ข่าว

 แนะปลูกกล้วยอินทรีย์สู้หนีคู่แข่งส่งออกไปญี่ปุ่น

แนะปลูกกล้วยอินทรีย์สู้หนีคู่แข่งส่งออกไปญี่ปุ่น

28 มิ.ย. 2553

จี้เกษตรกรไทยเร่งใช้สิทธิเจเทปาส่งออกกล้วย เผยแล้งจัดฉุดผลผลิตลดลง ด้อยคุณภาพ ราคาแพง แนะปรับตัวผลิตกล้วยอินทรีย์หนีคู่แข่ง

 นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ภายหลังจากความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น หรือเจเทปา มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2550 จนถึงปัจจุบัน ไทยยังส่งออกกล้วยสดไม่เต็มโควตาที่จัดสรรเอาไว้ แม้ว่าเงื่อนไขในความตกลงดังกล่าวจะมีส่วนช่วยให้การส่งออกกล้วยของไทยมากขึ้น แต่เนื่องจากปริมาณกล้วยสดมีน้อยและคุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้จึงทำให้ส่งออกได้น้อย

 นางพิศวาท บัวรา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพืชสวน กล่าวว่า ปัญหาที่ทำให้การส่งออกกล้วยสดไทยไปญี่ปุ่นภายใต้กรอบเจเทปามีปริมาณน้อยและไม่เต็มโควตา คือผลผลิตที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานมีน้อย ทำให้ไม่เพียงพอต่อการส่งออก ขณะเดียวกันต้องแข่งขันกับกล้วยฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะด้านราคา ซึ่งจะถูกกว่ากล้วยสดไทยมาก

 "ภาวะโลกร้อน สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย และปัญหาภัยแล้ง ทำให้ได้ผลผลิตกล้วยคุณภาพดีลดน้อยลง ซึ่งแม้ว่าตลาดญี่ปุ่นจะมีปริมาณการสั่งซื้อสูง แต่เราผลิตไม่พอส่งออก และช่วงครึ่งปีหลังต้องแข่งขันกับฟิลิปปินส์และแอฟริกาใต้ ซึ่งราคาถูกกว่าของไทย 8-10 เท่า จึงทำให้เราแข่งขันไม่ได้" นางพิศวาท กล่าว

 ดังนั้นแหล่งปลูกที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งควรเร่งบำรุงรักษาและฟื้นฟูต้นกล้วยโดยเร็ว โดยต้องเร่งปรับปรุงพัฒนาการผลิตเพื่อให้ได้สินค้ากล้วยที่มีคุณภาพได้มาตรฐานตรงตามความต้องการของตลาดมากขึ้น โดยยกระดับการผลิตเข้าสู่ระบบเกษตรดีที่เหมาะสม ที่สำคัญต้องมีการควบคุมการใช้สารเคมีอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันปัญหาสารพิษตกค้างปนเปื้อน หรืออาจผลิตกล้วยปลอดสารพิษ เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการตลาดและการแข่งขัน