ข่าว

โยนศอฉ.สอบยิงอาร์พีจีคลังน้ำมันทบ.

โยนศอฉ.สอบยิงอาร์พีจีคลังน้ำมันทบ.

28 มิ.ย. 2553

"นายกฯ"โยนศอฉ.หาสาเหตุยิงอาร์พีจีใส่คลังน้ำมันกรมพลาธิการฯทบ. "ปณิธาน” เผยเสียหายไม่มาก “จนท.” เร่งกดดันกลุ่มที่มีเบาะแสโยง คง “พ.ร.ก.ฉุกเฉิน” ชี้ประเมินสถานการณ์ดู 4 ปัจจัย

(28มิ.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 16.25 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ถึงกรณีมีคนร้ายลอบยิงจรวดอาร์พีจีใส่คลังน้ำมันภายในกรมพลาธิการทหารบก อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า ตนยังไม่ทราบ แต่เข้าใจว่าศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.)คงจะมีการดำเนินการ เมื่อถามย้ำว่ามองอย่างไรเมื่อการก่อวินาศกรรมกลับมาอีกรอบ นายอภิสิทธิ์ กล่าวย้ำว่า อันนี้คงต้องให้ทางศอฉ.วิเคราะห์อีกทีหนึ่ง

ครม.เตรียมประเมินการใช้พรก.ฉุกเฉิน

นายอภิสิทธิ์กล่าวด้วยว่า ในสัปดาห์หน้าคณะรัฐมนตรีต้องประเมินภาพรวมเรื่องพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เมื่อถามต่อว่าสะท้อนว่าการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้อาจจะมีความรุนแรงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย นายกฯ กล่าวว่า ก็พยายามให้ทุกฝ่ายช่วยกัน อย่าให้มันเป็นอย่างนั้น เข้าใจว่าการรับสมัครรับเลือกตั้งซ่อมช่วงเช้าก็เรียบร้อยดี ไม่มีอะไร

 ผู้สื่อข่าวถามว่ามีอะไรที่ทำให้มั่นใจว่าความพยายามก่อเหตุจะไม่มาสู่การเลือกตั้งครั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คิดว่าทุกฝ่ายต้องช่วยกันเฝ้าระวัง และคงไม่มีประโยชน์กับใคร หากจะมีความรุนแรงเกิดขึ้นในการเลือกตั้ง เมื่อถามว่าทางพรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะแปลงเวทีการเลือกตั้งซ่อมเป็นเวทีเสื้อแดง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คิดว่าประชาชนต้องพิจารณาว่าแนวทางการดำเนินการของพรรคเพื่อไทย ตกลงเป็นแนวทางไหนกันแน่

 เมื่อถามว่าจะมีเส้นแบ่งอย่างไรบนเวทีหาเสียง ระหว่างการปราศรัยกับการปลุกปั่นยุยง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คิดว่าอันนี้เขาคงพิจารณาได้ เพราะปกติการรณรงค์ในการเลือกตั้งเป็นเรื่องของการขอสนับสนุนเพื่อไปผลักดันนโยบาย ทำหน้าที่ แต่หากใช้เวทีในลักษณะยุยงให้เกิดความรุนแรง เกิดความไม่สงบ อันนี้ทำไม่ได้

 เมื่อถามว่า จะเป็นเวทีผลิตวาทะกรรรมฆ่าประชาชนอีกรอบหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้ามีการใส่ร้ายกันก็ผิดกฎหมายการเลือกตั้งอยู่แล้ว เมื่อถามว่าในส่วนของนายกฯหากถูกระบุว่าเป็นนายกฯฆ่าประชาชนบนเวทีหาเสียงจะมีการฟ้องหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะดำเนินการตามกฎหมาย เมื่อถามว่าคิดว่าจะช่วยได้หรือไม่กับการดำเนินการตามกฎหมาย นายกฯ กล่าวว่า ก็เป็นสิ่งที่คนที่ถูกละเมิดสิทธิต้องใช้การดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งกรณีอย่างนี้มีทั้งความผิดส่วนตัว และเป็นเรื่องความผิดเลือกตั้งด้วย ถ้าเป็นการใส่ร้ายกัน

 ผู้สื่อข่าวถามว่าทางพรรคประชาธิปัตย์ออกมาเปิดเผยว่า มีเป้าหมายที่อาจจะถูกลอบวางระเบิดมากถึง 40 แห่ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวถามกลับว่า “ไม่ทราบว่า ใครพูด” ซึ่งผู้สื่อข่าวตอบว่า คนพูดยืนอยู่ข้างหลังซึ่งปรากฏว่านายเทพไท เสนพงษ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์มายืนอยู่ตรงนั้น จึงทำให้นายกฯ กล่าวหันพร้อมไปมองนายเทพไทแล้วกล่าวว่า “ให้ไปถามเจ้าตัวเอง”

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับภารกิจของนายกฯในช่วงเย็นและค่ำวันนี้นั้น เวลา 17.15 น. นายกฯเป็นประธานพิธีเปิดป้ายประกาศเกียรติคุณ ดร.เสนาะ อูนากูล ณ ตึกสุริยานุวัตร สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจฯ ถนนผดุงกรุงเกษม จากนั้นเวลา 19.30 น. นายกฯร่วมงานเลี้ยงรับรองในโอกาสปีที่ 35 แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนและราชอาณาจักรไทย ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมแชงกรี-ลา

"ปณิธาน”เผยเสียหายไม่มากชี้ประเมิน4ปัจจัย

 นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 22.00 น.วันที่ 27 มิ.ย. ขณะนี้กำลังเนินการสอบสวน ซึ่งมีการเตรียมการมาระดับหนึ่ง แต่ปรากฏว่าในถังไม่ได้บรรจุน้ำมันเอาไว้ ทำให้ความเสียหายมีไม่มาก เห็นได้ชัดว่าการก่อวินาศกรรมยังคงมีอยู่ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่มีเบาะแสบางส่วน จึงได้ติดตาม และกดดันเครือข่ายกลุ่มหนึ่งอยู่ เข้าใจว่าเป็นกลุ่มนี้ที่ลงมือ ซึ่งหากจับกุมได้เราก็จะสามารถทราบได้ว่ามีความเชื่อมโยงกันอย่างไร

 โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนจะต่ออายุพรก.บริหารราชการในสถานการฉุกเฉิน ออกไปอีกหรือไม่นั้น เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ จะต้องนำมาพิจารณาด้วย อย่างไรก็ตาม การคงพรก.ฉุกเฉินเอาไว้มีปัจจัยหลาย 4 ส่วน คือ1.แนวโน้มในการชุมนุมที่ผิดกหมาย 2.การบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร 3.เส้นทางธุรกรรมทางการเงินต่างๆ 4.วินาศกรรม

 ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการยกระดับการรักษาความปลอดภัยแก่บุคคลสำคัญหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับเรื่องนี้เป็นสำคัญ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้มีการจัดระบบในพื้นที่ที่รับผิดชอบแล้ว จะมีการสนธิกำลังมากขึ้น หากรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ได้กฎหมายพิเศษก็ไม่มีความจำเป็น อย่างไรก็ตามทางศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)ได้มีการประเมินสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา