
ศอฉ.สั่งฟันแม้วเพิ่มเบี้ยวแจงท่อน้ำเลี้ยง
ศอฉหวั่นแกนนำแดงรวมตัวป่วนหลาย จว. สั่งฟัน ทักษิณ เพิ่ม ฐานเบี้ยวไม่ส่ง ผู้แทน แจงส่งท่อน้ำเลี้ยงหนุนแดง โยน ตร.จัดการสรุปคดีบึ้มถังน้ำมัน ทบ. ชี้หากบึ้มอีก เตรียมขนทหารออกช่วยรักษาความสงบ สุเทพ สั่งตำรวจ 17 กองร้อย เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง 40 จุดทั่
(29มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) เป็นประธานในการประชุม โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง โดยใช้เวลาในการหารือประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที โดยในที่ประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รายงานความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนจากพยานกรณีเหตุการณคนร้ายยิงจรวด อาร์พีจี เข้าใส่ถังน้ำมันเชื้อเพลิงของกรมพลาธิการทหารบก จ.นนทบุรี
เรื่องนี้ทางกองทัพบกมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ดำเนินการ และเป็นผู้ชี้แจงความคืบหน้าผลการสอบสวนเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น ส่วนกรณีที่อาจจะนำกำลังทหารเข้าไปช่วยตำรวจในการดูแลรักษาความปลอดภัยต่าง ๆ นั้น ขณะนี้ ศอฉ.เห็นว่า ยังไม่ถึงขั้นที่จะนำทหารออกมา โดยจะมอบให้ตำรวจในพื้นที่ต่าง ๆรับผิดชอบก่อน แต่หากเกินกำลังของตำรวจ หรือในอนาคตเกิดเหตุวินาศกรรมอีก ก็อาจจะมีการพิจารณานำลังทหารส่วนหนึ่งออกมาช่วยตำรวจ
แหล่งข่าวในที่ประชุม เปิดเผยว่า ในที่ประชุมได้หารือถึงเหตุการณ์การเคลื่อนไหวในต่างจังหวัด และการลอบวางเพลิงศาลากลางจังหวัดต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้มีรายงานข่าวจากหน่วยข่าวร่วม ศอฉ. และหน่วยข่าวของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) พบว่า แกนนำในพื้นที่ในหลายจังหวัดยังมีการรวมตัวในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งนี้ นายสุเทพ ได้สั่งการ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในการติดตามเฝ้าระวังในพื้นที่เสียง 40 จุดทั่วกรุงเทพมหานคร เพราะเกรงว่าจะมีกลุ่มที่ไม่หวังดีต่อสถานการณ์บ้านเมืองใช้จังหวะที่ทาง ศอฉ.พิจารณายกเลิก พรก.ฉุกเฉิน ฉกฉวยทำให้เกิดความวุ่นวาย ทั้งนี้เบื้องต้นจะมีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 17 กองร้อย ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย
ขณะที่ในพื้นที่ต่างจังหวัด ก็ให้ทางตำรวจภูธรแต่ละภาคไปสั่งการให้ทุกสถานีจัดวางกำลังเพื่อดูแลความปลอดภัย โดยเฉพาะศาลากลางในแต่ละจังหวัดให้มีความเข้มข้นด้วย ขณะที่ฝ่ายทหารก็ให้มีการจัดกำลังเพื่อดูแลความปลอดภัยในหน่วยที่ตั้งของตัวเองด้วย แต่หากสถานการณ์บานปลายก็จะมีการพิจารณานำกำลังทหารออกมาสนับสนุนอีกครั้ง
แหล่งข่าวในที่ประชุม กล่าวด้วยว่า สถานการณ์ขณะนี้ยังไม่มีใครยืนยันได้ว่าจะรุนแรงเหมือนในอดีตที่ผ่านมาหรือไม่ แต่ขณะนี้ทำได้เพียงการเสริมมาตรการรักษาความปลอดภัยให้มีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้นเท่านั้น หลังจากที่กำลังทหารได้มีการถอนกลับเข้ากรม กอง กันหมดแล้ว
ขณะนี้เหลือเพียงเจ้าหน้าที่สารวัตรทหารจาก 3 เหล่าทัพ กองทัพบก กองทัพเรือ และ กองทัพอากาศ ที่ร่วมจุดตรวจกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น อย่างไรก็ตามศอฉ.ไม่ได้จับตามกลุ่มใดเป็นพิเศษ เพียงแต่รู้ว่าการกระทำน่าจะมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มใดบ้างเท่านั้น ส่วนการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 25 ก.ค.นี้ ทาง ศอฉ.ก็ไม่ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษ เพราะที่ผ่านมาการเลือกตั้ง สก. และ สข. ก็ไม่ได้มีปัญหา
ส่วนที่หลายฝ่ายเกรง นายจตุพร พรมหมพันธุ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย และ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง จะใช้เวทีหาเสียงในการปลุกระดมมวลชนคนเสื้อแดงนั้น ที่ประชุมได้มอบหมายให้ตำรวจสันติบาล ในการติดตามเฝ้าระวังการหาเสียงของพรรคการเมืองต่าง ๆ เพราะเกรงว่าจะมีการปลุกระดมจนทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาอีก
แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า ส่วนความคืบหน้าของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในการเรียก 83 บุคคลเข้าชี้แจงการทำธุรกรรมทางการเงินที่ต้องสงสัยนั้น ในวันนี้ได้มีผู้แทนบุคคลต้องสงสัยมาชี้แจงเพิ่มเติม 8 ราย ยกเว้นพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ไม่ได้ส่งผู้แทนมาชี้แจง โดยศอฉ.เห็นว่า เมื่อเปิดโอกาสให้มาชี้แจงแล้ว แต่ยังไม่มาภายในเวลาที่กำหนดก็จะติดตามสืบสวนและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
อย่างไรก็ตามขณะนี้มีคดีที่เกี่ยวข้องกับเหตุความไม่สงบทั้งหมด 205 คดีที่อยู่ในการดูแลของดีเอสไอ ส่วนกรณีที่ ศอฉ.ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำจาบจ้วงสถาบันรวม 9 คณะ และจะเริ่มประชุมนัดแรก 8 กรกฎาคมนี้นั้น ในที่ประชุมวันนี้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ได้มารายงานผลการปิดเว็บไซต์ล่วงละเมิดสถาบันเพิ่มเติม และยืนยันว่า จะทำงานอย่างเต็มที่



