
เทือกลั่นไม่ยอมให้สื่อเทียมทำร้ายประเทศ
รองนายกฯมั่นคง ลั่น ไม่ยอมให้ สื่อเทียม ทำร้ายสถาบัน-ประเทศ ย้ำมีหลักฐานจัดการแน่ แจง ระงับการทำ ธุรกรรมการเงิน นึกถึง ความมั่นคง-ปลอดภัย ของประเทศเป็นหลัก รับ ได้ผล ทำให้การก่อการร้าย ชะงัก ยัน รบ. ไม่เจตนากลั่นแกล้งใคร
(28มิ.ย.) เวลา 9.00น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวกรณีนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนายน ออกมาระบุจะฟ้องรัฐบาลที่ห้ามทำธุรกรรมทางการเงิน และกำลังจะเปิดนิตยสาร RED POWER แทนนิตยสาร VOICE OF THAKSIN ที่ถูกปิดไปว่า เรื่องดังกล่าวต้องแยกเป็นเรื่องๆ ไปเพราะการจะใช้สิทธิเสรีภาพในฐานะเป็นสื่อมวลชนก็เป็นเรื่องหนึ่งซึ่ง คนละเรื่องกับการห้ามทำธุรกรรมการเงิน ซึ่งสื่อมวลชนทั้งหลายก็เห็นว่ารัฐบาลนี้ เคารพในสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนอย่างเต็มที่ ไม่เคยเข้าไปแทรกแซง แต่การที่จะมาแอบอ้าง ทำตัวเป็นสื่อมวลชนประเภทหนึ่ง แล้วจะไปทำร้ายประเทศชาติทำร้ายสถาบัน รัฐบาลคงยอมไม่ได้ ถ้ามีหลักฐานกระทำความผิดชัดเจนก็จะเร่งดำเนินการทันที
ส่วนการที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ระงับการทำธุรกรรมทางการเงินนั้น รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า เป็นเหตุผลที่ ศอฉ.ต้องปฏิบัติเช่นนั้น เพราะนั่นเป็นหนทางหนึ่งที่จะยุติการสนับสนุนกลุ่มคนที่ทำร้ายประเทศไทย ทำร้ายประชาชนคนไทย
“เ ราต้องตัดหนทางที่จะมีการเอาเงินไปสนับสนุนการกระทำที่เป็นพิษ เป็นภัยต่อบ้านเมือง แต่ว่าในการดำเนินการของ ศอฉ.มีขั้นตอน และเมื่อดูจากการเคลื่อนไหวในการทำธุรกรรมทางการเงินที่ผิดปกติจริง ๆ ของคน 100 กว่าคน เราจึงได้สั่งการให้สถาบันการเงินรายงานรายละเอียด ของการทำธุรกรรมย้อนหลังไป 9 เดือน แล้วเราจะสามารถแยกแยะได้ว่ามีคนจำนวนหนึ่งที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวก็แยกไป แต่ที่เหลืออยู่ต้องสืบสวนสอบสวนต่อไปซึ่งกว่าจะปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าทั้งหมดมีสักกี่รายที่ใช้เงิน สนับสนุนทำร้ายประเทศไทย ทำร้ายประชาชนคนไทย เมื่อถึงตอนนั้นเราก็จะดำเนินคดีต่อไป” รองนายกฯ กล่าว
นายสุเทพ กล่าวว่า สิ่งที่ศอฉ.ทำทั้งหมดนั้น เป็นการดำเนินการตามกรอบอำนาจของกฎหมาย ที่ได้มอบเอาไว้ ส่วนที่คิดว่าตนทำความเสียหาย แล้วจะมาดำเนินคดีกับตน เป็นเรื่องที่ตนยินดีอยู่แล้ว เพราะเมื่อตัดสินใจที่จะทำงานให้กับบ้านเมือง ก็ต้องพร้อมที่จะยอมรับว่า ถ้ามีอะไรที่ผู้คนไม่พอใจ ก็ต้องออกมาตอบโต้บ้าง ตนทำใจแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ดูเหมือนการทำงานของรัฐบาลช้ามาก ทำให้คนที่ทำธุรกิจได้รับผลกระทบ แทนที่จะจับคนหลักที่ถูกสงสัย แล้วนำไปขยายผล แต่รัฐบาลทำแบบเหวี่ยงแหเป็นวงกว้าง รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ตนคิดถึงความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศเป็นที่ตั้งและวิธีการที่ทำไปนั้น ยอมรับว่าได้ผล ทำให้การก่อการร้าย หรือก่อเหตุร้ายทั้งหลาย ชะงักงันไป เพราะว่าเกิดความไม่คล่องตัวในด้านของการสนับสนุนทางการเงินขึ้นมา แต่สำหรับคนที่บริสุทธิ์ ตนก็ต้องขอโทษที่อาจได้รับความเดือดร้อนไปด้วย แต่ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้มีเจตนา และไม่มีอคติที่จะไปกลั่นแกล้งใคร แต่ที่ทำเพื่อความอยู่รอดปลอดภัยของบ้านเมืองจริง ๆ
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่พีทีวีถูกปิดไปนั้น จะสามารถดำเนินการเปิดใหม่จะใช้หลักเกณฑ์อย่างไรในการพิจารณา นายสุเทพกล่าวว่า กำลังพิจารณา กันอยู่ ซึ่งตนจะฟังเหตุฟังผลจากผู้ที่รับผิดชอบในด้านต่าง ๆ ทั้งจาก สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ จะต้องนำมาดูกัน หลักของเราคือเคารพในความมีอิสระเสรีของสื่อมวลชน แต่ต้องระวังไม่ให้ใครมาแอบอ้างสภาพความเป็นสื่อมวลชนแล้วมาทำร้ายสังคมไทย
ผู้สื่อข่าวถามถึงเนื้อหาของสื่อที่จะออกมาใหม่จะมีการตรวจดูอย่างไร รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า มีเจ้าหน้าที่ที่ต้องทำหน้าที่อยู่แล้ว ถ้าทำผิดจะถูกดำเนินคดี สำหรับการที่จะถูกมองว่าจะเป็นการแทรกแซงสื่อหรือไม่นั้น ตนได้เรียนแล้วว่า เคารพในสิทธิเสรีภาพของสื่อแต่จะไม่ยอมให้ใครแอบอ้างสื่อมาทำร้ายประเทศไทย
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมามีสื่อต่าง ๆ เรียกร้องผ่านสถาบันสื่อมวลชนว่า หากสื่อไม่เขียนเชียร์รัฐบาลและเขียนวิพากษ์วิจารณ์สื่อจะถูกกลั่นแกล้ง อาทิไม่ให้ลงโฆษณาสื่อ และอื่นๆ นายสุเทพกล่าวว่า “คนเหล่านั้นพูดไม่จริง รัฐบาลไม่มีความสามารถที่จะไปสกัดกั้น ไม่ให้ไปลงโฆษณาในสื่อชนิดใด และที่สำคัญรัฐบาลไม่มีความประสงค์ที่จะเข้าไปแทรกแซงการทำงานของสื่อ ในทางตรงกันข้าม ที่มีบางพวกบางคนที่ขายชีวิต ขายวิญญาณให้กับเงิน ลืมความเป็นสื่อมืออาชีพ แอบอ้างแฝงตัวอยู่กับสื่อที่บริสุทธิ์ซึ่งคนพวกนั้น ประชาชนต้องติดตามก็จะเห็นเอง แล้วค่อยๆแยกแยะต่อไป”



