
"สเปน"เฉือน1-0"ยุ่น"พ่ายจุดโทษ3-5
"กระทิงดุ"สเปน เล่นแน่นอนกว่าเฉือนชนะ"ฝอยทอง"โปรตุเกส 1-0 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2010 ด้าน"ซามูไร"ญี่ปุ่น พ่ายจุดโทษ ปารากวัย หลังเจ๊าใน 120 นาที 0-0 ขณะที่ "แซมบ้า" บราซิล มั่นใจทีมกำลังลงตัวในการลุ้นแชมป์หลังโชว์ฟอร์มสุดเฉียบ
ศึกฟุตบอลโลก 2010 เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน เป็นเกมในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่สนาม กรีน พอยท์ เมืองเคปทาวน์ "กระทิงดุ" สเปน ลงสนามพบ "ฝอยทอง" โปรตุเกส โดยเกมนี้ บิเซนเต เดลบอสเก ไม่เปลี่ยนแปลงทีมจากชุดที่ชนะ ชิลี หลังจาก ซาบี อลอนโซ ฟิตจากอาการบาดเจ็บกลับมา ขณะที่ โปรตุเกส ปรับเอา ฮูโก อัลเมยดา ลงมาเล่นกองหน้าร่วมกับ คริสเตียโน โรนัลโด้ และ ซิเมา ซาโบรซา
เริ่มเกมมาในช่วง 10 นาทีแรก สเปน เปิดเกมรุกชนิดไม่ให้ โปรตุเกส ได้ตั้งตัว นาทีแรก เฟอร์นันโด ตอร์เรส กระชากบอลตัดจากทางซ้ายมายองจะให้เข้าเสาสองแต่ เอดูอาร์โด พุ่งปัดเอาไว้ทัน ก่อนที่อีก 2 นาทีต่อมาเป็น ดาวิด บีญา ที่ลากตัดมากับ ตอร์เรส ก่อนจะยิงเต็มๆ เอดูอาร์โด ต้องออกแรงปัดอีกครั้ง และนาทีที่ 7 บีญา ลากบอลเข้าเขตโทษทางซ้าย และตัดสินใจยิงเสาแรก แต่ก็ยังติด เอดูอาร์โด อีก
โปรตุเกส มามีลุ้นครั้งแรกนาทีที่ 20 ตีอาโก เมนเดส ได้จังหวะสับไกยิงจากระยะ 25 หลา อิเคร์ กาซิยาส ปัดบอลลอยกำลังจะเข้าประตู แต่ กาซิยาส ยังตามไปปัดออกมาอีกจังหวะ และนาทีที่ 28 คริสเตียโน โรนัลโด้ ได้จังหวะยิงฟรีคิกจากระยะ 35 หลา บอลพุ่งเข้ากรอบ กาซิยาส รับบอลหลุดออกมาแต่ไม่มีใครเข้าซ้ำทัน จบครึ่งแรกยังเสมอกันอยู่ 0-0
ครึ่งหลัง สเปน ยังครองเกมได้นาทีที่ 61 หวุดหวิดได้ประตูนำจากบอลเปิดทางขวาของ เซร์คิโอ รามอส เฟอร์นันโด ยอเรนเต ที่เปลี่ยนลงมาแทน เฟอร์นันโด ตอร์เรส ได้พุ่งโหม่งจากระยะแค่ 6 หลา แต่ เอดูอาร์โด ยังปัดทิ้งไปทัน แต่อีก 3 นาทีต่อมา สเปน ก็ได้ประตูนำจนได้ ซาบี เอร์นันเดซ ดีดบอลจังหวะเดียวให้ ดาวิด บีญา หลุดเข้าเขตโทษจังหวะแรกยิงไปติด เอดูอาร์โด แต่ยังตามซ้ำเช็ดคานเข้าไปเป็น 1-0
นาทีที่ 70 กระทิงดุ เกือบได้ประตูห่างออกไปอีก รามอส ลากบอลขึ้นทางขวาก่อนล็อกมายิงในเขตโทษแต่ เอดูอาร์โด ปัดบอลหลุดออกเสาไกลหวุดหวิด และนาทีที่ 89 โปรตุเกส ต้องเสียเปรียบหนักไปอีกเมื่อผู้ตัดสินให้ใบแดง ริคาร์โด คอสตา จบเกม สเปน จึงเฉือนชนะไปหวุดหวิด 1-0 เข้ารอบไปพบ ปารากวัย ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
โปรตุเกส - เอดูอาร์โด, ริคาร์โด คอสตา, ริชาร์โด คาร์วัลโญ, บรูโน อัลเวส, ฟาบิโอ คอนเทรา, ติอาโก เมนเดส, เปเป้ (เปโดร เมนเดส น. 72), ราอูล เมยเรเลส, ซิเมา ซาโบรซา (เลียดสัน น. 72), คริสเตียโน โรนัลโด้, ฮูโก อัลเมยดา (แดนนี น. 59)
สเปน - อิเคร์ กาซิยาส, เซร์คิโอ รามอส, คาร์เลส ปูโยล, เคราร์ด ปีเก, โจน คัปเดบิลา, ซาบี อลอนโซ (คาร์ลอส มาร์เชนา น. 90), เซร์คิโอ บุสเกต์ส, ซาบี เอร์นันเดซ, อันเดรา อิเนสตา, ดาวิด บีญา (เปโดร โรดริเกซ น. 88), เฟอร์นันโด ตอร์เรส (เฟอร์นันโด ยอเรนเต น. 59)
ที่สนามลอฟตัส เวอร์สฟิลด์ เมืองพริทอเรีย ปารากวัย แชมป์กลุ่ม เอฟ ลงสนามพบ "ซามูไร" ญี่ปุ่น อันดับ 2 กลุ่ม อี โดยเกมนี้ เกราร์โด มาร์ติโน กุนซือปารากวัยปรับเกมด้วยการส่ง เอ็ดการ์ เบนิเตซ กับ ลูคัส บาร์ริออส กลับมาเป็นตัวจริง ขณะที่ ทาเคชิ โอกาดะ โค้ชญี่ปุ่นไม่มีการปรับเปลี่ยนผู้เล่นจากเกมรอบแรก 3 นัด
เริ่มเกมขึ้นมา ญี่ปุ่น เน้นการตั้งรับเป็นหลักเหมือนเดิมทำให้ ปารากวัย ต้องพยายามอย่างหนักในจังหวะเจาะเข้าทำ จนนาทีที่ 21 ลูคัส บาร์ริออส ได้จังหวะพลิกบอลเข้าไปยิงในเขตโทษ แต่จิ้มบอลไปติดขา ไอจิ คาวาชิมา ก่อนที่นาทีต่อมา ญี่ปุ่น ได้ลุ้นบ้างจากการยิงไกลของ ไดสึเกะ มัตสึอิ บอลผ่านมือ ฮุสโต บีญาร์ ไปแล้วแต่บอลชนคานออกหลังไป และก่อนหมดครึ่งแรก 5 นาทีโอกาสเป็นของญี่ปุ่นอีกครั้ง เคซึเกะ ฮอนดะ ได้ยิงเหน่งๆ ที่หน้าเขตโทษแต่บอลพุ่งเฉี่ยวเสาไป จบครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 0-0
เข้าครึ่งหลัง ปารากวัย ทำเกมเร็วขึ้นทำให้มีลุ้นมากขึ้นเรื่อยๆ นาทีที่ 59 เคลาดิโอ โมเรล เปิดบอลจากทางซ้ายให้ คริสเตียน ริเบรอส โฉบโหม่งแต่บอลไปตรงตัว คาวาชิมา ขณะ ญี่ปุ่น ก็กลับมาลุ้นนาทีที่ 62 ยาสึฮิโตะ เอ็นโดะ เปิดลูกเตะมุมให้ มาร์คัส ตูลิโอ ทานากะ โขกเต็มๆ แต่บอลก็หลุดกรอบไป จากนั้นเกมสูสีกันจนทำอะไรไม่ได้จบ 90 นาที ยังเสมอกัน 0-0
ช่วงต่อเวลา ปารากวัย ได้โอกาสทองนาทีที่ 97 เนลสัน บัลเดส พลิกบอลหลุดเข้าเขตโทษแต่จังหวะจิ้มยิง คาวาชิมา ยังออกมาขวางได้ทัน จบ 120 นาทีก็ยังเสมอกัน 0-0 ต้องตัดสินกันต่อด้วยการยิงจุดโทษ ซึ่งเป็น ปารากวัย ที่ชนะไป 5-3 โดย ยูอิจิ โคมาโนะ ของญี่ปุ่นเป็นคนพลาดยิงชนคาน
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
ปารากวัย - ฮุสโต บีญาร์, คาร์ลอส โบเนต์, อันโตลิน อัลคาราซ, เปาโล ดาซิลวา, เคลาดิโอ โมเรล, คริสเตียน ริเบรอส, เนสเตอร์ ออร์ติโกซา (เอ๊ดการ์ บาร์เรโต น. 75), เอ็นริเก เบรา, โรเก ซานตาครูซ (ออสการ์ คาร์โดโซ น. 94), เอ็ดการ์ เบนิเตซ (เนลสัน บัลเดส น. 60), ลูคัส บาร์ริออส
ญี่ปุ่น - ไอจิ คาวาชิมา, ยูโต นางาโตโม, ยูจิ นากาซาวา, มาร์คัส ตูลิโอ ทานากะ, ยูอิจิ โคมาโน, ยูกิ อาเบะ (เคนโง นากามุระ น. 81), มาโคโต ฮาเซเบะ, ไดสึเกะ มัตสึอิ (ชินจิ โอคาซากิ น. 65), ยาสึฮิโต เอนโดะ, โยชิโต โอคุโบะ (เคอิจิ ทามาดะ น.. 106), เคซึเกะ ฮอนดะ
เกราร์โด มาร์ติโน โค้ชทีมชาติปารากวัย ยอมรับว่าจุดแตกต่างที่ทำให้ทีมผ่าน"ซามูไร" ญี่ปุ่น เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลกด้วยการดวลจุดโทษหลังจากเสมอใน 120 นาที 0-0 เป็นเพราะทีมมีโชคมากกว่า ทำให้ทีมได้เข้ารอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
"มันเป็นครั้งแรกที่ทีมจาก ปารากวัย เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้ และก็เหมือนกันหากว่า ญี่ปุ่น ทำได้ ผมคิดแค่ว่าเรามีโชคในช่วงยิงจุดโทษ นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้แตกต่าง ตอนเราดูถึงแนวทางการเล่นของผู้เล่น ความสามัคคีที่พวกเขาแสดงออกมา พวกเขาได้เขียนประวัติศาสตร์ขึ้นมา ทั้งสองทีมเป็นไปในทางเดียวกัน บางทีเกมนี้อาจจะไม่ใช่เกมที่ผู้คนอยากเห็นนัก แต่ผมไม่คิดว่าจะมีทั้งสองทีมจะถูกตำหนิ" มาร์ติโนกล่าว
ขณะที่ ทาเคชิ โอกาดะ โค้ชทีมชาติญี่ปุ่น มองว่าผลงานของทีมเล่นกันอย่างน่าพอใจแล้ว และผู้เล่นไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องไปรับผิดชอบถึงความล้มเหลว
"จากสิ่งที่เราเล่น ผมไม่เสียใจอะไรเลย นักเตะเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม ผมภูมิใจกับมันจริงๆ พวกเขาเป็นตัวแทนของ ญี่ปุ่น เช่นเดียวกับเอเชียทั้งทวีป และพวกเขาก็สู้จนหยดสุดท้าย ผมไม่สามารถทำให้พวกเขาชนะได้ นั่นเป็นความรับผิดชอบของผม ผมยังทำงานได้ไม่ดีพอ" โอกาดะกล่าว
ด้านคาร์ลอส ดุงกา กุนซือ "แซมบ้า" บราซิล เผยหลังเกมที่เอาชนะ ชิลี ขาดลอย 3-0 ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลกว่าเป็นฟอร์มที่สุดลงตัวของทีม และจากคุณภาพของนักเตะบราซิเลี่ยน ทำให้เกมออกมามีคุณภาพ ขณะที่เกมกับ ฮอลแลนด์ ในรอบต่อไป แม้ว่าจะเป็นทีมที่แข็งแกร่ง แต่ทีมของตัวเองก็กำลังเล่นกันได้ดี
"วันนี้เป็นเกมที่สาวยงามน่าดู ชิลี อยากเล่นเกมรุกด้วย พวกเขาเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งทีมหนึ่ง เพราะว่านักเตะของพวกเขาไม่เคยหยุดวิ่ง แต่บราซิลก็สามารถจัดการได้ และเล่นอย่างสมดุลในเกม เมื่อเราได้บอล เราก็เคลื่อนบอลได้อย่างรวดเร็ว คุณภาพของนักเตะบราซิเลี่ยนทำให้มันง่ายขึ้น ทีมกำลังเล่นในสไตล์ตัวเองได้อย่างลงตัวแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนตัวผู้เล่นไปบ้าง ตอนนี้เราต้องเจอกับเกมที่ยากลำบากอีกนัดในการพบ ฮอลแลนด์ ที่ยังเล่นในสไตล์ของพวกเขาและมีนักเตะที่ดี เทคนิคสูง" ดุงกากล่าว
หวั่นเรื่องกาก้าโดนใบเหลือง
นอกจากนี้ ดุงกา ยังมองว่าการโดนใบเหลืองของ กาก้า ในเกมนี้อาจจะส่งผลเสียกับทีมได้ เพราะหากโดนใบเหลืองในเกมกับฮอลแลนด์ จะติดโทษแบนในรอบรองชนะเลิศทันที แม้ว่าจะเคยได้คุยกับตัวของ กาก้า ไปแล้วตั้งแต่ตอนเริ่มทัวร์นาเมนต์ว่าให้ระวังตัว แต่ก็คงต้องย้ำกันให้ชัดเจนอีกครั้ง



