
ใต้ดินยังเดือด
ชุดเฉพาะกิจของ พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รวบตัว 3 ผู้ต้องหาคดีลอบวางระเบิดหน้าพรรคภูมิใจไทย อย่างรวดเร็ว
มีการขยายผลจนออกหมายจับเพิ่มอีกอย่างน้อย 4 คน ทั้งหมดให้การสอดคล้องกันว่า ไม่ชอบรัฐบาลที่ใช้กำลังปราบปรามคนเสื้อแดง จึงคิดสร้างสถานการณ์ป่วนเมือง
คำรับสารภาพเท่านี้อาจเชื่อได้ว่า ยังมีสถานการณ์ต่อเนื่องหลังจากรัฐบาลสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง แม้ไม่มีม็อบก็ยังไม่นิ่ง มีแนวคิดก่อเหตุความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง
เท่ากับว่าการคงพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ของรัฐบาลยังมีความชอบธรรม จำเป็นต้องใช้อำนาจพิเศษควบคุม
มีคนตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมมือระเบิดกลุ่มนี้ลงมืออย่างเป็นระบบทั้งๆ ที่เป็นเพียงการ์ดของนปช. เท่านั้นแถมมีผู้หญิงร่วมกระบวนการ ตำรวจบอกว่า การประกอบระเบิดเป็นมืออาชีพ แต่ยังไม่เก่งพอจึงพลาด
ดูเฉพาะตัวละครคงไม่มีอุดมการณ์ถึงระดับที่จะลงทุนลงแรงไปวางระเบิดพรรคการเมืองโดยเฉพาะภูมิใจไทย ที่เป็นแค่พรรคร่วมรัฐบาล
แต่หากมีคนอยู่เบื้องหลัง จ้างวานมาสร้างสถานการณ์ป่วนบ้านเผาเมืองต่อ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็น่าจะขยายผลหาจุดเชื่อมโยง
มีคนบอกว่าคดีใหญ่หรือเล็กไม่สำคัญ อยู่ที่ว่ามีเบื้องหลังอย่างไร การเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ ถ้าเบื้องหลังไม่มีอำนาจใดมาเสียดทาน มักจบด้วยการจับครบวงจร เร็วบ้างช้าบ้างก็ไม่เป็นไร
ถ้าคดีใดมีอำนาจการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง คดีจะเดินหน้าถึงระดับหนึ่งแฟ้มคดีก็จะถูกปิด ไม่อยากยกตัวอย่างเพราะจะไปกระทบกับหลายฝ่าย
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ปฏิบัติได้แล้ว ก็น่าจะขยายผลต่อ เอาละถึงแม้การสอบสวนจะหาหลักฐานไปมัด "คนจ้างวาน" ไม่ได้ แต่ทางสืบสวนสามารถล่วงรู้ถึงที่มาที่ไปของคดี
แม้จะหาหลักฐานมาดำเนินการไม่ได้ ก็ต้องใช้สังคมกดดันลงโทษ
การลอบวางระเบิดครั้งนี้ยังไม่ได้ตอบโจทย์ว่า เกิดอะไรขึ้น คนลงมือเคียดแค้นพรรคนี้ตรงไหนหรือหาจังหวะกับพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ตามคำให้การของผู้ต้องหา
บ้านเมืองตอนนี้แม้จะสงบแต่ยังอึมครึม ไม่ดีต่อบ้านเมือง ไม่ดีต่อเศรษฐกิจระยะยาวเหมือนกับว่า ยังมีลาวาคุกรุ่นรอปะทุเดือดขึ้นอีกครั้ง!!



