
แคนาดาทุ่มงบรปภ.สูงลิ่วจี20แยกย้ายหาทางฟื้นศก.
โตรอนโต-แคนาดาทำลายสถิติใช้งบรปภ.จัดประชุมสุดยอดเศรษฐกิจ ด้านจี 20 เห็นพ้องใช้แนวทางต่างกันตัดลดงบและปฏิรูปธนาคาร สะท้อนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอันเปราะบางและไม่เสมอภาคกันในแต่ละชาติ
หนังสือพิมพ์สเตรท ไทม์ส ของสิงคโปร์ รายงานว่า การจัดประชุมจี 8 ที่กรุงออตตาวา และจี 20 ที่นครโตรอนโตของแคนาดาในครั้งนี้ เจ้าภาพหมดงบประมาณด้านการรักษาความปลอดภัย ไปถึง 897 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เกือบ 3 หมื่นล้านบาท) หรือราว 396 ล้านบาทต่อชั่วโมง กลายเป็นสถิติใหม่สำหรับค่าใช้จ่ายเพื่อการนี้ สถิติเดิมเป็นการจัดประชุมสุดยอดจี 20 ที่จังหวัดฮอกไกโดของญี่ปุ่นเมื่อปี 2551 ที่ใช้งบ รปภ.ไปทั้งสิ้น 345 ล้านดอลลาร์ (11,400 ล้านบาท) แต่รัฐบาลแคนาดายืนยันว่า การใช้งบมหาศาล เพื่อวางมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนนั้น เป็นเรื่องจำเป็น
ทางด้านนักเคลื่อนไหวและนักวิเคราะห์ให้ความเห็นเรื่องการประท้วงต่อต้านการประชุมจี 20 ที่บานปลายเป็นเหตุจลาจลทั่วโตรอนโตเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า แม้ภาพการเผารถตำรวจ ทุบทำลายกระจกหน้าต่างร้านค้าโดยชายในชุดดำ และตำรวจยิงแก๊สน้ำตา ตลอดจนมีการจับกุมผู้ประท้วงกว่า 500 คน เป็นภาพข่าวที่สร้างความตกตะลึงไปทั่วโลกนั้น ยังถือว่าเป็นการประท้วงที่มีขนาดเล็ก และเป็นไปโดยสงบอยู่ดี เมื่อเทียบกับการจลาจลรุนแรงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
สำหรับผลการประชุมกลุ่มผู้นำจี 20 ที่เสร็จสิ้นลงเมื่อวันอาทิตย์ (27 มิ.ย.) จุดน่าสังเกตคือบรรดาผู้นำเปิดช่องให้แต่ละชาติ ขยับหาทางฟื้นฟูเศรษฐกิจตามจังหวะก้าวที่เหมาะสมของตนเอง ไม่ได้เป็นเอกภาพเหมือนกับการประชุมสุดยอดท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจโลก 3 ครั้งก่อนหน้า
ชาติร่ำรวยและกำลังพัฒนาในจี 20 ซึ่งกุมชะตาเศรษฐกิจโลกถึงร้อยละ 85 ให้คำมั่นว่า จะตัดลดงบประมาณขาดดุลลงครึ่งหนึ่งภายในปี 2556 โดยไม่ทำให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจต้องชะงักงัน และคุมเข้มระบบธนาคาร แต่ยกให้เป็นหน้าที่ของแต่ละชาติว่า จะจัดการอย่างไรกับประเด็นถกเถียงเช่น การเก็บภาษีธนาคาร นอกจากนี้ ยังตัดสินใจในนาทีสุดท้ายที่จะเลี่ยงเผชิญหน้ากับจีน ด้วยการไม่พาดพิงถึงค่าเงินหยวน
นายโดมินิค ชเตราส์ คานน์ ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ชี้ว่า การที่ผู้เจรจาต้องใช้เวลานานถึง 45 ชม.ร่างแถลงการณ์ปิดประชุม สะท้อนว่า กว่าจะได้ฉันทามติจากที่ประชุมจี 20 ในครั้งนี้ มีความยากลำบากเพียงใด
เอกภาพในกลุ่มจี 20 สั่นคลอน เมื่อชาติสมาชิกหลุดพ้นจากวิกฤติเศรษฐกิจในอัตราช้าเร็วต่างกัน เช่น จีนกำลังฟื้นตัวอย่างน่าพอใจ ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐยังเซื่องซึม และยุโรปฟื้นตัวอย่างเชื่องช้า ดังนั้น นโยบายที่จะนำมาใช้ จำต้องต่างกันไปด้วย



