ข่าว

จ่ายหนัก!

จ่ายหนัก!

30 มิ.ย. 2553

มาตรการลงโทษ ของผู้บังคับบัญชาที่มีต่อตำรวจระดับหัวหน้าสถานีตำรวจ ที่ผ่านๆ มา โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร เป็นที่น่าสงสัยว่า จะดำเนินการตามอำเภอใจ ไม่มีมาตรฐาน ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ตร. หรือสตช.ที่วางแนวทางไว้ ในลักษณะไม่อ่าน อ่านแต่แกล้งไม่เข้าใจ เข้าใจแต่

 การรู้เห็นเป็นใจ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจในพื้นที่รับผิดชอบ ทำให้สถานบริการผิดกฎหมาย การค้าประเวณีในรูปแบบต่างๆ เช่น สถานอาบอบนวดที่เจ้าของคิดค่าบริการต่อรอบ 1,800 2,500 3,000 4,500 บาท รวมเบ็ดเสร็จทั้งนวดและนัวเนียด้วย มีเป็นดอกเห็ดบนถนนสายบันเทิงสำคัญ บ่อนการพนันขนาดใหญ่ สามารถเปิดอยู่ได้อย่างท้าทายอำนาจรัฐ ทุกวัน ตลอดเดือน ทั้งปี อย่างที่เห็น

 นี่เป็นหลักฐานชัดเจน สนับสนุนคำกล่าวที่ว่า ตำรวจมีไว้เพื่อหาผลประโยชน์และคุ้มครองธุรกิจสีเทาหรือทำผิดกฎหมายอย่างโจ่งแจ้ง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ แต่ถ้าจ่ายหนัก ตำรวจจะตาบอดหูหนวกทันที

 ตาบอดและหูหนวก ตั้งแต่ระดับหัวหน้าสถานีตำรวจ ผู้บังคับบัญชาระดับกองบัญชาการ บางสมัยอาจถึงระดับรอง ผบ.ตร.ที่ควบคุมการบริหารกองบัญชาการ หรืออาจถึง ผบ.ตร. ที่นั่งอยู่ในตำแหน่ง เพราะคิดว่าถึงเวลา กินบุญก่อนเกษียณอายุราชการ

 การที่เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กระทรวงยุติธรรม ร่วมกับ ป.ป.ส.สำนักนายกรัฐมนตรี และตำรวจปส.ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าจับกุมสถานบันเทิงผิดกฎหมาย

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2553 พบเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีจำนวนหลายร้อยคน พร้อมยาเสพติดประเภทต่างๆ ตกเกลื่อนพื้น แถมด้วยอาวุธปืนอีก 1 กระบอก เรียกว่าผิดกฎหมายชัดเจน เปิดเย้ยตำรวจท้องที่มาเป็นเวลานานแล้ว

 แต่คำว่า "จ่ายหนัก" ทำให้ทั้งผู้กำกับ รองผู้กำกับฯ สารวัตร เกิดอาการหูหนวกตาบอด ไม่รู้ไม่เห็นการกระทำผิดกฎหมายหรือเปล่า

 เพราะการกระทำผิดเช่นว่า เกิดมาตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2553 จนกระทั่งบัดนี้ ยังไม่มีการลงโทษตามคำสั่งสตช. เป็นเพราะว่า ผบ.ตร., รอง.ผบ.ตร., ผู้บังคับบัญชาในนครบาล เกิดอาการตาบอดหูหนวก...กับเรื่องดังกล่าวหรือไม่อยากจะรู้!!

 

คมพิทักษ์ราษฎร์