ข่าว

จี 8+12 : เรื่องไม่ไกลตัวคนไทย

จี 8+12 : เรื่องไม่ไกลตัวคนไทย

01 ก.ค. 2553

ระหว่างที่รอความกระจ่างของการถ่ายทอดนามธรรมเรื่องแผนปรองดองและแผนปฏิรูปประเทศ ผมขอนำท่านผู้อ่านออกนอกประเทศไทยกันอีกครั้งหนึ่งไปยังประเทศแคนาดาซึ่งอยู่ไกลโพ้น โดยเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วมีการประชุมทางเศรษฐกิจระดับโลก 2 งาน

ที่คนไทยควรให้ความสนใจ ทั้งนี้เพราะปัจจุบันต้องยอมรับว่าฐานเศรษฐกิจของไทยนั้นวางอยู่บนการค้าขายและลงทุนระหว่างประเทศ

 ดูแต่จีดีพีของเราในปีปัจจุบันนี้นั้นเกิดจากการค้ากับต่างประเทศถึง 65% เกินครึ่ง และถ้าดูให้ลึกไปยิ่งกว่านั้นการส่งออกของไทยนั้นต้องพึ่งพาชิ้นส่วนนำเข้าอยู่เป็นอันมาก เช่นสินค้าประเภทคอมพิวเตอร์ซึ่งปัจจุบันทำยอดส่งออกสูงสุดนั้นก็ต้องอาศัยชิ้นส่วนนำเข้าจากต่างประเทศเป็นอันมาก

 ฉะนั้น การที่ขาใหญ่ทางเศรษฐกิจของโลกซึ่งเปรียบเสมือน “ปลาอานน” เขาคุยกันอย่างไรเราคงต้องเงี่ยหูฟังบ้าง

 การประชุมสุดยอดจี 8+12 (จี 20) ปีนี้เริ่มต้นโดยแกนนำยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจ 8 ประเทศ (จี 8) อันมี อเมริกา ญี่ปุ่น เยอรมนี และยักษ์ใหญ่อื่นๆ รวมทั้งรัสเซียเริ่มต้นคุยกันก่อนที่เมืองตากอากาศเล็กๆ ในแคนาดา แล้วจึงย้ายมาร่วมประชุมเต็มคณะเป็น จี 20 ที่เมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดานั่นเอง สมาชิกที่เพิ่มอีก 12 ประเทศ ส่วนมากเป็นประเทศ “เศรษฐกิจ” ที่เกิดใหม่และมีขนาดใหญ่ เช่น จีนและอินเดีย รวมอยู่ด้วย นอกจากนี้เขายังเชิญผู้สังเกตการณ์หลายประเทศจากอาเซียนก็มีอินโดนีเซียและเวียดนาม (เขาไม่ได้เชิญประเทศไทยคงจะรอให้ปรองดองกันเสร็จเสียก่อน)

 การประชุมต่อเนื่องกัน 2 แห่งนี้ผมเห็นว่าเป็นเรื่องเดียวกันโดยการประชุมครั้งแรกนั้นเป็นการระดมสมองของแกนนำ 8 ประเทศ กำหนดทิศทางและหัวข้อในการประชุมใหญ่ จี 20 โดยมีคำขวัญในการประชุมว่า “ประคับประคองการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ”

 และปรากฏตามแถลงการณ์ของจี 20 ถึง 40 กว่าข้อนั้นก็แสดงออกถึงความคิดของผู้นำ จี 20 ว่าเศรษฐกิจและการเงินของโลกที่เริ่มฟื้นตัวนั้นเปราะบางจะต้องได้รับการประคับประคองแก้ไขทุกอย่างในแบบค่อยเป็นค่อยไป เช่น เรื่องการปรับนโยบายการคลังไม่ให้แต่ละประเทศสร้างหนี้สินสาธารณะมากนักและมีแผน 3 ปีที่จะตัดทอนงบประมาณขาดดุลแต่ละประเทศลงไปให้มาก ทั้งนี้เพราะที่ประชุมคงเห็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับสมาชิกของสหภาพยุโรปโดยกรีซออกอาการมากที่สุดจนเป็นภาระให้ประเทศอื่นต้องเข้าไปช่วย ในประเด็นนี้อเมริกาถูกขัดคออย่างมากในเรื่องแผนกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยวิธีรัฐบาลหว่านเงินออกไป (ทำให้งบประมาณขาดดุลต้องกู้หนี้ยืมสิน)

 ซึ่งผู้นำชาติอื่นๆ ไม่เห็นด้วยกับผู้นำอเมริกาและต่างขอร้องให้เพลาๆ มือไปบ้าง (หลายประเทศรวมทั้งไทยก็ยืมสูตรนี้ของอเมริกามาใช้หวังว่าคงได้ยินคำขอร้องจากยักษ์ใหญ่ครั้งนี้)

 เรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศนั้นที่ประชุมเห็นพ้องต้องกันว่าให้คงนโยบายตลาดเสรีไว้เช่นเดิม ส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มกันเช่นเคยและขอร้องไม่ให้ประเทศใดริเริ่มมาตรการใหม่ๆ ที่กีดกันทางการค้าซึ่งเรื่องนี้เป็นข่าวดีสำหรับไทยที่ต้องพึ่งพาการส่งออก

 ก็อย่างที่ว่าแค่บทสรุปในแถลงการณ์ของจี 20 มีตั้ง 40 กว่าข้อ ผมเขียนบทความนี้ขึ้นเพียงเพื่อกระตุ้นให้ผู้สนใจไปค้นหารายละเอียดกันเองเพราะผมไม่มีปัญญาที่จะเล่ารายละเอียดได้ครบในเนื้อที่อันจำกัดนี้

นายหนูใหญ่
[email protected]