ข่าว

 อาณาจักร...ยาเสพติด (2)6ชนเผ่า9อำเภอ..เส้นเลือดธุรกิจ

อาณาจักร...ยาเสพติด (2)6ชนเผ่า9อำเภอ..เส้นเลือดธุรกิจ

30 มิ.ย. 2553

เมื่อกองทัพว้า (ยูดับเบิลยูเอสเอ) กองทัพรัฐฉาน (เอสเอสเอ) และกองทัพพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตยแห่งชาติ (เอ็นดีเอเอ) ผลิตยาเสพติดและลำเลียงมาพักไว้ตามค่ายทหารและหมู่บ้านชนเขาที่อยู่ติดกับชายแดนไทยฝั่ง จ.แม่ฮ่องสอน จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย รวม 29 จุด แล้วก็

 สำหรับช่องทางที่ตรวจพบว่าใช้เป็นทางลำเลียงมีอยู่ด้วยกันหลายเส้นทาง ส่วนใหญ่เป็นช่องทางธรรมชาติป่าเขาดงดิบสามารถเดินเข้าออกได้หลายพื้นที่ เนื่องจากเป็นชายแดนติดกันทำให้การกวดขันจับกุมทำได้ค่อนข้างลำบาก ยกเว้นจะมีสายข่าวหรือหน่วยลาดตระเวนซุ่มโป่งพบเข้าโดยบังเอิญ

 ด้าน จ.แม่ฮ่องสอน มีช่องทางลำเลียงนำเข้าที่สำคัญ 2 แห่ง คือช่องทางดอยคูบน ดอยสามหมวกฝั่งตรงข้ามกับบ้านหัวเมืองเขตอิทธิพลของ พ.อ.มหาจ่า กับช่องทางคายหลวงตรงข้ามบ้านคายหลวง ถึงแม้แม่ฮ่องสอนจะเต็มไปด้วยขุนเขาง่ายต่อการลำเลียงเข้า แต่ชนกลุ่มน้อยกลับไม่ค่อยนิยมลำเลียงข้ามช่องทางเหล่านี้ หรือไม่ลำเลียงเข้ามาแล้วก็ต้องกระจายไปยัง จ.เชียงใหม่แทน

 เจ้าหน้าที่ด้านการข่าวชุดปราบปรามยาเสพติด บช.ภ.5 ให้เหตุผลว่าเป็นเพราะเส้นทางลำเลียงจากแม่ฮ่องสอนเข้ากรุงเทพฯ มีเพียงเส้นทางเดียวจึงยากต่อการหลบเลี่ยง เมื่อลำเลียงยาเสพติดเข้าไทยได้แล้วจึงส่งไปให้เครือข่ายแถบ จ.เชียงใหม่แทน เพราะมีหลายเส้นทางที่จะสามารถลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ชั้นในได้สะดวกง่ายดายกว่า

 จากแม่ฮ่องสอนมาที่เชียงใหม่บ้าง ที่นี่จะมีอยู่ด้วยกัน 6 เส้นทางหลัก ประกอบด้วย ช่องทางหนองกะลาง บ้านเมืองนะ อ.เชียงดาว ซึ่งอยู่ไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่กว่า 150 กิโลเมตร และอยู่ลึกเข้าไปติดชายแดน เป็นถนนลูกรังยากต่อการสัญจร ยิ่งหน้าฝนการเดินทางทำได้ลำบาก ต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้น

 ระหว่างทางจะมีด่านตรวจค้นของหมวดทหารม้า 23 กองร้อยทหารม้าที่ 2 บก.ควบคุมที่ 1 ของชุดเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 4 ตั้งอยู่เรียงรายอย่างน้อย 3 ด่าน ก่อนจะเข้าถึงตัว อ.เชียงดาว !?!

 ส่วนช่องทางที่เหลือมีช่องทางหนองเขียว ช่องทางสันต้นดู่ ช่องทางห้วยส้านบนดอยผ้าห่มปก ช่องทางปางตอง และช่องทางซุยถัง โดยสภาพภูมิประเทศของช่องทางหนองกะลางกับซุยถังจะเป็นป่าทึบ ส่วนหนองเขียวกับสันต้นดู่เป็นทางลูกรังสะดวกกว่า แต่ก็แวดล้อมไปด้วยป่าเขา ด้าน จ.เชียงราย มี 4 เส้นทางกับอีก 1 ท่าข้าม คือช่องทางสันมะเค็ด ช่องทางดอยสามเส้า และช่องทางม้งเก้าหลัง อ.แม่ฟ้าหลวง กับช่องทางผาหมีและท่าข้ามกระหล่ำ ซึ่งเป็นท่าข้ามฝั่งแม่น้ำโขง

 สรุปแล้วมีช่องทางธรรมชาติที่ชนกลุ่มน้อยนิยมใช้ลำเลียงยาเสพติดเข้าประเทศไทย คือ ด้าน อ.เวียงแหง อ.ไชยปราการ อ.ฝาง และ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ส่วน อ.แม่ฟ้าหลวง อ.เชียงแสน อ.แม่สาย อ.เชียงของ และ อ.เวียงแก่น เป็นของ จ.เชียงราย

 การลำเลียงยาเสพติดจากแหล่งพักคอยฝั่งพม่าเข้าไทยมาตามช่องทางข้างต้นจะใช้ชนกลุ่มน้อย 5 กลุ่ม ได้แก่ มูเซอ ม้ง อาข่า ลีซอ และจีนฮ่อ ร่วมมือกับคนไทยนำยาเสพติดใส่เป้บรรทุกหลังเดินเท้าเข้าไปยังหมู่บ้านที่เป็นแหล่งพักยา ส่วนใหญ่เป็นหมู่บ้านชาวเขาที่กระจายตัวอยู่ตามภูเขาสูงฝั่งไทย โดยมีกองกำลังติดอาวุธคอยคุ้มกัน ซึ่งปรากฏเป็นข่าวบ่อยๆ กรณีตำรวจทหารเกิดการปะทะกับคาราวานขนยาเสพติด

 จากข้อมูลของศูนย์ต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด บช.ภ.5 ที่เก็บรวบรวมสถิติเกี่ยวกับยาเสพติดทุกด้านพอจะสรุปได้ว่า ชาวเขาที่เคลื่อนไหวอยู่ด้าน จ.แม่ฮ่องสอน จะเป็นลีซอ ส่วนเชียงใหม่มีกลุ่มว้า จีนฮ่อ ลีซอ มูเซอ และม้ง และที่เชียงรายจะเป็นกลุ่มว้า มูเซอ ม้ง และอาข่า ขนยาเสพติดมาพักคอยไว้ในฝั่งไทย ส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงเก็บกักไว้ในบ้านเหมือนอย่างเคย แต่จะเก็บเอาไว้ตามเรือกสวนไร่นาหรือตามแหล่งเพาะปลูกไกลหมู่บ้านออกไป

 พล.ต.ต.สุธีระ ปุณณบุตร ผบก.สส.บช.ภ.5 ให้ข้อมูลว่า นอกจากเครือข่ายยาเสพติดจะเก็บยาเสพติดไว้ตามแหล่งเพาะปลูกแล้ว บางรายยังเก็บยาเสพติดเอาไว้ในฟาร์มขนาดใหญ่กินพื้นที่เกือบร้อยไร่ จึงยากต่อการเข้าตรวจค้นจับกุม กว่าจะเข้าไปตรวจค้นได้ยาเสพติดจำนวนมากก็ถูกทยอยส่งออกไปเรียบร้อยแล้ว

 "ครั้งหนึ่งผมได้รับแจ้งจากสายข่าวที่ยืนยันได้ว่า มีการลำเลียงยาเสพติดมาพักไว้ในฟาร์มขนาดใหญ่ เนื้อที่เป็นร้อยไร่ แล้วก็อยู่ลึกเข้าไปเกือบใจกลางฟาร์ม พอรู้ก็ไปขอหมายค้นจากศาล และการจะเข้าค้นตอนกลางคืนนี่ยากมาก พอเข้าไปก็พบว่ายาเสพติดถูกแพ็กส่งออกไปเรียบร้อยแล้ว กินเวลาตั้งแต่ขนมาถึงฟาร์มและหีบห่อส่งแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้นเอง" พล.ต.ต.สุธีระกล่าว

 เมื่อยาเสพติดเข้ามาอยู่ฝั่งไทยได้แล้วก็จะลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน และเส้นทางที่เครือข่ายยาเสพติดใช้ขนยาเสพติดจากภาคเหนือเข้ากรุงเทพฯ มีเส้นทางไหนบ้างและผ่านด่านตรวจค้นได้อย่างไร พรุ่งนี้จะมาว่ากันต่อ !?!