
เย้ย"ปชป.-การเมืองใหม่"ส่ออนาคตรวมพรรค
เพื่อไทย เตรียมส่งหนังสือถึง กกต. สรุปความเห็นหวังใช้ประกันตัว ก่อแก้ว ออกมาหาเสียง ย้อน อภิสิทธิ์- กมม. ทำเป็นไม่เคย ก่อการร้าย ขย่มซ้ำนักการเมืองใหญ่ ช. ล็อบบี้ผู้สมัครการเมืองใหม่ถอนตัวส่อแววอนาคตรวมพรรค เผยโพลล์เรดติ้ง(แดง) ประชาชนตื่นตัว พบร
(26มิ.ย.) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทยและคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาค กทม.แถลงถึงความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งซ่อมส.ส.กรุงเทพฯ เขต 6 ว่า จากการประชุมคณะทำงานเตรียมความพร้อมเลือกตั้งซ่อมเมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา มีความเห็นในเรื่องการแต่งกายของนายก่อแก้วในวันสมัครรับเลือกตั้งนั้น พรรคเพื่อไทยไม่สามารถกำหนดได้ แต่กรมราชทัณฑ์จะเป็นผู้กำหนด แต่เราขอความกรุณาจากกรมราชทัณฑ์ เพราะไม่ใช่ข้อหาโหดร้าย ฆ่าคนตาย อย่าได้ใส่กุญแจมือนายก่อแก้วเหมือนกรณีคุมผู้ต้องหาไปขึ้นศาลเลย ทั้งนี้ทราบมาว่ามีการสั่งเตรียมความพร้อมให้ชุดควบคุมตัวติดอาวุธหนักถึงขั้นเตรียมรับมือการชิงตัวประกันเลยทีเดียว ถามว่าเราจะชิงตัวนายก่อแก้วมาสมัครรับเลือกตั้งหรืออย่างไรกัน
นายจิรายุ กล่าวว่า สำหรับยุทธศาสตร์หาเสียงพรรคจะกำหนดการเปิดเวทีปราศรัยในสัปดาห์หน้า หลังจากได้หมายเลขผู้สมัครแล้ว ทั้งนี้ในวันที่ 28 มิ.ย.นี้ ซึ่งทีมปราศรัยจะใช้ส.ส.กรุงเทพฯของพรรคทั้งหมดร่วมกับกรรมการบริหารพรรค เช่น ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย เป็นต้น โดยพรรคจะทำหนังสือร้องขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สรุปความเห็นเกี่ยวกับขอบเขตการหาเสียงเลือกตั้ง จากนั้นพรรคจะนำความเห็นของ กกต.ไปขอประกันตัวเพื่อเปิดโอกาสให้นายก่อแก้ว สามารถออกมาหาเสียงเลือกตั้งได้ ส่วนการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในเขตเลือกตั้งนั้น พรรคเพื่อไทยเห็นว่าอำนาจเป็นอำนาจบริหารที่รัฐบาลเป็นผู้กำหนด แต่ กกต.มีอำนาจในฐานะองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศที่ กกต.จะสามารถทำความเห็นไปยังรัฐบาลให้ยกเลิกหรือ ให้กำหนดขอบเขตการหาเสียงการปราศรัยเพื่อไม่ให้ขัดกับพ.ร.ก.ฉุกเฉิน อย่างชัดเจนได้
นายจิรายุ กล่าวอีกว่า ส่วนการที่นายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวหาว่าพรรคเพื่อไทยส่งผู้สมัครซึ่งเป็นพวกหัวรุนแรงลงเลือกตั้ง นั้นนายอภิสิทธิ์ควรกลับหลังหันไปมองพลพรรคของพรรคประชาธิปัตย์บ้าง ทำเป็นไม่เคยไปได้ พรรคประชาธิปัตย์เองก็มีสมาชิกที่เป็นผู้มีข้อหาก่อการร้ายและหลายคนก็เข้าไปเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย
รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวอีกว่า ส่วนพล.อ.กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ ผู้สมัครจากพรรคการเมืองใหม่ ประกาศถอนตัวนั้นถือเป็นสิทธิ แต่พรรคเพื่อไทยไม่ได้ตื่นเต้นเพราะเมื่อมีการประกาศเลือกตั้งซ่อมพรรคเพื่อไทยได้กำหนดแผนเอคือต่อสู้กับพรรคประชาธิปัตย์ และแผนบีคือมีพรรคอื่นๆร่วมแข่งขันอยู่แล้วแต่เมื่อพรรคการเมืองใหม่ถอนตัวก็แค่กลับไปใช้แผนเอเหมือนเดิม แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าเหตุใดจึงมาถอนตัวหลังจากประกาศไปแล้วว่าจะลงสู้สนามเลือกตั้งถ้าเป็นวงการการเมืองเรียกว่าเสียของ แต่ที่พูดว่าถอนตัวเพราะไม่อยากสังฆกรรมกับผู้สมัครที่เป็นผู้ก่อการร้ายนั้น พรรคการเมืองใหม่ไม่น่าจะดูถูกคนอื่น คล้ายขี้แพ้ชวนตีและพรรคการเมืองใหม่เองก็มีเพื่อนมีฝูง มีกรรมการพรรคจำนวนไม่น้อยที่ถูกคดีผู้ก่อการร้าย
“ส่วนการที่มีข่าวว่าหากพรรคการเมืองใหม่ลงสมัคร พรรคประชาธิปัตย์อาจแพ้เพราะแย่งคะแนนกันเอง จึงเปิดโต๊ะเจรจากัน โดยมีขาใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์อักษรย่อชื่อ “ช.” ยกหูไปหาผู้สมัครที่คุ้นเคยคนนี้เพื่อให้ถอนตัวด้วยข้อเสนอแบบชุดใหญ่จริงหรือไม่นั้น ผมไม่ทราบ แต่ทราบอย่างเดียวว่าวันนี้เสียดายที่พรรคการเมืองใหม่ อุตส่าห์ตั้งพรรคการเมืองมาสุดท้ายก็บัวแล้งน้ำและที่เขาลือกันว่าเร็วๆนี้อาจมีการรวมพรรคกันแต่ยังตกลงเรื่องตำแหน่งไม่ลงตัวเพราะวันนี้ ไอ้จุกไอ้แกละ มองทีไรก็เห็นพรรคประชาธิปัตย์เป็นคล้ายผู้บังคับบัญชาพรรคการเมืองใหม่ใช่หรือไม่” นายจิรายุ กล่าว
นายจิรายุ กล่าวว่า เมื่อในวันที่ 21-24 มิ.ย. ที่ผ่านมาภาค กทม.ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ในพื้นที่เลือกตั้ง ในเขตบึงกุ่ม คันนายาว คลองสามวา และหนองจอก กลุ่มตัวอย่าง 400 คนทั้งหญิงและชายอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปในหัวข้อ “คิดอย่างไรกับการเลือกตั้งซ่อม สส.กทม.เขต6” ในหัวข้อต่างๆดังต่อไปนี้ 1.ถามว่าท่านจะออกมาใช้สิทธิหรือไม่นั้นประชาชน ร้อยละ 77 ระบุว่าจะออกมาใช้สิทธิ์ ร้อยละ 12 บอกว่าจะไม่ไปใช้สิทธ์ ร้อยละ 11 จะรอดูสถานการณ์ 2. การเลือกตั้งครั้งนี้ท่านคิดว่าบุคคลหรือพรรคการเมืองมีผลต่อการลงคะแนน ร้อยละ 82 ระบุตรงกันว่าพรรคการเมืองมีผล และจะเลือกตัวบุคคลร้อยละ 12 และร้อยละ 6 ดูผลงาน 3.รัฐบาลควรคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในเขตเลือกตั้งหรือไม่ พบว่า ประชาชนร้อยละ 79 ระบุตรงกันว่า ควรเลิก ร้อยละ13 ไม่ควร ร้อยละ 8 ตอบเฉยๆ
และ 4.หากมีการปราศรัยในที่สาธารณะในเขตเลือกตั้งท่านจะออกไปฟังหรือไม่ พบว่าผลสำรวจร้อยละ 83 บอกว่าอยากออกไปฟัง ขณะที่ถามว่าอยากฟังใครปราศรัยมากที่สุด อันดับหนึ่งได้แก่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทยและแกนนำนปช. รองลงมาคือ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย ส่วนอันดับสาม นายการุณ โหสกุล ส.กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย



