
เฉือนคม..แก๊งค้ายาจับ "ทีมฆ่า"มาเฟียมาเลเซีย
ดูเหมือนว่าระหว่างการชุมนุมทางการเมืองดำเนินไป ขบวนการค้ายาเสพติดจะอาศัยจังหวะนี้เคลื่อนไหวกันอย่างคึกคัก ด้วยเป็นช่วงเวลาแห่งสุญญากาศ เพราะกำลังตำรวจส่วนหนึ่งถูกดึงไปดูความสงบเรียบร้อย เมื่อการชุมนุมสิ้นสุดลงตำรวจหันมาจับงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรมตามเด
คดีฆาตกรรม "กวา ฮอก ชุน" ชาวมาเลเซีย วัย 41 ปี ยัดถุงดำทิ้งศพไว้ริมถนนในหมู่บ้านดอนชัย หมู่ 4 ต.ป่าแดด อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ก็มีจุดเริ่มต้นมาจากการหักหลังกันเองในขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติไทย-มาเลเซีย โดย "วอง ชี ไว" หนุ่มมาเลเซียวัย 38 ปี กับ "ยุภาพร วอง" ภรรยาคนไทย ได้ว่าจ้าง "สุพิณ ขะพินิจ" พ่อตาวัย 53 ปี พร้อมพวกอีก 5 คน ร่วมกันฆาตกรรมกวา ฮอก ชุน ในราคา 3 แสนบาท กลายเป็นที่มาของการประสานความร่วมมือระหว่างตำรวจไทยกับมาเลเซีย ที่ขยายไปสู่การป้องกันปราบปรามปัญหายาเสพติดร่วมกัน
ก่อนการจับกุมคนร้ายแก๊งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจมาเลเซียได้เดินทางเข้าพบ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ.5 ณ สำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 เพื่อพูดคุยและประสานความร่วมมือในเรื่องดังกล่าวข้างต้น มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันจนเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า กวา ฮอก ชุน เป็นหนึ่งในพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ ทำธุรกิจผิดกฎหมายนี้มานานกว่า 10 ปี โดยมี วอง ชี ไว และภรรยารับทำหน้าที่ขับรถส่งของ ยาเสพติดส่วนใหญ่จะเป็นเฮโรอีนที่นำเข้ามาจากชายแดนภาคเหนือของไทย ขนลงใต้แล้วจึงข้ามไปมาเลเซีย
เมื่อได้ข้อมูลชิ้นนี้ก็เป็นจังหวะเดียวกันกับตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ บก.สส.ภ.5 ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และตำรวจ บช.ภ.3 สามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดรวม 7 คน ที่มีส่วนร่วมในการฆาตกรรมทิ้งศพอำพราง
การสืบสวนเริ่มต้นจากเชือกไนลอนที่ใช้มัดศพกับถุงดำ ซึ่งมีลักษณะเด่นเฉพาะคือมีสีแดงขาว ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบตามร้านสะดวกซื้อและห้างสรรพสินค้าต่างๆ จนได้ความว่ามีขายเฉพาะที่โฮมโปรเท่านั้น ?!!
ไม่นานต่อมาโชคก็เข้าข้างชุดสืบสวน เมื่อไปตรวจสอบตามห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ แล้วพบว่า ที่ห้างบิ๊กซีในเมืองเชียงใหม่ได้ขายเชือกลักษณะนี้ไปเพียง 2 ครั้งเท่านั้น ครั้งแรกเกิดขึ้นนานมาแล้ว และครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2553 หรือ 1 วันก่อนพบศพกวา ฮอก ชุน
ชุดสืบสวนจึงขอดูกล้องวงจรปิดจากห้างจนพบภาพยุภาพรเป็นคนซื้อเชือก นอกจากนี้ยังปรากฏภาพวอง ชี ไว จึงแกะรอยต่อจนได้หมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ติดต่อกันในแก๊งฆ่า รวมถึงหมายเลขโทรศัพท์ของรีสอร์ทแห่งหนึ่งในเมืองเชียงใหม่ เมื่อไปตรวจสอบกับเจ้าของก็ได้รับการยืนยันว่าแก๊งฆ่าได้มาพักอยู่ที่รีสอร์ทจริง และจากการตรวจสอบห้องพักก็พบคราบเลือดหลงเหลืออยู่ ประกอบกับกล้องวงจรปิดของรีสอร์ทยังสามารถบันทึกภาพแก๊งฆ่าเอาไว้ได้ด้วย จึงมั่นใจว่าเป็นสถานที่ที่คนร้ายลงมือฆ่าหัวหน้าแก๊งค้าเฮโรอีนก่อนนำศพไปทิ้ง
หลังจากถูกจับกุมสองผัวเมียวอง ชี ไว กับยุภาพรให้การว่า สาเหตุที่ต้องฆ่ากวา ฮอก ชุน เพราะทุกครั้งที่ว่าจ้างให้ขนยาเสพติดจะเบี้ยวไม่จ่ายเงินตามที่ตกลงกันไว้ เช่น ตกลงกันไว้ที่ครั้งละ 5-6 แสนบาทแล้วแต่จำนวนยาเสพติดว่ามากหรือน้อย แต่พอถึงเวลาจ่ายเงินกลับจ่ายให้ครั้งละแสนสองแสนเท่านั้น จนกวา ฮอก ชุน ติดหนี้ทั้งสองคนเป็นเงินเกือบ 10 ล้านบาท เมื่อตกลงใจว่าจะเลิกอาชีพนี้กลับถูกขู่ฆ่า จึงวางแผนชิงลงมือฆ่าเสียก่อน
สำหรับเส้นทางลำเลียงยาเสพติดของแก๊งนี้ จะใช้วิธีบรรจุเฮโรอีนใส่ปี๊บหน่อไม้ หรือไม่ก็ใส่ไว้ใต้กระบะแล้วใช้กระบะไลเนอร์ปิดทับอีกชั้น ข้ามมาจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาด้าน อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ จากนั้นก็จะวิ่งลงใต้แล้วเปลี่ยนใช้วิธียัดใส่ช่องยางอะไหล่ ขนข้ามด่านสะเดา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เข้ามาเลเซีย
อย่างไรก็ดี การจับกุมแก๊งฆ่าครั้งนี้ไม่ได้ประสบความสำเร็จเฉพาะสามารถคลี่คลายคดีได้เท่านั้น แต่ยังเป็นความสำเร็จในการร่วมมือระหว่างไทยกับมาเลเซียในอันที่จะแก้ปัญหายาเสพติดข้ามชาติร่วมกัน เนื่องจากเป็นคดีแรกที่ตำรวจไทยสามารถทลายแก๊งยาเสพติดมาเลเซียได้
คืนวันที่ 24 มิถุนายน ที่ผ่านมา ทันทีที่ทราบข่าวดี พล.ต.ท.สมคิด ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทำหนังสือแจ้งกลับไปยังผู้บัญชาการตำรวจมาเลเซีย เกี่ยวกับความคืบหน้าในการทลายแก๊งฆ่าและผู้ร่วมขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ขณะเดียวกันก็เชื่อมั่นว่าหลังจากนี้ประเทศมาเลเซียจะให้ความร่วมมือแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับขบวนการค้ายาเสพติดให้ทราบเป็นระยะ หากว่าแก๊งค้ายาเสพติดมีความเคลื่อนไหวเข้ามาในประเทศไทย
เป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศไทยต่อสู้กับปัญหายาเสพติดมานาน แต่ขบวนการค้ายาเสพติดก็มีเครือข่ายโยงใยไปทุกสังคม จนต้องแสวงหาความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และแน่นอนว่าความร่วมมือระหว่างตำรวจไทย-มาเลเซียครั้งนี้จะส่งผลดีต่อไปในอนาคต แม้ว่าจะมีจุดกำเนิดเพียงเล็กๆ ก็ตาม



