ข่าว

ฟีฟ่ายอมขอโทษ
สิงโต-เม็กซิโก
สั่งประชุมหาตัวช่วย

ฟีฟ่ายอมขอโทษ สิงโต-เม็กซิโก สั่งประชุมหาตัวช่วย

30 มิ.ย. 2553

เซปป์ แบล็ตเตอร์ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า กล่าวขอโทษ "สิงโตคำราม" อังกฤษ และ "จังโก้" เม็กซิโก กับความผิดพลาดของผู้ตัดสิน จนเกิดความเสียหายในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย รวมทั้งนัดประชุมหาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยตัดสินในเดือนหน้า

ก่อนหน้านี้ในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่ "สิงโตคำราม" อังกฤษ แพ้ "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี 1-4 แฟรงค์ แลมพาร์ด กองกลางอังกฤษยิงบอลชนคานกระดอนเข้าประตูไปแล้ว แต่ทีมงานผู้ตัดสินชาวอุรุกวัยไม่เป่าให้เป็นลูกได้ประตู ขณะที่ "จังโก้" เม็กซิโก ต้องเสียประตูแรกในเกมแพ้ อาร์เจนตินา 1-3 จากลูกโหม่งที่ล้ำหน้าอย่างชัดเจนของ คาร์ลอส เตเบซ ซึ่งผู้ตัดสิน โรแบร์โต โรเซตติ ชาวอิตาเลียน ไปปรึกษากับผู้ช่วย แต่ก็ยังเป่าให้เป็นประตู


 ล่าสุด เซปป์ แบล็ตเตอร์ ประธานฟีฟ่า ออกมาเปิดเผยว่า ฟีฟ่าได้กล่าวขอโทษไปยังทั้งสองทีมถึงเรื่องความผิดพลาดของผู้ตัดสินเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทั้งสองทีมต่างก็เข้าใจเป็นอย่างดี
 "โดยส่วนตัว ผมเศร้าใจเมื่อได้เห็นผู้ตัดสินผิดพลาด แต่นั่นไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการแข่งขัน หรือจุดสิ้นสุดของฟุตบอล มันสามารถเกิดขึ้นได้ สิ่งเดียวที่ผมสามารถทำได้เมื่อวานนี้คือ ผมได้คุยกับทั้ง 2 สมาคมโดยตรงเพื่อขอโทษกับความผิดพลาดของผู้ตัดสิน ผมเข้าใจว่าพวกเขาไม่มีความสุขนักกับเรื่องนี้ และผู้คนต่างก็ออกมาวิจารณ์ ผมขอโทษต่อ อังกฤษ และเม็กซิโก จริงๆ อังกฤษตอบกลับว่าขอบคุณ และยอมรับว่าบางครั้งก็ได้ประโยชน์ และบางครั้งก็เสียประโยชน์จากการตัดสิน ขณะที่ เม็กซิโก ก็ยอมรับในเรื่องนี้" แบล็ตเตอร์ เผย


 นอกจากนี้นายใหญ่ฟีฟ่า ยังบอกอีกว่าตอนนี้คงต้องมีการปรึกษากันใหม่อีกครั้ง ถึงเรื่องเทคโนโลยีที่จะเข้ามาช่วยตัดสินที่เส้นประตู แต่เรื่องที่ เม็กซิโก ต้องเสียประตูจากลูกล้ำหน้า หรือว่าการที่ ฝรั่งเศส เข้ารอบสุดท้ายจากการแฮนด์บอลของ เธียร์รี อองรี นั้นยังไม่มีมาตรการที่จะเข้ามาแก้ไข
 "กฎเดียวที่เราจะเอากลับมาปรึกษากันคือเทคโนโลยีที่เส้นประตู ฟุตบอลเป็นเกมที่หยุดไม่ได้ และตอนนี้จะมีการคุยกันแค่ว่าบอลเข้าหรือไม่เข้า แต่เรื่องจะให้ดูรีเพลย์เหมือนกับเทนนิสคงเป็นไปได้ยาก สำหรับเรื่องอย่าง เม็กซิโก เราไม่ต้องการเทคโนโลยี  มันเป็นสิ่งที่เรามีประสบการณ์กันมาแล้ว จึงไม่มีอะไรที่จะเอากลับมาคุยกันเรื่องเทคโนโลยีที่ คาร์ดิฟฟ์ ในวันที่ 21-22 กรกฎาคม"