้รับจาก โครงการนี้ ซึ่งตอนนี้กรมทางหลวงชนบทได้มีการลงพื้นที่สำรวจถนนที่ยังมีสภาพเป็นลูกรัง ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบทพบว่าตอนนี้มีถนนที่เป็น สภาพลูกรังอยู่ประมาณ 3 พันกิโลเมตร ซึ่งทางกรมจะเร่งดำเนินโครงการให้เป็นถนนไร้ฝุ่นต่อไป



