
จริยธรรมสื่อสังคม
ปรากฏการณ์สื่อสังคม หรือ โซเชียล มีเดีย กำลังเป็นประเด็นร้อนแรง และเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะประเด็นความห่วงใยผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการส่งข้อมูล ข่าวสาร ข้อความ ความคิด
ความเห็น ผ่านเครือข่ายสื่อสังคม ที่ทำให้เกิด “ภาพเสมือนจริง” ที่แยกไม่ออกระหว่างความจริงกับความเท็จ การที่ผู้ส่งสารซึ่งจะเป็นใครก็ได้ในสังคมนี้ สามารถส่งสารไปยังมวลชนได้ด้วยความรวดเร็วในฉับพลันทันที ในขณะที่ผู้รับสารก็อาจขาดความรู้ ความเข้าใจในเรื่องราว หรือประเด็นที่กล่าวถึง แล้วเชื่อหรือส่งต่อข้อความนั้นไปยังบุคคลอื่นๆ โดยขาดจิตสำนึกความรับผิดชอบ ก็นับเป็นอันตรายไม่น้อยไปกว่าโอกาสของผู้คนที่จะเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร หรือทำให้โฉมหน้าของการรายงานข่าวเปลี่ยนไป
แน่นอนว่า ในแง่บวก โซเชียล มีเดีย จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการรายงานข่าว ผ่านช่องทางใหม่ๆ เพื่อความรวดเร็ว หลากหลาย และการส่งผ่านไปยังชุมชนคนรุ่นใหม่ ที่โดยปกติไม่ได้พึ่งพาสื่อเก่ามากนัก เอริค เซลดิน โปรดิวเซอร์โทรทัศน์อิสระ ที่รายงานข่าวช่วงวิกฤติการณ์การเมืองไทย ให้สัมภาษณ์เอพีว่า เทคโนโลยีการสื่อสาร เช่น การรายงานสดผ่านดาวเทียมด้วยคอมพิวเตอร์แล็ปท็อป รวมทั้งระบบเครือข่ายโซเชียล มีเดีย เช่น ยูทูบ ทวิตเตอร์ ได้ก่อให้เกิดการปฏิวัติการรายงานข่าวอย่างสิ้นเชิง เสถียร วิริยะพรรณพงศา แห่งสำนักข่าวเนชั่น อธิบายว่า สิ่งที่เกิดขึ้นต่อสังคมออนไลน์ในช่วงเวลาที่ผ่านมาคือ “พลังที่จับต้องได้”
พลังอำนาจแห่งการสื่อสารนั้นส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคมอย่างคาดไม่ถึงในหลายครั้งของประวัติศาสตร์ คนไทยกลุ่มหนึ่งบุกเข้าไปสังหาร กระทำทารุณกรรม นักศึกษาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในวันที่ 6 ตุลาคม ก็เพราะการปลุกระดมของวิทยุยานเกราะ คนไทยแยกแบ่งเป็นสี เป็นกลุ่ม เป็นพวกก็ด้วยอิทธิพลของสื่อ และมาถึงปัจจุบัน พลังอำนาจของสื่อสังคมที่ เสถียร วิริยะพรรณพงศา นักข่าวรุ่นใหม่เรียกว่า พลังที่จับต้องได้ ก็ส่งผลอย่างสำคัญ ที่ทำให้สังคมไทยท่วมท้นไปด้วยข่าวสาร ความคิด ความเห็น มีทั้งข่าว ความคิดเห็นที่สร้างสรรค์ และข่าว ความเห็น ที่ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง เกียรติยศ และลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคลอื่น
องค์กรสื่อที่มีหน้าที่ดูแล รับผิดชอบ กำกับการทำงานให้เป็นไปตามหลักจรรยาบรรณของสื่อ เช่น สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ก็อาจต้องเริ่มคิดถึงการกำกับ ดูแลโซเชียล มีเดีย เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบวิชาชีพสื่อ ในฐานะที่เป็นสมาชิก และต้องปฏิบัติตามหลักจรรยาบรรณวิชาชีพ แต่ในขณะที่ยังไม่มีการตราข้อบังคับ หรือหลักปฏิบัติเรื่องจริยธรรมโซเชียล มีเดียชัดเจน ผู้ทำอาชีพสื่อจะต้องเข้าใจสถานะความเป็นสื่อในการใช้โซเชียล มีเดีย ที่อาจได้รับความเชื่อถือมากกว่าบุคคลโดยทั่วไป แม้จะส่งผ่านข้อความที่เป็นส่วนตัวได้ แต่ในพื้นที่ข่าว หรือความคิดเห็นยังต้องเคารพหลักการ “พูดความจริง” เพื่อมิให้พื้นที่สาธารณะในโซเชียล มีเดีย เป็นเพียงพื้นที่ในการกระจายข่าวร้าย หรือเป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อเท่านั้น



