
ถึงเวลาจัดการที่ดิน
พรรคการเมืองหาเสียงทุกครั้งจะอ้างว่ามีนโยบายแก้ปัญหาความยากจนสำหรับพี่น้องชาวนา เกษตรกร แต่ยิ่งแก้ไปสิ่งที่เห็นก็คือชาวนาสูญเสียกรรมสิทธิ์ที่ดินให้นายทุน นักกว้านซื้อที่ดินเพื่อทำรีสอร์ท หรือกักตุนไว้ทำธนาคารที่ดิน เก็งกำไร จ้องรับซื้อที่ดินจากชาวบ้านโดยก
วันก่อนมีข่าวว่าที่ดิน 90 กว่าล้านไร่ หรือ 90 เปอร์เซ็นต์ของประเทศนี่แหละ มีคนเป็นเจ้าของไม่ถึง 10 ล้านคน แสดงให้เห็นว่าการกระจายการถือครองที่ดินเป็นไปอย่างไม่เป็นธรรม คือใครมีเงินก็ใช้ความได้เปรียบ สภาพที่เหนือกว่ากว้านซื้อที่ดินเก็บไว้ เพราะราคาขึ้นไปทุกวัน แม้แต่ในสภาพวิกฤติ
ที่ดินไม่เน่า เก็บไว้มีแต่ได้กำไร ครอบครัวมั่งคั่งจึงมีตู้เซฟเอาไว้เก็บโฉนดโดยเฉพาะ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าที่ดินอุดมสมบูรณ์ของประเทศไทยถูกทิ้งร้างว่างเปล่าก็เยอะ ที่ดินเป็นผืนนา คนทำนาไม่ได้เป็นเจ้าของ เป็นเพียงผู้รับจ้าง
รัฐบาลนายกฯ มาร์ค โดยขุนคลังคุณกรณ์ กำลังวางแผนเก็บภาษีที่ดินและภาษีมรดก ซึ่งเป็นงานยากยิ่งกว่าเข็นรถบดขึ้นภูเขา คนเป็นเจ้าของที่ดินเป็น ส.ส. หรือ ส.ว. ผู้มีอิทธิพลการเมืองท้องถิ่น เป็นทุนนิยมอุบาทว์
ระดับแกนนำพรรค เจ๊ หรือคุณหญิง มีที่ดินเก็บไว้เป็นโฉนดเป็นตู้ กินภูเขาเป็นลูกๆ ดังเช่นเป็นข่าวกรณีกินป่ารอบเขาใหญ่ ภูเก็ต เกาะสมุย และเกาะอื่นๆ ทั่วประเทศ สร้างความมหัศจรรย์ว่าออกโฉนดบนยอดเขาได้อย่างไร
ถ้ารัฐบาลนี้กล้าหาญ ต้องไม่เก็บภาษีที่ดินอย่างเดียว น่าจะจำกัดการถือครอง เพื่อกระจายการเป็นเจ้าของ ป้องกันการเก็งกำไร หรือการถือครองโดยต่างชาติโดยใช้ตัวแทนเป็นนิติบุคคล บุคคลธรรมดา หรือการแต่งเมียไทย
ขาใหญ่นักการเมือง คุณหญิงเจ๊เศรษฐีต่างๆ ไม่สมควรจะเป็นเจ้าของที่ดินมากมาย เพราะตัวเองไม่ได้เป็นเกษตรกร หรือทำไร่ไถนา ส่วนใหญ่ทำนาบนหลังคน รับเป็นสาขาท่อน้ำเลี้ยงให้เครือข่ายผีโม่แป้งให้นักการเมืองกังฉิน
โลกกำลังต้องการอาหาร มรดกของประเทศนี้คือแผ่นดิน และเคยมีชาวนาผลิตอาหารเป็น 80 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งประเทศ ทุกวันนี้ถูกเกษตรกรรมเน่าๆ สร้างสารพิษ มลภาวะ ทำให้แม่น้ำลำคลอง แผ่นดินเสียหาย
ถึงเวลาที่เราต้องปฏิรูปที่ดินอย่างจริงจัง เริ่มต้นด้วยการจำกัดการถือครอง บุคคลใดก็ตามไม่ควรถือครองที่ดินมากกว่า 20 ไร่สำหรับการอยู่อาศัย เว้นแต่การทำเกษตรกรรม ซึ่งอาจมีมากถึง 50-100 ไร่ ถ้าเป็นนิติบุคคลควรมีไม่เกิน 300-500 ไร่ แล้วแต่ประเภทของพืช แล้วแต่กรณี เพื่อผลิตอาหาร
นักการเมืองไม่สมควรถือครองที่ดินมาก ถ้ามีบ้านเกิน 2 หลัง ต้องเก็บภาษีให้หนัก เพื่อเอาเงินไปพัฒนา และให้รู้ว่ายิ่งมีสมบัติเยอะๆ นอกจากต้องถูกตรวจสอบโดยการเสียภาษีแล้ว ยังเป็นการสกัดกั้นความโลภและการทุจริต
ถ้าทำได้เช่นนี้ ประชาชนจะรู้สึกเป็นธรรม บ้านที่อยู่อาศัยจะไม่แพงเพราะเก็งกำไรที่ดิน มีมรดกมาก ก็เก็บภาษีให้หนัก กล้าๆ หน่อยดิ! อิอิอิ!!!



