ข่าว

เข้ม68จุดเสี่ยงก่อวินาศฯตร.ติดอาวุธโต้ผู้ก่อการร้าย

เข้ม68จุดเสี่ยงก่อวินาศฯตร.ติดอาวุธโต้ผู้ก่อการร้าย

29 มิ.ย. 2553

"สัณฐาน" ไฟเขียว "ตำรวจนครบาล" ทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัย "จุดเสี่ยง-พื้นที่สำคัญ-สถานที่เป้าหมายวินาศกรรม" พกพาอาวุธโต้ตอบ "ผู้ก่อการร้าย" เฉียบขาดได้ทันที เรียก "ผู้บังคับการ-รอง" ทุกหน่วย ประชุมเครียดยุทธศาสตร์ป้องกันเหตุรุนแรง เน้น 68 จุดเสี่ยงเป้าหมาย

 วันที่ 29 มิ.ย. พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ประชุมมาตรการรักษาความปลอดภัยป้องกันเหตุร้าย บ้านพักบุคคลสำคัญสถานที่ที่เป็นสัญลักษณ์ โดยเน้นย้ำให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1- 9 และรองผู้บังคับการ จัดกำลังตำรวจคุมเข้มพื้นที่สุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะคลังน้ำมัน โรงกลั่นน้ำมัน และสถานีจ่ายไฟฟ้าที่กระจายอยู่ในพื้นที่กองบังคับการตำรวจนครบาลต่างๆ รวม 68 แห่งอย่างเข้มงวด 24 ชั่วโมง พร้อมให้แต่ละกองบังคับการกำหนดยุทธศาสตร์ในการป้องกันเหตุร้าย เหตุวินาศกรรมในพื้นที่ของตนเองอย่างต่อเนื่อง ภายหลังเกิดเหตุระเบิดคาร์บอมเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ท่ามกลางบรรยากาศการประชุมที่เป็นไปด้วยความเร่งเครียด

 ทั้งนี้ ผบช.น. กำชับสั่งการให้แต่ละกองบังคับการเพิ่มความ ระมัดระวังเหตุระเบิดเป็นพิเศษ โดยเฉพาะระเบิดคาร์บอมบ์ โดยให้เจ้าหน้าที่สายตรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่สังเกตรถยนต์ต้องสงสัยที่นำมาจอดทิ้งไว้นานผิดปกติเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณตามสถานที่สำคัญต่างๆ นอกจากนี้ยังกำชับพื้นที่ที่มีคลังน้ำมัน เช่น ย่านบางจาก ย่านคลองเตย ย่านพระราม 3 และย่านดอนเมือง ซึ่งอาจจะตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มผู้ไม่หวังดี หรือมือที่สามเข้ามาก่อเหตุสร้างสถานการณ์ได้

 พล.ต.ท.สัณฐาน เปิดเผยภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมว่า วันนี้ ผบก. แต่ละพื้นที่นำข้อมูลสถานที่ที่เป็นจุดสุ่มเสี่ยงล่อแหลมที่อยู่ในความรับผิดชอบไม่ว่าจะเป็น คลังเก็บเชื้อเพลิง สถานีจ่ายไฟฟ้าย่อย สถานีประปา คลังน้ำมัน โรงกลั่นน้ำมัน มาวิเคราะห์ว่า สถานที่ใดที่ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ หลังจากเกิดเหตุระเบิดบริเวณหน้าพรรคภูมิใจไทย ซอยพหลโยธิน 43 และคนร้ายยิงอาร์พีจีใส่คลังน้ำมันกรมพลาธิการทหารบก ย่านจังหวัดนนทบุรี จึงต้องวิเคราะห์พื้นที่ที่ต้องวางกำลังตำรวจเพื่อดูแลความปลอดภัย 24 ชั่วโมง โดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่ติดอาวุธเต็มรูปแบบ และกำหนดพื้นที่จุดพักสายตรวจ รวมทั้งพื้นที่ต้องใช้แนวร่วมให้ประชาชนช่วยสังเกตการณ์ เช่น ทุ่งหญ้าย่านมีนบุรีที่มีเสาไฟฟ้าแรงสูง เป็นต้น

 ผบช.น. กล่าวต่อว่า นอกจากตรวจตราจุดเสี่ยงดังกล่าวแล้ว ยังต้องดูแลบุคคลสำคัญของรัฐบาล อีกด้วยโดยเฉพาะ นายกฯ รองนายก และ รมต.ที่สำคัญ โดยจะต้องดูแลให้เข้มข้นขึ้นเพื่อระวังเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ เพราะคนร้ายหรือพวกที่คิดร้ายมักจะไปได้ทั่ว ลักลอบเป็นคนไทยด้วยกันการพรางตัวไปในที่ต่างๆ มันก็ง่าย แต่ไม่ใช่ปล่อยปละละเลยสั่งให้คุมเข้มในการวิเคราะห์ แต่หากมีการกำหนดพื้นที่ที่ตั้งจุดสกัดกำหนดตัวบุคคลในการเฝ้าระวังแล้วไม่ทำกันมันก็ต้องพิจารณากันหน่อย ไม่ต้องมีเหตุระเบิดเกิดขึ้นหรอก แต่หากผู้บังคับบัญชาไปตรวจดูสองสามครั้งผู้ปฏิบัติไม่ดำเนินการตามที่สั่งการไป เจ้าของพื้นที่นั้นๆ ก็ต้องรับผิดชอบ

 "ตอนนี้เหตุการณ์ใน กทม. เริ่มร้อนแรงขึ้นแล้ว เราต้องช่วยเหลือร่วมมือกัน ถ้าเกิดเหตุยิงอาร์พีจียิงเอ็ม 79 ขึ้นอีก คนกรุงเทพฯ ก็อาจจะอยู่อย่างยากลำบาก นักท่องเที่ยวก็ลดน้อยลง ฉะนั้น พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในขณะนี้ยังมีความจำเป็นอยู่ เพราะด้านการทำงานถ้าไม่มีเครื่องมือมารองรับการทำงานของตำรวจ และทหาร ก็จะลำบาก คนภายนอกดูแล้วประเทศชาติไม่ค่อยสงบสุขนั้นก็ไม่ใช่ ถ้าปล่อยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำร้ายประเทศชาติมี พ.ร.ก.จะช่วยได้มากกว่า พ.ร.ก.ไม่ได้ทำร้ายคนที่ดี และก็ดำรงชีวิตได้อย่างปกติ" ผบช.น. กล่าวในที่สุด

 รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ท.สัณฐาน มีความเป็นห่วงสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ กทม.ขณะนี้โดยเฉพาะเหตุระเบิดที่มีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ โดยสั่งกำชับไปยังผู้ปฏิบัติว่า ให้ทำหน้าที่ด้วยความรอบคอบ ปฏิบัติตามมาตรการปฏิบิติอย่างเคร่งครัด อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยสามารถพกพาอาวุธและอุปกรณ์ครบมือได้ หากพบกรณีผู้ก่อการร้ายติดอาวุธขัดขืนการจับกุมหรือกำลังดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดที่เป็นผลร้ายต่อบ้านเมืองมีผลกระทบต่อชีวิตทรัพย์สินพี่น้องประชาชน กรณีคนร้ายพกพาอาวุธปืน อาวุธสงครามร้ายแรง ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถดำเนินการเฉียบขาดและตอบโต้ได้ในทันที