
ไฟเขียวยุทธศาสตร์ระบายข้าวรัฐย้ำให้กระทบราคาในประเทศน้อยที่สุด
ครม.ไฟเขียวยุทธศาสตร์ระบายข้าวในสต็อกรัฐ ลดภาระเก็บข้าว ย้ำให้กระทบราคาข้าวในประเทศน้อยที่สุด ระบุทำได้ทั้งการขายแบบรัฐต่อรัฐ เปิดเอกชนเสนอซื้อ และขายผ่านตลาดล่วงหน้า พร้อมอนุมัติโครงการประกันรายได้ข้าวโพดปี 2553/2554 ที่ กก.ละ 7.14 บาท
นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ที่ผ่านมา ได้รับทราบยุทธศาสตร์ระบายข้าวสารตามโครงการแทรกแซงของรัฐ โดยให้ระบายข้าวสารในสต็อกของรัฐบาลตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ซึ่งกำหนดให้เป็นหน้าที่ของคณะอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าวสาร ที่จะกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีตามยุทธศาสตร์ด้วยความระมัดระวัง คำนึงถึงผลกระทบต่อราคาตลาด โดยให้คณะทำงานระบายข้าวสารเป็นผู้ดำเนินการ และเสนอประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาข้าวสารอนุมัติก่อนรายงานประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) หรือรองประธาน กขช.ก่อนลงนามกับคู่สัญญา
ทั้งนี้ กรอบยุทธศาสตร์ระบายข้าวสารดังกล่าว มีเป้าหมายระบายข้าวให้กระทบราคาในประเทศน้อยที่สุด ลดภาระเก็บสต็อกข้าว ลดภาระขาดทุนของภาครัฐ และรักษาส่วนแบ่งตลาดข้าวไทยในตลาดโลก จึงได้กำหนดแนวทางระบายข้าวสาร เช่น ต้องเกิดประโยชน์สูงสุด รัฐบาลเลือกระบายข้าวทั้งข้าวสารและข้าวเปลือก โดยพิจารณาความต้องการของตลาด เปิดกว้างให้ระบายทั้งข้าวเพื่อส่งออกและจำหน่ายในประเทศ คำนึงถึงราคาที่เหมาะสม เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหญ่และรายเล็กเสนอราคาได้ทั่วถึง
ขณะที่การระบายข้าวสามารถดำเนินการได้หลายแนวทาง เช่น ในรูปจีทูจี หรือรัฐต่อรัฐ เปิดโอกาสให้เอกชนปรับปรุงข้าวในสต็อกรัฐบาลเพื่อส่งมอบ เพราะเอกชนมีความคล่องตัวและส่งมอบข้าวได้ตามเงื่อนไขผู้ซื้อ เปิดให้ผู้สนใจเสนอปริมาณและราคาที่ต้องการซื้อ โดยรัฐบาลกำหนดเกณฑ์ราคาพื้นฐาน รวมทั้งเสนอขายข้าวในตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย (เอเฟต) ส่วนปริมาณระบายข้าวพิจารณาภาวะตลาดและจังหวะเวลาที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบราคาในประเทศ โดยคำนึงถึงภาวะ "ไพรซ์ ลีดเดอร์" ของไทยในตลาดโลก
นายวัชระ กล่าวอีกว่า ครม.ยังเห็นชอบให้ดำเนินมาตรการแทรกแซงตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปี 2553/2554 ด้วยวิธีประกันรายได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2553/2554 กำหนดราคาประกันความชื้น 14.5% กก.ละ 7.14 บาท ใช้เกณฑ์ต้นทุนเฉลี่ยทั้งประเทศ (5.46 บาทต่อ กก.) บวกค่าขนส่ง (0.25 บาทต่อ กก.) และผลตอบแทนเกษตรกร 25% (1.43 บาทต่อ กก.) ส่วนเกษตรกรรายครัวเรือนใช้สิทธิรับเงินส่วนต่างราคาประกันได้ไม่เกินครัวเรือนละ 20 ตัน คิดเป็นพื้นที่ปลูก 25-30 ไร่
ก่อนหน้านี้ ที่ประชุมครม.เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ได้มีมติเห็นชอบให้การระบายข้าวในสต็อกของรัฐบาล เป็นหน้าที่พิจารณาของคณะอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าวสาร ซึ่งจะพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตามยุทธศาสตร์ รวมถึงปริมาณการจำหน่ายด้วยความระมัดระวัง และต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อภาวะราคาตลาด และให้คณะทำงานดำเนินการระบายข้าวสาร เป็นผู้ดำเนินการ



