ข่าว

มือบึ้มซัด"อ้อ-อ้าย"ผู้บงการระเบิด"ภท."

มือบึ้มซัด"อ้อ-อ้าย"ผู้บงการระเบิด"ภท."

26 มิ.ย. 2553

สอบปากคำมือบึ้ม"ภูมิใจไทย" รับสารภาพ"อ้อ-อ้าย"เป็นผู้บังการทั้งหมด ระบุ เคยวางแผนระเบิดปชป.แต่คุ้มกันหนาแน่น จึงเปลี่ยนแผนไปพรรคภูมิใจไทย พร้อมปฎิเสธถังแก๊สที่เจอในพงหญ้าไม่ได้เตรียมระเบิดราบ 11 ขณะที่ตำรวจคุมเข้มฝากขัง ส่งต่อเข้าเรือนจำ พร้อมขอหมายค้นอา

(26มิ.ย.) ความคืบหน้ากรณีคนร้ายซุกระเบิดรถเข็นขายผลไม้ข้างพรรคภูมิใจไทย ทำให้นายเอนก สิงขุนทด คนลากรถเข็นได้รับบาดเจ็บ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน คือ นายกำพล คำคง นายเดชพล พุทธจง ซึ่งตำรวจพาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพเมื่อวานนี้ (25 มิ.ย.) ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
 
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แยกผู้ต้องหาทั้งสองคนละห้องขัง ระหว่างนั้นมีนายสนั่น ลี้สกุล อายุ 60 ปี ข้าราชการเกษียณเดินทางมาเยี่ยมนายเดชพล โดยอ้างว่าเป็นคู่เขยกัน ซึ่งไม่ได้พบหน้ากันมากว่า 10 ปีและเพิ่งจะทราบข่าวนายเดชพลจากทางหนังสือพิมพ์ จึงเดินทางมาเยี่ยมโดยนำน้ำและข้าวมันไก่มาให้นายเดชพล

 ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้นำนายเดชพลมาสอบปากคำเพิ่มเติม ซึ่งนายเดชพลได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า มีอาชีพเป็นเซลล์แมนขายแชมพูและผงซักฟอกใน จ.ชลบุรี ก่อนหน้านี้เคยลงสมัครส.ส.พรรคพลังธรรม จ.นครพนม ปี 2531 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้งทั้งนี้เคยเป็นผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นที่ จ.นครพนม ด้วย ต่อมาเดินทางมาทำงานรับเหมาก่อสร้างที่ จ.กรุงเทพ และได้ย้ายมาอยู่ จ.ชลบุรีเพื่อมาตามหาลูกชายได้ 2 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้เคยเข้าร่วมการชุมนุมนปช. ที่เวทีผ่านฟ้า แต่กลับก่อนวันที่ 10 เม.ย. ซึ่งเป็นวันที่มีการขอคืนพื้นที่และมีการปะทะกันที่สี่แยกคอกวัว

 นายเดชพล กล่าวต่อว่า สำหรับคนที่ชื่ออ้อ ตนรู้จักเมื่อวันที่ 18 พ.ค. ที่คลองเตย ซึ่งเกิดเหตุกระชับพื้นที่ โดยตนมาสังเกตการณ์ และได้รู้จักกับอ้อ สำหรับนายอ้ายนั้น ขายเสื้อแดงอยู่ที่ห้างอิมพีเรียลลาดพร้าว โดยตนรู้จักนายอ้ายวันที่มีการเผาห้างเซนเตอร์วัน นายอ้ายอยู่ในเหตุการณ์ด้วย ซึ่งอ้อกับอ้ายนั้นรู้จักกันก่อนหน้านี้แล้ว

 "หลังจากเสร็จสิ้นเหตุการณ์กระชับพื้นที่แล้ว อ้อได้เดินทางมาที่ จ.ชลบุรี และเล่าเหตุการณ์ที่กรุงเทพฯ ให้ฟัง ทำให้ผมมีอารมณ์ร่วมและได้ตัดสินใจเข้าร่วมในการวางระเบิดครั้งนี้ โดยอ้อกับอ้ายเป็นคนคิดแผน ส่วนผมชักชวนนายกำพลซึ่งนายกำพลชวนนายเอนก ซึ่งเป็นการ์ดนปช. ที่แหลมฉบัง และเคยเข้าร่วมการชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์ด้วย สำหรับสาเหตุที่ดึงนายเอนกนั้น เพราะเป็นคนหนุ่มสามารถจะเข็นรถได้" นายเดชพล กล่าว

 นายเดชพล เปิดเผยอีกว่า เบื้องต้น อ้อกับอ้ายต้องการไประเบิดพรรคประชาธิปัตย์ แต่เมื่อไปดูลาดเลาแล้ว พบตำรวจอยู่จำนวนมาก จึงเปลี่ยนมาที่พรรคภูมิใจไทยแทน ซึ่งพวกตนต้องการแค่สร้างสถานการณ์ให้รัฐบาลหันมาให้ความสนใจกับกลุ่มเสื้อแดงบ้าง สำหรับระเบิดนั้น นายอ้วนกับนายสำราญเป็นผู้ทำขึ้น ตนไม่ทราบรายละเอียด เพราะเมื่อมาถึงกรุงเทพฯ ระเบิดก็ทำขึ้นเรียบร้อยแล้ว ส่วนถังแก็สอีกอันนั้น ไม่ได้มีเจตนาจะไปใช้ที่ไหน เพียงแต่ว่าถังแก๊สอีกอันไม่สามารถใส่ในรถเข็นได้ จึงเก็บไว้ในรถ ไม่ได้เตรียมนำไปวางระเบิดที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด

 นายเดชพล กล่าวว่า ระหว่างที่ไปรอนายเอนกที่วัดพระศรีมหาธาตุนั้น ตนเห็นเวลานานเกินไปจนผิดสังเกต จึงให้นายกำพลโทรศัพท์ไปหานายเอนก แต่โทร.ไปนายเอนกก็ไม่รับ ทั้ง ๆ ที่ปกติก็รับโทรศัพท์ทุกครั้ง เมื่อโทร.ไปหลาย ๆ ครั้ง ก็มีคนรับสายและพูดว่า "ลูกน้องคุณเจ็บหนักแล้ว" ตนจึงทราบเรื่องทั้งหมดและขับรถออกไปทาง ถ.รามอินทราเพื่อนำถังแก๊สไปทิ้ง และขับไปส่งนายกำพลที่ จ.จันทบุรี ส่วนตนเดินทางไปที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เพื่อกลับบ้าน หลังจากนั้น ตนก็ได้เดินทางไปที่สำนักสงฆ์แห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี เพื่อไปพบหลวงตา ซึ่งรู้จักกับนายกำพลเพื่อขอความช่วยเหลือ เมื่อออกจากสำนักสงฆ์ ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวได้

 "เหตุนี้พวกผมทำไปเพราะเรื่องอุดมการณ์ล้วนๆ ไม่ต้องการทำลายชีวิตคน ทำเพราะต้องการสร้างแรงสั่นสะเทือนถึงรัฐบาล เพื่อให้มาสนใจคนเสื้อแดง ไม่มีใครให้การสนับสนุนส่วนค่าน้ำมันที่ผมขับรถมาจากจ.ชลบุรี ทางอ้อให้มา 2 พันบาทเท่านั้น สำหรับเหตุการณ์เกิดขึ้นกับนายเอนกผมก็เสียใจที่แผนการผิดพลาด ก็ได้ให้ญาติไปเยี่ยมแล้ว สำหรับอ้อและอ้ายนั้น ทราบมาว่าหนีไปกัมพูชาแล้ว ส่วนนายอ้วนหนีไปทางประเทศลาว แต่นายสำราญก่อนหน้านี้ได้คุยโทรศัพท์กัน บอกว่าอยู่แถวๆ นี้" นายเดชพลกล่าว

 ต่อมาเวลา 11.30 น. วันที่ 26 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน นำตัวนายกำพล คำคงและนายเดชพล พุทธจง เดินทางไปฝากขังที่ศาลอาญา โดยนำตัวขึ้นรถตู้พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็วพร้อมอาวุธปืนเอ็ม 16 คอยคุ้มกันไปด้วย

 พ.ต.อ.พัฒนา เพศยนาวิน ผกก.สน.บางเขน กล่าวว่า หลังจากสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสอง ทราบว่า คนที่ชื่ออ้อนั้นมีชื่อจริงว่า น.ส.วริศรียา บุญสม อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 6 ซ.โชคชัย 4 ซ.55 ถ.โชคชัย4 แขวง/เขตลาดพร้าว กรุงเทพ ส่วนอีกคนคือนายอ้าย ชื่อจริงนายกอบชัย บุญปลอด อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/292 ซ.ลาดปลาเค้า 78 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม.ซึ่งนำรูปมาให้ผู้ต้องหาทั้งสองมายืนยัน สำหรับรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า ยารีส สีฟ้า ซึ่งนายเดชพลขับนั้น เป็นรถลูกสาวนายเดชพลเอง โดยเมื่อฝากขังแล้วจะไม่นำกลับมาสอบที่สน.อีกแล้วจะส่งเข้าเรือนจำกรุงเทพ พร้อมทั้งให้ฝ่ายสืบสวนขอหมายค้นอาคารพาณิชย์ 36/79 ซ.โชคชัย4 ซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ที่ น.ส.วริศรียาเช่าให้อยู่ ส่วนอีกหลังหนึ่งนั้น เป็นบ้านของ น.ส.วริศรียาอาศัยอยู่