ข่าว

สั่ง"มท.-ไอซีที"สอบสมาร์ทการ์ดผิดสเปก

สั่ง"มท.-ไอซีที"สอบสมาร์ทการ์ดผิดสเปก

26 มิ.ย. 2553

นายกฯ สั่งมท.-ไอซีทีเร่งตรวจสอบ หลังบัตรสมาร์ทการ์ดผิดสเปก เล็งตั้ง กก.ตรวจสอบ หากเกินอำนาจมหาดไทย

(26มิ.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เตรียมมอบบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ หรือบัตรสมาร์ทการ์ด 6 แสนบัตร คืนกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เนื่องจากตรวจสอบพบรูปแบบบัตรมีเส้นสีแดง (MICROTEXT) พาดผ่านตำแหน่งพิมพ์รูปภาพด้านหน้าบัตร ซึ่งไม่เป็นไปตามลักษณะแบบบัตรที่ออกด้วยระบบคอมพิวเตอร์แบบอเนกประสงค์ตามท้ายกฎกระทรวงหลายฉบับที่กำหนดให้บัตรมีสีขาวลายพื้นสีฟ้า และสัญลักษณ์ด้านหลังบัตรซึ่งเป็นจุดตรวจสอบบัตร ภาพแรกที่ปรากฏบนโฮโลแกรมไม่ใช่รูปแผนที่ประเทศไทย ซึ่งไม่เป็นไปตามลักษณะบัตรตามท้ายกฎกระทรวงว่า ได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงไอซีทีเร่งไปแก้ปัญหา เพื่อจะได้มีบัตรให้แก่ประชาชน ขณะนี้เป็นปัญหาที่แบบออกมาแล้วไม่ตรงกับกฎกระทรวง ซึ่งในส่วนของกระทรวงมหาดไทยก็มีการสอบภายในอยู่ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น แต่สิ่งสำคัญตอนนี้คือเร่งให้ตกลงกันให้ได้เพื่อเดินหน้าทำบัตรออกมา

 ถามว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากกระทรวงไอซีทีหรือกระทรวงมหาดไทย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เบื้องต้นนั้นช่วงแรกกระทรวงมหาดไทยโดยอธิบดีกรมการปกครองคนเดิมเห็นว่าข้อกำหนดต่างๆ รวมทั้งเงื่อนไขการประกวดราคา (ทีโออาร์) นั้นถูกต้องแล้ว แต่พอบัตรส่งมากระทรวงมหาดไทยโดยปลัดกระทรวงเห็นว่ามันไม่ถูกต้อง เพราะตราสัญลักษณ์ที่มีไว้สำหรับตรวจสอบไม่ตรงกับกฎกระทรวงจึงไม่รับ เหมือนกับการไม่รับงาน ทำให้มีช่องว่างในช่วงนี้

 เมื่อถามว่า เดิมมีข่าวว่าเป็นการงัดข้อกันระหว่างพรรคเพื่อแผ่นดินกับพรรคภูมิใจไทย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยดำเนินการสอบอยู่ว่าเหตุผลที่ครั้งแรกรับแล้วครั้งต่อมาไม่รับเพราะอะไร

 “วันนี้ผมได้เร่งรัดไปแล้ว และคิดว่าถ้ากระทรวงไอซีทีสามารถตกลงกับผู้ผลิตได้ก็คงใช้เวลาประมาณ 1 เดือน” นายกรัฐมนตรี กล่าว

 ถามว่ามีเรื่องการทุจริตรวมอยู่ด้วยหรือไม่ นอกจากการผิดสเปกของบัตร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กำลังให้ดำเนินการตรวจสอบอยู่

 ผู้สื่อข่าวถามว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นหากบัตรที่ดำเนินการมาใช้ไม่ได้ใครจะเป็นคนรับผิดชอบ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าใช้ไม่ได้ก็ต้องไปดูว่าเป็นความผิดของผู้ออกข้อกำหนด หรือผู้ที่อนุญาตอนุมัติว่าเป็นมาอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้คาบเกี่ยวอยู่ 2 กระทรวง ถ้าเกิดมีเรื่องเกินเลยไปกว่ากระทรวงมหาดไทย ก็จะต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบ ขณะนี้สอบเฉพาะภายในกระทรวงมหาดไทยอยู่เท่านั้น