ข่าว

ปณิธานเผยมาร์คชี้เลิกฉุกเฉินให้ดูเหมาะสม

ปณิธานเผยมาร์คชี้เลิกฉุกเฉินให้ดูเหมาะสม

29 มิ.ย. 2553

"ปณิธาน” เผย "นายกฯ" แนะยกเลิกพรก.ฉุกเฉินฯ ให้ดูความเหมาะสมกับสถานการณ์จริง ชี้บางพื้นที่ยังรอป่วน ระบุกลุ่มยิงคลังน้ำมัน แย้มถ้ายกเลิก พรก. อาจใช้พรบ.ความมั่นคงแทน

(29มิ.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปณิธาน  วัฒนายากร  รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า  เรื่องการยกเลิกพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พรก.ฉุกเฉินฯ) นั้น  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ให้แนวทางกับศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) พิจารณาจากสถานการณ์จริงในพื้นที่  ซึ่งมีทั้งต้องการให้คงไว้ และต้องการให้ยกเลิก โดยต้องมีการคุยกันว่าถ้าไม่มีพรก.ฉุกเฉินฯ แล้ว  หน่วยงานต่างๆ เช่น  ตำรวจ พลเรือนๆ สามารถทำงานได้เต็มที่หรือไม่  หรือหากมีพรก.ฉุกเฉินฯจะทำให้เจ้าหน้าที่รักษาสถานการณ์ได้ดีกว่าหรือไม่ 

 ทั้งนี้อาจจะมีบางกลุ่มจังหวัดที่ไม่จำเป็นต้องคงพรก.ฉุกเฉินฯไว้ แต่ต้องดูว่าหากไม่มีพรก.ฉุกเฉินฯแล้วจะสามารถสนธิกำลังได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ ถ้าทำได้ก็ไม่มีความจำเป็นต้องใช้พรก.ฉุกเฉินฯ ทั้งนี้ต้องให้หลักประกันต่อประชาชนได้  ทั้งนี้รัฐบาลกำลังรอการรายงานจาก ศอฉ.อยู่  โดยดูจากเรื่อง การชุมนุมทางการเมือง การทำธุรกรรมทางการเงิน การปลุกระดมยั่วยุ และ การก่อวินาศกรรม ที่เป็นปัจจัยพื้นฐานในการพิจารณาว่าจะต้องคงพรก.ฉุกเฉินฯไว้หรือไม่ ทั้งนี้เรื่องการก่อวินาศกรรมถือเป็นเรื่องสำคัญที่ ศอฉ. พิจารณารวมถึงเรื่องการปลุกระดมทางการเมืองที่ยังมีอย่างต่อเนื่อง การปล่อยข่าวลือ การชุมนุมแฝง บางกลุ่มในบางพื้นที่ก็มีความพร้อมในการชุมนุมถ้ามีการปลุกระดม ส่วนเรื่องธุรกรรมทางเงิน และเรื่องคดีก่อการร้าย กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กำลังดำเนินการอยู่

 “พื้นที่ที่สถานการณ์เปราะบางถ้ายกเลิกพรก.ฉุกเฉินฯแล้วต้องมั่นใจว่าต้องคุมสถานการณ์ได้ โดยเฉพาะพื้นที่ในกทม.และพื้นที่รอบๆพื้นที่ ที่ต้องมั่นใจว่าต้องคุมสถานการณ์ให้ได้  โดยในจังหวัดอุดรธานี  เชียงใหม่  ต้องดูว่าตำรวจสามารถทำงานได้หรือไม่ ถ้ามีการยกเลิกพรก.ฉุกเฉินฯ ถ้าตำรวจดูแลได้ก็สามารถยกเลิกได้  ” นายปณิธาน กล่าว และว่า ส่วนเรื่องการก่อวินาศกรรม โดยเฉพาะการยิงจรวดอาร์พีจีใส่คลังน้ำมันของกรมพลาธิการนั้น เห็นได้ว่ากลุ่มคนที่ปฏิบัติการมีศักยภาพ และดูเหมือนว่ากลุ่มคนเหล่านี้สามารถเข้าถึงข้อมูลบางอย่างที่นำมาใช้ในการปฏิบัติการเป็นอย่างดี เหมือนคนกลุ่มนี้รู้ความเคลื่อนไหวของรัฐ  เช่น การเข้าไปในกรมพลาธิการอย่างสะดวก โดยขณะนี้เจ้าหน้าทางการข่าวได้เฝ้าระวัง และกดดันกลุ่มผู้ต้องสงสัยอยู่ โดยพบว่ากลุ่มคนดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับการชุมนุมที่ผ่านมา และน่าจะเป็นกลุ่มคนที่มีประสบการณ์ในการก่อวินาศกรรม เพราะการใช้อาร์พีจืไม่สามารถทำกันได้ง่ายๆ   และเป็นกลุ่มที่มีเครือข่ายที่มีการสนับสนุนเรื่องข้อมูล เรื่องเส้นทางหลบหนี และมีความเชี่ยวชาญเรื่องการใช้อาวุธ โดยมีกลุ่มที่มีสนับสนุนการเคลื่อนไหวครั้งนี้อยู่ทำให้สามารถเคลื่อนไหวอย่างเป็นระบบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทางความมั่นคงจะสอบสวนต่อไปว่ากลุ่มคนเหล่านี้จะเชื่อมโยงกับกลุ่มที่ยิงอาร์พีจี   ใส่กระทรวงกลาโหมหรือไม่  ส่วนเรื่องที่วอร์รูมพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่าจะมีการก่อวินาศกรรม 40 แห่งนั้น  ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีไม่ได้มีการคุยกันเรื่องนี้แต่อย่างใด

 เมื่อถามว่ามีการจับตากลุ่มคนของเจ้าหน้าที่รัฐด้วยหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า  เจ้าหน้าที่ได้ดูทุกกลุ่มที่มีแนวโน้มที่จะก่อกิจกรรมเหล่านี้ ไม่ได้ระบุว่าเป็นกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ถือว่าเป็นกลุ่มคนที่มีประสบการณ์ที่สามารถก่อวินาศกรรมได้ ซึ่งคงมีไม่มากนัก ทั้งนี้ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่กำลังจับตาดูคนกลุ่มนี้อยู่ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับช่วงที่มีการชุมนุมทางการเมือง

  นายปณิธาน กล่าวต่อว่า ทั้งนี้หากมีการยกเลิกพรก.ฉุกเฉินฯ อาจจะมีการเสนอให้กลับไปใช้พระราชบัญญัติรักษาความมั่นคงภายในราชอาราจักร (พรบ.ความมั่นคง)   ส่วนแรกที่ให้มีการเฝ้าระวังร่วมกันของตำรวจ และพลเรือน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด (กอ.รมน.จังหวัด) เป็นเจ้าภาพดูแล และมีทหารเป็นผู้ช่วยพนักงาน  และหากใช้พรบ.ความมั่นคงส่วนที่สอง ที่มีการประกาศพื้นที่ความมั่นคง  และมีการจัดตั้งศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.)  ที่มีอำนาจเหมือน พรก.ฉุกเฉินฯ แต่ไม่มีการคุ้มครองเจ้าหน้าที่   อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีข้อเสนอให้ใช้ พรบ.ความมั่นคง  เพราะมีแต่เสนอให้ยกเลิกพรก.ฉุกเฉินฯ หรือให้คงไว้เท่านั้น ทั้งนี้ศอฉ.จะพิจารณา โดยมีเป้าหมายว่า ให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยพิจารณาจากข้อเท็จจริงเป็นหลัก