
เมื่อภูมิปัญญาท้องถิ่นถูกรุมยำ
การดำเนินงานตามแนวคิดเข้าใจ เข้าถึงและพัฒนาในรูปแบบที่กลไกรัฐในท้องถิ่นกำลังเดินหน้าค่อนข้างจะมากมายไปหมดที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ขณะนี้ ได้สร้างแรงกระเพื่อมและผลกระทบมากมายในทุกระดับของคนท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้นำศาสนาที่ต้องรับผิดชอบสถาบันการศึกษา
การศึกษาในระบบนี้ได้ถูกถ่ายทอดมากว่า 1,400 ปี และยังคงเป็นสถาบันการศึกษาศาสนาที่ยังคงดำรงอยู่ในหลายๆ ประเทศจนถึงปัจจุบันและจำนวนสถาบันที่มีมากที่สุดในโลกขณะนี้มีอยู่ที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น ในอดีตที่ภาคใต้โดยเฉพาะที่ปัตตานีมีนักศึกษาที่เข้าเรียนทั้งในประเทศและมุสลิมในประเทศอาเซียนมากมาย ในขณะปัจจุบันกระแสความไม่สงบ (ต่อพี่น้องมุสลิมทั่วโลก) หลังเหตุการณ์ 9/11 และแนวทางการแก้ไขปัญหาของรัฐต่อความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ขาดความเข้าใจ จึงทำให้นักศึกษาจากประเทศต่างๆ ต้องหลีกหลบและหายไปจากพื้นที่ หรือแม้แต่นักศึกษามุสลิมนอกเขตจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ยังขยาดหวาดกลัวต่ออำนาจมืดที่คุกคามทั้งทางตรงและโดยอ้อมจากกลไกรัฐทั้งในและนอกท้องถิ่น
ยิ่งเหตุการณ์ความไม่สงบที่ดำเนินมากว่า 6 ปี มีหลากหลายหน่วยงานและนับพันนับหมื่นโครงการที่หลั่งไหลเข้าไปช่วยเหลือด้วยความเห็นใจ เห็นใจเพราะเข้าใจว่าส่วนหนึ่งของความไม่สงบเกิดขึ้นเพราะความยากจน ไม่มีจะกิน ไม่เรียนหนังสือ จึงว่างงาน เด็กจึงหันไปติดยาเสพติด ไปร่วมกับขบวนการแบ่งแยกดินแดน พ่อแม่ผู้ปกครองไม่รู้จะแก้ปัญหาเด็กๆ อย่างไร ? จึงส่งลูกหลานของตนส่วนหนึ่งไปเข้าเรียนในสถาบันการศึกษาปอเนาะ เพื่อให้ระบบปอเนาะจัดการขัดเกลาเด็กๆ ที่ไม่มีโอกาสเหล่านั้นเป็นคนที่สมบูรณ์ขึ้นในแนวทางคุณธรรมทางศาสนา
เพราะความไม่เข้าใจแต่อยากจะเข้าถึง มีเรื่องเล่าจากโต๊ะครูท่านหนึ่งว่าที่สถาบันปอเนาะเขามีกองกำลังทหารหน่วยหนึ่งได้เข้าถึงสถาบันและถามเด็กนักเรียน (ที่เรียกว่าโต๊ะปาเก) ในที่นั้น ว่า “ร้องเพลงชาติไทยได้หรือเปล่า” เด็กตอบว่าไม่ได้ คำถามต่อมาที่เป็นสูตรสำเร็จคือ “คุณเป็นคนไทยหรือเปล่า” ถ้าเข้าใจและมีปัญญาตั้งคำถามเพียงเท่านี้ อย่าได้คิดเลยว่าจะเข้าถึงจิตใจโต๊ะครู ในสถาบันศึกษาปอเนาะมีโต๊ะครูทำหน้าที่และรับผิดชอบในการจัดการทุกอย่างในสถาบัน ทั้งสอนตั้งแต่หลังพระอาทิตย์ขึ้นจนถึงเวลากลางคืน (ช่วงเวลาตั้งแต่ 20.00-22.00 น.) ต้องนำการละหมาดคือเป็นอิหม่ามให้นักศึกษาและผู้ที่อยู่อาศัยในบริเวณวันละ 5 เวลา ต้องทำหน้าที่ในการขอพรในงานบุญจนถึงงานศพทั้งในและนอกชุมชน ไม่นับรวมกับการทำหน้าที่ในการให้คำปรึกษาปัญหาศาสนา การไกล่เกลี่ยปัญหาของครอบครัว การทะเลาะวิวาท ข้อพิพาทความขัดแย้งในชุมชน รวมทั้งต้องปลีกเวลาทำมาหากินเลี้ยงครอบครัวตลอดจนเลี้ยงดูลูกศิษย์และผู้ที่อยู่อาศัยในสถาบันศึกษาปอเนาะที่มีฐานะยากจนขัดสน พิการช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
นี่เป็นเพียงส่วนน้อยนิดที่อยากจะทำความเข้าใจให้เจ้าหน้าที่รัฐในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เข้าใจว่าสถาบันศึกษาปอเนาะคือสถาบันสารพัดนึกสารพันประโยชน์ของชุมชนมุสลิม มิได้หมายความว่าทางราชการอยากจะใช้หรืออยากจะให้สารพัดโครงการ โดยปราศจากความเข้าใจธรรมชาติวิถีของปอเนาะแม้แต่นิด แต่อยากจะเข้าถึงและอยากจะพัฒนาตามที่ตนและเจ้านายคิดเท่านั้น เงินก็มีมากจนไม่รู้จะทำอะไรกระมัง เข้าทำถึงปอเนาะมันง่ายและสะดวกกว่าเพราะโต๊ะครูไม่กล้าปฏิเสธทหารอยู่แล้ว...? จึงไม่แปลกที่โต๊ะครูและนักเรียนบางคนถูกเรียกถูกเชิญเข้ารับการอบรม ประชุม สัมมนาอย่างถี่ยิบจนบางทีไม่สามารถอยู่จัดการตามภาระหน้าที่ความรับผิดชอบของตนได้เต็มที่ ในบางเวลาสามารถทำหน้าที่ของตนเองได้ไม่ถึง 2 วันในหนึ่งสัปดาห์ กลไกการบริหารจัดการปอเนาะถูกกระทำให้ผิดเพี้ยนไปหมด การขัดเกลาเยาวชนในการเสริมสร้างความมีคุณธรรมเพื่อลดละและเลิกการยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดการ ถอยห่างจากการเข้าร่วมกับขบวนการแบ่งแยกดินแดนหรือขบวนการก่อความไม่สงบจะทำได้เต็มที่อย่างไร อย่างนี้หรือคือความมั่นคงหรือการรุมสกรัมย่ำยีภูมิปัญญาท้องถิ่นให้ล่มสลายเร็วๆ มากกว่า
อัฮหมัด สมบูรณ์ บัวหลวง
[email protected]



