
เก่งจริงก็คายอำนาจ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) โดยตำแหน่ง กำลังเล็งที่จะปรับโครงสร้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติอีกครั้ง
หลังจากเกิดปัญหา "เกียร์ว่าง" หรือ "ตำรวจแตงโม" ทางการเมืองต่อเหตุการชุมนุมเผาบ้านเผาเมืองของคนเสื้อแดงที่ผ่านมา
จะเป็นครั้งที่เท่าไรก็ไม่อยากนับเพราะทุกรัฐบาลต่างมีแนวคิดเช่นนี้ ตำรวจเกิดปัญหา เอะอะก็ว่าโครงสร้างไม่ดี ตั้งแต่ยังเป็นกรมตำรวจจนเปลี่ยนมาเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่ผู้นำยังเป็นอธิบดีจนถึงผู้บัญชาการ ยืนอยู่แถวเดียวกับผู้นำเหล่าทัพ
ข้ออ้างในการปรับโครงสร้างส่วนหนึ่งเพราะองค์กรตำรวจในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทั้งตัวผู้นำและตำรวจชั้นผู้ใหญ่มักยอมตนเข้าไปรับใช้นักการเมืองจนได้ดิบได้ดี ข้ามหัวรุ่นพี่ แซงหน้าเพื่อนร่วมรุ่น จนการบริหารองค์กรปั่นป่วนไปหมด
ไม่เว้นแม้ช่องทางจะตีบตันก็เปิดตำแหน่งเพิ่มยศ เพิ่มสถานะให้พวกพ้อง
ความจริงจะไปโทษตำรวจฝ่ายเดียวก็ไม่ถูกนัก เพราะนักการเมืองเองนั่นแหละทำให้ตำรวจเสียผู้เสียคน การแต่งตั้งโยกย้ายไม่ได้คำนึงถึงคุณธรรม ความสามารถ กลับไปมองเพียงว่าเข้ามารับใช้ สนองตอบผลประโยชน์ เลียแข้งเลียขาจนก้าวหน้าในชีวิตราชการ การเมืองบันดาลได้หมด
พฤติกรรมแบบนี้คนในองค์กรตำรวจทำได้ชัดกว่าข้าราชการส่วนอื่น จึงถูกจับจ้องเป็นพิเศษ
ที่ผ่านมามีการร้องเรียนเรื่องซื้อขายตำแหน่งอย่างกว้างขวาง การไม่ได้รับความเป็นธรรมของนายตำรวจส่วนใหญ่ เรื่องมักจะเงียบหายไป แม้แต่กรณีของ พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา แห่งบันนังสตา ที่จบชีวิตจากการแต่งตั้งที่ไร้คุณธรรมไม่กี่เดือนก็ดูเหมือนจะกลับสู่ธรรมชาติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
นายตำรวจดีๆ หลายคนต้องยอมลดตัวมารับใช้นักการเมืองทั้งระดับชาติและท้องถิ่น เพื่อเอาตัวรอด ไม่มีอิสระที่จะไปบังคับใช้กฎหมายต่อนักการเมืองที่กระทำผิดกฎหมาย
นี่คือเรื่องจริงอันขมขื่น
วันนี้ นายกฯ อภิสิทธิ์ กำลังบอกว่า โครงสร้างตำรวจมีปัญหาต้องแก้ไข ประเด็นที่ถกเถียงกันมานานคือ ทำอย่างไรให้องค์กรรอดพ้นจากอำนาจทางการเมือง
คำถามคือ นักการเมืองจริงใจที่จะแก้ปัญหาหรือไม่ ที่สำคัญจะยอมคลายอำนาจจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือเปล่า จะทำอย่างไรให้การแต่งตั้งโยกย้ายได้รับความเป็นธรรม
แท้จริงแล้วโครงสร้างตำรวจมันเสียหรือนักการเมืองไร้คุณธรรมกันแน่!!



