ข่าว

พ.ร.ก.ฉุกเฉินยังต้องคงไว้

พ.ร.ก.ฉุกเฉินยังต้องคงไว้

29 มิ.ย. 2553

รัฐบาล หรือ ศอฉ. กำลังพิจารณาว่าจะต่ออายุการบังคับใช้พระราชกำหนดว่าด้วยสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งจะหมดอายุต้นเดือนหน้า เมื่อพิจารณาถึงความปลอดภัย และความเสี่ยงจากการกระทำด้านร้าย เช่น การลอบยิงสถานที่ต่างๆ การลอบสังหารบุคคลสำคัญ รวมทั้งการชุมนุมเพื่อสร้างสถานก

 เมื่อพิจารณาถึงสถานการณ์โดยรวมแล้ว ยังไม่น่าไว้ใจ เพราะการปลุกระดมมวลชนเสื้อแดงยังเป็นไปอย่างคึกคักในต่างจังหวัด และได้ประกาศอย่างชัดเจนว่าทันทีที่รัฐบาลประกาศเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กลุ่มคนเสื้อแดงจะจัดชุมนุมต่อไป แม้ประชาชนจะยังคงจดจำการก่อการร้าย เผาบ้านเผาเมือง สร้างความหายนะต่อประเทศอย่างมากมายก็ตาม

 รัฐบาลได้เตือนว่าความเสี่ยงต่อการโจมตีสถานที่ต่างๆ ของรัฐบาล การก่อการร้ายยังมีอยู่ รวมทั้งการลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่ ตุลาการ และบุคคลระดับสูง ล่าสุดคนร้ายใช้ระเบิดอาร์พีจีลอบยิงคลังน้ำมันของกรมสรรพาวุธทหาร เพียงแต่ไม่มีน้ำมันอยู่ในถัง ทำให้ความเสียหายมีเพียงเล็กน้อย แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าความพยายามการก่อวินาศกรรมจะหมดไป ตราบใดที่ขบวนการทักษิณยังไม่บรรลุเป้าหมายในการยึดชิงอำนาจรัฐ

 ความรู้สึกถึงการเป็นปฏิปักษ์ของกลุ่มคนเสื้อแดงต่อสังคมยังมีอยู่ ดังจะเห็นได้ว่ากองเชียร์นายก่อแก้ว พิกุลทอง ได้โห่ขับไล่และทุบพาหนะของผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความพยายามเสนอให้มีการปรองดองระหว่างผู้ขัดแย้งกันยังคงเป็นไปได้ยาก และมวลชนเสื้อแดงยังฝังความแค้นลึก และยังจะใช้ความรุนแรงจัดการฝ่ายตรงกันข้าม ถ้ามีโอกาส โดยไม่หวั่นเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง

 ประชาชนทั่วไปไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และรู้สึกปลอดภัยจากการข่มขู่ คุกคาม โดยมวลชนการเมืองซึ่งจัดการชุมนุมสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนทั่วไป นอกเหนือจากความรุนแรง การก่อการร้าย และการต่อสู้ด้วยกำลังติดอาวุธ และยังไม่ไว้ใจในสถานการณ์โดยรวม เพราะเครือข่ายทักษิณกำลังถูกตรวจสอบการใช้เงินอย่างมหาศาลเป็นทุนในการล้มรัฐบาลและยึดอำนาจรัฐ ซึ่งจะนำไปสู่การเป็นปฏิปักษ์อย่างรุนแรง จนถึงขั้นเกินสงครามกลางเมือง เพราะขบวนการทักษิณต้องพยายามมากกว่าเดิม และทุ่มทุนอย่างเต็มที่ และมีกลุ่มบุคคลพร้อมจะทำงานเพื่อเงิน แม้จะเสียหายต่อบ้านเมืองก็ตาม ดังนั้น พ.ร.ก.ฉุกเฉินยังต้องคงไว้ เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและความสงบของบ้านเมือง