ข่าว

ผมไม่รู้สึกว่าถูกกดดัน

ผมไม่รู้สึกว่าถูกกดดัน

30 มิ.ย. 2553

หลังได้หมายเลขผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 6 อย่างเป็นทางการ แต่ละพรรคก็เริ่มวางแผนหาเสียงเลือกตั้งกันบ้างแล้ว โดยเฉพาะ "พรรคประชาธิปัตย์" ถูกจับตามองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ น่าจะได้เปรียบคู่แข่ง เนื่องจากเป็นรัฐบาลและการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้แทน "ทิวา เงินยวง" อด

 จึงน่าจะได้เปรียบเรื่องการเป็นเจ้าของพื้นที่เดิม!

 โดยพื้นที่ กทม.เขต 6 ประกอบด้วย บึงกุ่ม คลองสามวา คันนายาว และหนองจอก

 แต่ในทางกลับกัน "ความกดดัน" น่าจะมาตกอยู่กับ "พนิช วิกิตเศรษฐ์" ผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากเป็นคน "คลองเตย" ไม่ใช่คนในพื้นที่เขต 6 และที่สำคัญพื้นที่เขต 6 ส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม หรือเรียกง่ายๆ ว่าเป็น "พื้นที่ชนบท"

 แม้ว่าขณะนี้ความเจริญจะเริ่มขยายเข้าไปในพื้นที่เขต 6 โดยดูได้จากบ้านจัดสรรที่มีราคาหลายล้านบาท แต่ก็ยังถือเป็นพื้นเขตชั้นนอกของกรุงเทพฯ

 แม้แต่ตัว "พนิช" เองก็ยังมั่นใจว่าถ้าหากเลือกตั้งซ่อมในครั้งนี้เป็นพื้นที่ชั้นใน เช่น สาทร บางรัก เขาน่าจะชนะเลือกตั้งได้ไม่ยาก

 "จากประสบการณ์ในฐานะที่เคยทำงานเป็นรองผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ สมัยผู้ว่าฯ อภิรักษ์ โกษะโยธิน มีผลงานหลายอย่างที่ร่วมผลักดันจนประสบความสำเร็จ และจากตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คุณกษิต ภิรมย์ ผมไม่ห่วง ผลงานน่าจะเข้าตาประชาชนบ้าง" ผู้สมัครหมายเลข 1 พรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

 แต่เมื่อพรรคเลือกให้มาเป็นตัวแทนลงสมัครในพื้นที่ "กทม.เขต 6" ซึ่งไม่ใช่เป็นพื้นที่อยู่อาศัยจึงต้องหาเสียงอย่างหนักเมื่อเทียบกับพรรคอื่น เพราะถ้าการเลือกตั้งครั้งนี้ "พนิช" ชนะถือว่าเสมอตัว เพราะเป็นการเลือกตั้งซ่อมแทน "ทิวา เงินยวง"

 "ทุกวันนี้ผมต้องใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมง ตั้งแต่ตี 5 ถึง 5 ทุ่ม เพื่อลงพื้นที่หาเสียงกับประชาชนในพื้นที่ เขต 6 เพราะการเป็นส.ส.ต้องสัมผัสกับประชาชนในพื้นที่ บางคนทำงานกลับบ้านดึกเราก็ต้องไปพบปะกับประชาชนกลุ่มนี้ด้วย"

 ส่วนที่มีการมองว่า ถ้า "แพ้" โดยเฉพาะแพ้ผู้สมัครจาก "พรรคเพื่อไทย" ก่อแก้ว พิกุลทอง ผู้สมัครหมายเลข 4 ซึ่งเป็นผู้ต้องหา "ก่อการร้าย" ถือว่า "พรรคประชาธิปัตย์" จะเสียหน้ามากนั้น พนิช กลับบอกว่า "ผมไม่ได้รู้สึกกดดันกับตรงนี้"

 การแข่งขันครั้งนี้มีผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย "ก่อแก้ว" ไม่สามารถออกมาเดินหาเสียงได้ ทางพรรคเพื่อไทยจึงใช้ยุทธศาสตร์ "เขียนจดหมาย" ผ่านห้องคุมขังเพื่อสื่อถึงประชาชนในพื้นที่  "พนิช" มองว่า "การเป็นส.ส.ต้องสัมผัสกับประชาชน และการเลือกตั้งครั้งนี้ก่อนเลือกอยากให้ประชาชนคิดให้มากๆ การเลือกคนเข้าสภาขอให้ดูคุณสมบัติผู้สมัครเป็นหลักก่อนตัดสินใจ และในทางกลับกันการส่งผู้สมัครลงชิงตำแหน่งก็ต้องให้เกียรติกับประชาชนด้วย"

 ทั้งนี้จากเหตุการณ์วันสมัคร "พนิช" ถูกประชาชนที่มาสนับสนุนพรรคเพื่อไทยโห่ไล่ จนต้องนั่งรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจออกจากพื้นที่ระหว่างนั้นประชาชนกลุ่มดังกล่าวได้วิ่งตามและทุบรถตำรวจที่ "พนิช" นั่ง จึงเกิดคำถามเรื่องมาตรการการรักษาความปลอดภัยระหว่างลงพื้นที่หาเสียง "พนิช" กล่าวว่า ไม่มีมาตรการพิเศษ แต่ก็ระวังตัวตลอด และเชื่อว่าระหว่างที่ยังประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทางศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือศอฉ. จะมีหน่วยงานดูแลพื้นที่ระดับหนึ่ง

 "ผมเชื่อว่าผู้สมัครทุกคนควรลงพื้นได้ สามารถเดินทางเสียงได้ไม่ว่าคนคนจะเป็นคนในพื้นที่หรือนอกพื้นที่ก็ตาม แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันยื่นใบสมัคร คุณสมัย เจริญช่าง ส.ส.กทม.เขต 6 พรรคประชาธิปัตย์ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า คนที่มาก่อกวนในวันดังกล่าวไม่น่าจะใช่คนในพื้นที่"

 ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ใช่ว่าจะฉลุยทุกพื้นที่หลังจาก "พนิช" แจกใบแนะนำตัวก็มีประชาชนบางคน "ขยำ" ทิ้งต่อหน้าและแสดงกิริยาต่อต้านชัดเจน ขณะเดียวกันก็มีประชาชนให้การสนับสนุน ยืนยันจะไปลงคะแนนให้ พร้อมกับชมว่าหน้าตาหล่อกว่าในรูปจนมีบางคนให้ฉายาว่า "หล่อกลาง"

 สิ่งที่ "พนิช" เป็นกังวลในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้คือ การเดินทางไปใช้สิทธิลงคะแนนของประชาชน เนื่องจากในวันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันลงคะแนนจะเป็นวันหยุดติดต่อกันอีก 2 วัน คือวันที่ 26 และ 27 กรกฎาคม จึงเกรงว่าประชาชน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคนบ้านจัดสรรหรือบ้านมีรั้ว ซึ่งเป็นฐานคะแนนเสียงสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์จะเดินทางไปต่างจังหวัด

 ซึ่งหากวันเลือกตั้งล่วงหน้าคือวันที่ 17-18 กรกฎาคม หากกลุ่มคนเหล่านี้ไม่ไปใช้สิทธิและในวันเลือกตั้งจริงเดินทางไปต่างจังหวัดจะทำให้คะแนนเสียงของ "พนิช" มีปัญหาจนมีผลต่อการเลือกตั้ง

 และไม่ว่า "รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" จะอยู่นานเท่าไหร่ "พนิช" ก็ยืนยันว่า จำเป็นต้องมีเลือกตั้งซ่อมส.ส.กทม.เขต 6 และการลงสมัครส.ส.ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในชีวิตของการชิมรางเป็นผู้สมัครส.ส.

 ซึ่งในอนาคตก็มีความเป็นไปได้ว่า "พื้นที่กทม.เขต 6" อาจเป็นพื้นที่หลักที่ "พนิช" จะจองไว้ลงสมัครส.ส.ครั้งหน้าด้วย

 แต่ก็นั่นแหละเป็นส.ส.ก็ต้องพบปะกับประชาชน ถ้าทิ้งประชาชนเมื่อไหร่ต่อให้มีกระแสนำ ก็อาจต้องม้วนเสื่อกลับบ้าน

 สมถวิล เทพสวัสดิ์