ข่าว

การเมืองเรื่องคนคนเดียว

การเมืองเรื่องคนคนเดียว

29 มิ.ย. 2553

คงปฏิเสธได้ยากว่าในบ้านเมืองนี้มีคนจำนวนไม่น้อยที่คิดว่าปัญหาประเทศชาติทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะคนคนเดียว

 แต่ก็ในอีกด้านหนึ่งก็มีคนจำนวนมากพยายามจะชี้ให้เห็นว่าคนคนเดียวนั้นจะเปลี่ยนอะไรได้มากขนาดนั้น ถ้าเงื่อนไขทางสังคมมันไม่สุกงอมพอ

 จะว่าไปแล้ว หากยกระดับเรื่องนี้มาพูดด้วยหลักวิชาสักหน่อย เราก็คงจะคุยกันได้มากขึ้น แทนที่จะกล่าวหากันว่าพูดแบบนี้เป็นการปกป้อง หรือการกล่าวหาคนคนเดียวหรือไม่

 ในประการแรก วิธีการอธิบายว่าทุกเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่เกิดจากคนคนเดียวนี้ ในอดีตเป็นเรื่องปรกติที่เขาทำกัน เพราะเป็นเรื่องของการพูดถึงทฤษฎีมหาบุรุษ หรือทรราช กล่าวคือการพูดถึงความเปลี่ยนแปลงทางสังคมนั้นเป็นเรื่องที่เกิดจากคนคนเดียว ซึ่งจะสามารถทำให้เกิดเรื่องราวทางลบและเรื่องราวทางบวกได้

 รากฐานเรื่องนี้ที่ยึดโยงมาจนถึงวันนี้ก็คือการอธิบายถึงเรื่องของภาวะผู้นำต่างๆ นั่นแหละครับ

 ในประการที่สอง วิธีอธิบายเรื่องว่าทุกอย่างนั้นเกิดจากคนคนเดียวนั้นถูกท้าทายจากวิธีคิดที่ให้ความสนใจกับเรื่องราวของความหลากหลายของผู้คน ว่าผู้คนนั้นเขาตัดสินใจเลือกด้วยเหตุผลและผลประโยชน์ของเขา (ว่าด้วยเรื่องพฤติกรรม)

 และในอีกทางหนึ่งก็มีการอธิบายว่า คนคนเดียวนั้นจะสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ก็เพราะว่าสภาวะสังคมนั้นสุกงอมเสียมากกว่า นั่นหมายถึงเราต้องเข้าใจโครงสร้างทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองก่อน

 กล่าวโดยสรุป วิธีคิดว่าคนคนเดียวเปลี่ยนได้ทุกอย่าง ก็มีจุดเด่นและจุดด้อย วิธีที่พูดเรื่องโครงสร้างก็เช่นกัน

 ในประการที่สาม วิธีที่ว่าทุกอย่างเกิดจากคนคนเดียวนั้นเป็นเรื่องที่เล่นไม่ยาก เพราะว่าเราสามารถลดทอนเรื่องทุกเรื่องไปโทษคนคนเดียว และทำให้เราไม่ต้องถามคำถามเรื่องอื่น หรือแม้แต่ทำให้เกิดการฟอกตัวได้ว่า คนอื่นก็อาจจะเลว แต่เพื่อทำลายสิ่งที่เลวร้ายที่สุดแล้ว คนที่เลวน้อยกว่าก็จะสามารถหลุดรอดไปได้

 ในประการที่สี่  เราเคยถามไหมว่าคนที่เราคิดว่าเลวที่สุดนั้น เคยมีคนอื่นไปเกาะไปทำมาหากินด้วยแค่ไหน แล้วเมื่อเราจะจัดการคนคนเดียว เราจะจัดการคนเหล่านี้ที่เคยช่วยคนเลวเหล่านั้นได้อย่างไร

 ในประการที่ห้า เราเคยถามไหมว่าเราจะจัดการคนคนเดียวด้วยวิธีอะไรก็ได้ หรือเราจะต้องจัดการคนคนเดียวด้วยวิธีที่ไม่เลว ไม่เช่นนั้นเราก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่เรากล่าวหา

 ในประการที่หก เราอาจจะต้องคิดเรื่องอื่นๆ เพิ่มขึ้น แทนที่จะผูกตัวเองติดกับเรื่องคนคนเดียว เราอาจจะต้องให้ความสำคัญกับกฎเกณฑ์ กับระบบที่มาช่วยกันวางให้ดี ที่ไม่ว่าใครจะเข้ามาอยู่ในตำแหน่งนั้นก็ตาม เขาก็จะไม่สามารถทำอะไรได้ตามอำเภอใจอีกต่อไป หรือไม่ทำให้เราเกิดความรู้สึกว่าเราต้องยอมหลับตา อุดหูปิดปากเพื่อให้สมประโยชน์ทั้งเขาทั้งเรา

 นั่นหมายความว่า ระบบที่ดีไม่ใช่ระบบที่เราจะจัดการคนคนเดียว แล้วก็นึกว่าจะหาคนคนเดียวขึ้นมาเป็นปากเป็นเสียงเราอย่างไร แต่หมายถึงการที่เราต้องมีกฎมีเกณฑ์ที่ทุกคนเคารพ และคนคนเดียวก็เคารพ และเราก็เคารพเช่นกัน