ข่าว

ปรองดองหรือจุดชนวน

ปรองดองหรือจุดชนวน

30 มิ.ย. 2553

ถึงแม้ว่าอดีตอัยการสูงสุด คณิต ณ นคร ที่เข้ามาเป็นประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) จะมีต้นทุนอยู่มากพอสมควร

 แต่ก็ไม่ง่ายนักที่จะนำพา คอป.เดินไปให้ถึงจุดหมายปลายทาง

 เพราะโจทย์ที่ตั้งเอาไว้ของ คอป.ก็คือ "การแสวงหาความจริงเพื่อความสมานฉันท์"

 สิ่งที่คณะกรรมการชุดนี้จะถูกตั้งคำถามแต่แรกก็คือ ความจริงแบบไหน ความจริงของใคร จึงจะมีน้ำหนัก

 เพราะการชุมนุมตั้งแต่เดือนมีนาคมจนกระทั่งเกิดการปะทะกันครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 เมษายน ระหว่างคนเสื้อแดงกับทหาร

 จากนั้นก็มีการปะทะกันระหว่างประชาชนคนเสื้อแดงกับประชาชนชาวสีลม

 กระทั่งวันที่ 19 พฤษภาคม การปะทะครั้งใหญ่ก็เกิดขึ้นเมื่อทหารขอกระชับพื้นที่การชุมนุม

 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละจุด แต่ละวันเวลาที่แตกต่างกัน ทำให้ "ความจริง" เกิดขึ้นได้อย่างหลากหลาย

 ยิ่งเมื่อฝ่ายคนเสื้อแดงคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พวกเขามีสภาพแทบไม่ต่างจากเชลยสงคราม เคนยคิดกันหรือไม่ว่า "ความจริง" จากคนเหล่านั้นจะเป็นแบบใด จะถูกเติมแต่งไปมากมายแค่ไหน แล้วจะทำอย่างไรเพื่อให้ได้ความจริงที่แท้ แทนที่จะได้ความจริงที่บางฝ่ายยอมรับแต่บางฝ่ายจำใจรับ

 แต่นั่นดูเหมือนจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่เท่าใดนัก

 ปัญหาหลักก็คือ หลังจากที่อาจารย์คณิตวางกรอบแล้วว่าจะให้ คอป.สืบหาเพียงแค่ข้อเท็จจริง แต่ไม่ลงลึกไปถึงว่าใครผิดใครถูก หรือใครที่จะต้องรับผิดชอบนี่แหละ

 ฟันธงไว้ตรงนี้ได้เลยว่า ทันทีที่ผลสอบรั่วออกไป วิกฤติการณ์การเมืองจะเกิดขึ้นอีกครั้ง

 เสียงเรียกร้องให้คนรับผิดชอบจะระงมไปหมด พอๆ กับเสียงเรียกร้องให้เอาคนผิดมาลงโทษ

 สังคมไทยในวันนี้ก้าวมาสู่การใช้กฎหมาย ใช้ช่องโหว่ของกฎหมายมาไกลแล้ว

 ในทันทีที่เห็นช่องทางการใช้กฎหมายเพื่อขจัดศัตรู ไม่ว่าจะช่องเล็กช่องน้อย เป็นถูกนำมาใช้หมด

 นั่นหมายความว่า ผลการศึกษาของอาจารย์คณิต ที่คิดว่าการวางกรอบไว้เช่นนั้นจะทำให้บ้านเมืองสงบสุข ลูบหลังลูบไหล่ จับมือจับไม้กัน...แล้วจบ

 อย่างนั้นคงไม่ใช่แน่ !

 ถึงจะมุ่งหวังว่าผลสอบที่ออกมาจะเป็นบทเรียนให้แก่ทุกฝ่าย ว่าความรุนแรงไม่อาจแก้ปัญหาให้ชาวบ้านเมือง แต่ในความเป็นจริง ใครล่ะจะยอมรับ ใครล่ะจะสงบจิตสงบใจ

 สิ่งที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดก็คือ ผลการสอบสวน (หากไปถึงที่สุด) ที่ได้มาน่าจะฝังเอาไว้ รอให้คนรุ่นหลาน รุ่นเหลน ขุดขึ้นมาอ่าน ดีกว่าเอามาเปิดเผยจุดชนวนความรุนแรงขึ้นอีกครั้งของคนรุ่นนี้

 ศรายุทธ สายคำมี
[email protected]