ข่าว

ขยายพรก.ฉุนเฉินหรือไม่ 6 ก.ค.นี้รู้แน่

ขยายพรก.ฉุนเฉินหรือไม่ 6 ก.ค.นี้รู้แน่

28 มิ.ย. 2553

ยังไม่จบแน่!!! แม้ว่า “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” จะสามารถคลี่คลาย “ปมระเบิด” ที่บริเวณข้างพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ที่ผ่านมา เพราะหนึ่งในคนร้ายที่ร่วมกันวางแผนในครั้งนี้ คือ อดีตการ์ดกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ยังม

 ทำให้ ณ เวลานี้ “รัฐบาล-ศอฉ.” ต้องกลับมาทบทวนถึงแผนปฏิบัติการในการดูแลความสงบเรียบร้อยของประเทศอีกครั้ง โดยเฉพาะการประการบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ที่ขณะนี้ยังมีผลบังคับใช้ในพื้นที่ กทม. และพื้นที่ต่างจังหวัด รวม 24 จังหวัด

 เพราะก่อนหน้านี้ “รัฐบาล-ศอฉ.” เตรียมที่จะ “ยกเลิก” พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในหลายจังหวัด เนื่องจากสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ “ภาคเหนือ-ภาคอีสาน” เริ่มทุเลาเบาบางลงตามลำดับ

 จากการรายงานของ พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 และ พล.ท.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน แม่ทัพภาคที่ 3 ก็สอดคล้องกัน ที่ต้องการให้ “ยกเลิก” พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั่นเสีย แม้ว่าลึกๆ จะไม่มั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์ก็ตาม เพราะในพื้นที่ที่เรียกกันว่า “สีแดง” ก็ยังต้องเฝ้าระวังกันตลอด 24 ชั่วโมง คือ จ.ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี มุกดาหาร และ จ.เชียงใหม่ ที่มวลชนคนเสื้อแดงรวมตัวกัน “จุดไฟเผา” เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

 แม้ว่าการประชุม ศอฉ. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะ ผอ.ศอฉ.จะเห็นด้วยที่จะให้มีการประกาศ “ยกเลิก” พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ใน 24 จังหวัด ให้คงไว้เหลือเพียง 13 จังหวัด เพราะยังไม่มั่นใจในสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในเวลานี้ โดยเฉพาะพื้นที่ติดต่อกับ กทม.

 ทั้งนี้จังหวัดที่ถูกนำมาพิจารณาให้ “คงไว้” ได้แก่ จ.ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี มุกดาหาร สกลนคร เชียงใหม่ เชียงราย นครราชสีมา สมุทรปราการ นนทุบรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และ กทม. พร้อมกับ “รัฐบาล-ศอฉ.” สั่งให้จับตาเข้มในช่วงนี้

 ขณะนี้ที่หน่วยงานด้านความมั่นคง หลังจากที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบเหตุการณ์ ได้เข้ารายงานสถานการณ์แก่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะความไม่ลงตัวของการ “ยกเลิก” พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

 เนื่องจากยังมีหน่วยงานเห็นพ้อง “ไม่ตรงกัน” และมีความเห็นที่หลากหลาย เพราะแต่ละหน่วยงานก็มีความเห็นแตกต่างกันไป ทั้งกระทรวงมหาดไทย สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ตำรวจสันติบาล กองทัพภาค แม้ว่าทั้งจะเสนอข้อมูลมายัง ศอฉ.หมดแล้วก็ตาม

 อย่างไรก็ตาม นายสุเทพก็ได้มอบหมายให้ นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะเลขาธิการ ศอฉ. ไปจะจัดลำดับข้อมูลที่แต่ละหน่วยงานที่เสนอมา ก่อนที่จะนำกลับมาทบทวนในการประชุม ศอฉ.กันใหม่อีกรอบ

 ก่อนหน้านี้ นายอภิสิทธิ์จะเร่งให้ “ศอฉ.” จัดทำรายละเอียดกับการ “ยกเลิก” พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อให้ทันต่อการประชุมคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 29 มิถุนายนนี้ก็ตาม แต่เนื่องจากรายละเอียดกับเกี่ยวกับข้อเสนอของแต่ละหน่วยงานมีจำนวนมาก นายสุเทพจึงเตรียมที่จะหารือกับนายอภิสิทธิ์ เพื่อขอเลื่อนไปในวันที่ 6 กรกฎาคม แทน

 อย่างช้าอีก 1 สัปดาห์จะรู้ผลว่าจะมีการ “ยกเลิก” พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จังหวัดใดบ้าง เนื่องจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะมีการครบกำหนด 3 เดือน ในวันที่ 7 กรกฎาคมที่จะถึงนี้แล้ว ทั้งนี้ข้อมูลรายละเอียดที่มีความเห็นแตกต่างกันของหน่วยงานด้านความมั่นคงนั้น

 ทั้งหน่วยงานด้านการข่าว โดยเฉพาะสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ได้เสนอข้อพิจารณาว่าควรจะคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เท่าที่จำเป็นเท่านั้น คือ ในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ที่มีความเคลื่อนไหวรุนแรง 7-10 จังหวัดเท่านั้น
 ส่วนหน่วยงานด้านความมั่นคงอื่นๆ เช่น กระทรวงมหาดไทย กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรเห็นว่า น่าจะมีการคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินใน 15-20 จังหวัดที่ยังไม่แน่ชัดว่าจะมีความเคลื่อนไหวอยู่หรือไม่ เพื่อป้องปรามเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น

 เอาเป็นว่าสถานการณ์นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป จะเป็นเครื่องชี้วัดว่าสถานการณ์ในพื้นที่ 24 จังหวัดที่ถูกขึ้นบัญชีดำก่อนหน้านี้ว่าเป็นพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัย จะหลุดออกจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือไม่คงต้องว่ากันอีกที

 แต่ที่แน่ๆ หน่วยงานด้านความมั่นคงจะต้องทำงานหนักมากขึ้น โดยเฉพาะพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่ลงมาเล่นเกมนี้ตั้งแต่ต้น ตั้งแต่เป็นหัวหอกคนสำคัญในการรวบรวม “พลพรรค” โดยเฉพาะ นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่กล้าประกาศแยกวงกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หันมาจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาล “ขย่ม” พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ในเวลานี้

ทีมข่าวความมั่นคง