ข่าว

มาร์คร่วมรับโทรศัพท์โครงการ6วัน63ล้านความดี

มาร์คร่วมรับโทรศัพท์โครงการ6วัน63ล้านความดี

28 มิ.ย. 2553

“มาร์ค” ร่วมรับโทรศัพท์ โครงการ “6 วัน 63 ล้านความดี” ร่วมเดินหน้า “ปฏิรูปประเทศ” รับฟังความเห็น ปชช. ก่อนนำเข้าโครงการฯ ดีเดย์ “1-6 ก.ค.” นี้ ที่ ทำเนียบฯ ด้าน "รบ.” เชิญชวนผู้สนใจเสนอความเห็น โทรฟรี 300 คู่สาย หรือ “ตู้ปณ. 9999 ทำเนียบรัฐบาล” และ “อีเม

(28มิ.ย.)  นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ได้ร่วมกันแถลงโครงการ “6 วัน 63 ล้านความคิด” เพื่อร่วมเดินหน้าปฎิรูปประเทศไทย โดยนายสาทิตย์ กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้พูดถึงโครงการนี้แล้ว ในรายการเชื่อมั่นประเทศไทย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่าจะมีการรับฟังความคิดเห็น ในเรื่องของปัญหาและข้อเสนอแนะ คล้ายกับแนวคิดที่ว่า การบริจาคความคิดเพื่อช่วยกันปฏิรูปประเทศไทย ซึ่งเรื่องนี้มีที่มาจากกรณีที่นายอภิสิทธิ์ได้ประกาศแผนปรองดอง เดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย ด้วยการอ่านจดหมายเชิญชวนพี่น้องคนไทยทั้งประเทศร่วมกันปฏิรูปประเทศ เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.

 รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลได้ดำเนินการรับความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน โดยในวันที่ 10 มิ.ย.ได้มีการประชุมร่วมกันระหว่างองค์กรที่ช่วยขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็นภาคธุรกิจเอกชนซึ่งได้มีการประชุมเพิ่มเติมและได้กำหนดรายละเอียดไปแล้ว มีเรื่องของเวทีปฏิรูปสื่อซึ่งก็เดินหน้าไปมากแล้ว ส่วนเรื่องที่ทำงานร่วมกันกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย และในส่วนขององค์กรปกครองท้องถิ่น และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แต่เนื่องจากคณะทำงานที่จะร่วมกันขับเคลื่อนในการปฏิรูปประเทศไทยเห็นว่า น่าจะมีการเปิดช่องทางในการรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมอีก ความจริงแล้วเราก็ไม่ได้มีการดำเนินการขอความร่วมมือจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ทำเนชั่นแนลเซอร์เวย์ แต่ในขณะนี้ก็ได้ลงพื้นที่ไปทั่วทุกจังหวัดทั่วประเทศแล้ว คาดว่าไม่เกิน 2 สัปดาห์ก็จะสรุปเสร็จสิ้น

 นายสาทิตย์ กล่าวว่า เนื่องจากยังมีประชาชนอีกจำนวนมาก ที่ต้องการแสดงความคิดเห็น โดยเราจะดำเนินโครงการนี้ตั้งแต่วันที่ 1- 6 ก.ค.นี้ โดยจะเปิดช่องทาง 3 ช่องทาง คือ 1.ทางโทรศัพท์ ซึ่งจะเปิดให้ประชาชนโทรเข้ามาแสดงความคิดเห็นในการปฏิรูปประเทศฟรี ที่หมายเลข 02-304-9999 ตั้งแต่เวลา 08.00 - 20.00 น. โดยจะมีโทรศัพท์ทั้งหมด 300 คู่สาย สามารถโทรมาได้ภายใน 6 วัน ในส่วนที่ 2 คือการส่งจดหมายทางตู้ปณ. 9999 ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งไม่จำกัดวันในการส่งประชาชนสามารถส่งมาได้ตลอด และทางสุดท้ายคือทางอีเมล์ www.pm.go.th/forward โดยไม่จำกัดวันเช่นกัน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลหวังว่าโครงนี้จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ให้คนไทยในฐานะเจ้าของประเทศมีส่วนร่วมในการปฏิรูปประเทศไทย

 รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นอกจากการรับโทรศัพท์แล้ว ยังมีการประสานงานไปยังสถานีโทรทัศน์ ให้ดารา นักร้องในสังกัดต่างๆมาร่วมรับโทรศัพท์ และในวันที่ 1 ก.ค.นี้ นายอภิสิทธิ์จะมาร่วมงานในช่วงเช้า และจะมารับโทรศัพท์ด้วยตัวเอง และถ้าประชาชนต้องการที่นำข้อเสนอมาเสนอด้วยตนเอง ก็สามารถนำมาเสนอได้ที่ตึกสันติไมตรี ตั้งแต่วันที่ 1-  6 ก.ค.หรือจะใช้โทรศัพท์บ้าน หรือมือถือก็จะฟรีทั้งหมด

 ด้าน นายอภิรักษ์ กล่าวว่า ในเรื่องของการเปิดช่องทางในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน รัฐบาลอยากให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด ในส่วนของคนที่มารับโทรศัพท์ก็จะระดมคนที่จะมาเป็นอาสาสมัคร โดยมีการรับสมัครผ่านเครือข่าย ทั้งเครือข่ายที่เป็นอาสาสมัครจากกรุงเทพฯ เครือข่ายอาสาสมัครที่เป็นเครือข่ายในช่วงที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) เปิดรับคอลเซนเตอร์ และอีกส่วนหนึ่งจะมาจากที่สมัครโดยตรง ซึ่งสามารถสมัครได้ที่เว็ปไซด์ http:/www.pm.go.th/forward หรือที่เครือข่ายเฟรซบุ๊คของนายอภิสิทธิ์ รวมทั้งเครือข่ายของนักเรียน นิสิต นักศึกษาจากสถาบันหรือมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่สามารถสมัครผ่านระบบ หรือยื่นมาที่สำนักนายกรัฐมนตรี

 ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผู้ที่จะมาเป็นอาสาสมัครจะมีการแบ่งช่วงเวลาในการทำงานเป็น 3 ช่วงด้วยกัน คือ ช่วง 08.00-12.00 น. , 12.00-16.00 น. และ 16.00-20.00 น. สำหรับแบบฟอร์มการกรอกจะแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ง่ายๆเพื่อที่จะได้บันทึกด้วยความเข้าใจ ส่วนข้อเสนอแนะจะแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ เช่น เรื่องของอาชีพ รายได้ หนี้สิน สภาพความเป็นอยู่ของครอบครัว ฯลฯ นอกจากนั้นสามารถบอกเรื่องอื่นๆ ซึ่งคนที่รับโทรศัพท์จะเป็นผู้บันทึกข้อมูลไว้ หรือแม้แต่ข้อเสนอแนะที่อยากฝากไว้ในเรื่องอื่นๆ สำหรับข้อมูลทั้งหมดที่รวบรวมได้จะนำมาสร้างเป็นพิมพ์เขียว หรือเส้นทางที่เราจะใช้ในการปฏิรูปประเทศไทย และสำหรับในบางเรื่องถ้าเป็นเรื่องที่เร่งด่วนก็สามารถนำมาดำเนินการได้เลย เช่น เรื่องที่ดินทำกิน ความคิดที่เร่งด่วนและประชาชนให้ข้อเสนอแนะเช่นนี้ ทางนายอภิสิทธิ์ก็จะเร่งดำเนินการทันที

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ตัวข้อมูลจะนำไปทำอะไร นายสาทิตย์ กล่าวว่า ตัวข้อมูลก็จะนำไปรวบรวมพร้อมกับที่มาจากเวทีภาคประชาชนที่แต่ละองค์กรจัดขึ้น และข้อมูลที่รวบรวมจะเสร็จภายในเดือนกันยายน. และเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายนจะนำผังความคิดที่ได้จากทุกช่องทางมาจับแยกออกจากกัน และในเดือนธันวาคมจะทำเป็นร่างที่เรียกว่า พิมพ์เขียว เพื่อให้นายกฯได้ประกาศในวันที่ 1 ม.ค.

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้ามีผู้ที่มีความเดือดร้อน มีความทุกข์มาร้องเรียน ตรงนี้จะแบ่งแยกหรือไม่ นายอภิรักษ์ กล่าวว่า บางครั้งเราอาจจะไม่ทราบปัญหาลึกๆที่เขามีอยู่ ผู้ที่รับโทรศัพท์อาจจะกำหนดไม่ได้ว่าอยู่ในหมวดหมู่ไหน เพราะฉะนั้นก็จะบันทึกเป็นปัญหาเฉพาะรายที่อยากจะบรรยายให้รัฐบาลได้รับทราบ หรือบางคนอาจจะมีข้อแนะเพิ่มเติมเราก็เปิดกว้างรับได้