
"อิรัก"เล็งซื้อข้าวขาวไทย2ล้านตันเอกชนห่วงกัมพูชารุกข้าวอียูแย่งตลาดไทย
อิรักเจรจาซื้อข้าวขาว 5% ของไทยแบบรัฐต่อรัฐ เล็งทำสัญญายาว 24 เดือน รวมจำนวน 2 ล้านตัน "พรทิวา" สั่งกรมการค้าต่างประเทศหาข้อสรุป และวางเงื่อนไขสัญญา ผู้ส่งออกข้าวห่วงไทยเสียตลาดอียูให้กัมพูชาในอนาคต เหตุเสียภาษีต่ำกว่าข้าวไทย
นายมนัส สร้อยพลอย อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมได้รับมอบหมายจากนางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้ดำเนินการเจรจากับผู้แทนรัฐบาลอิรัก เพื่อหาข้อสรุปและความเป็นไปได้ในการขายข้าวและน้ำตาลทรายของไทยให้แก่ประเทศอิรักแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐมนตรีพาณิชย์ของอิรักมาเจรจากับนางพรทิวา โดยแสดงความสนใจที่จะสั่งซื้อสินค้าดังกล่าวจากไทย ซึ่งอิรักสนใจสั่งซื้อข้าวขาว 5% อย่างน้อยเดือนละ 1 แสนตัน ทำสัญญาระยะยาว 24 เดือน รวมทั้งหมด 2 ล้านตัน เบื้องต้นได้หารือระดับเจ้าหน้าที่ และอยู่ในขั้นตอนเจรจาเรื่องสัญญา และเงื่อนไขต่างๆ ระหว่างกัน
"ถือเป็นโอกาสของไทยที่จะรื้อฟื้นการค้าขายแบบจีทูจีขึ้นมาอีกครั้ง เนื่องจากเราห่างเหินการขายข้าวจีทูจีกับอิรักมานานแล้ว ส่วนเรื่องราคานั้นจะใช้ฐานราคามิตรภาพ ที่ผ่านมาอิรักจะนำเข้าข้าวส่วนใหญ่จากไทย" นายมนัสกล่าวและว่า ส่วนน้ำตาล ได้มอบให้บริษัทอ้อยและน้ำตาลไทยเป็นผู้ดำเนินการ โดยให้ไปพิจารณาด้วยปริมาณ คุณภาพ และราคาที่จะสามารถค้าขายกันได้
ทั้งนี้ ปริมาณการส่งออกข้าวของไทยไปอิรักช่วงเดือนมกราคม-เมษายน 2553 ที่ผ่านมา มีปริมาณ 123,400 ตัน เพิ่มขึ้น 5.06% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา อิรักได้เปิดประมูลนำเข้าและตกลงซื้อข้าวขาว 5% จากเวียดนาม จำนวน 9 หมื่นตัน แยกเป็นบริษัท ไวนา ฟู้ด จำกัด 6 หมื่นตัน และบริษัท วีไอพี จำกัด (บริษัทร่วมทุนระหว่างอิรักและเวียดนาม) 3 หมื่นตัน
นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวถึงกรณีที่กัมพูชาเริ่มทดลองส่งออกข้าวหอมมะลิไปจำหน่ายยังตลาดสหภาพยุโรป โดยใช้สิทธิพิเศษยกเว้นภาษีนำเข้าว่า ในอนาคตจะส่งผลกระทบต่อตลาดการส่งออกข้าวหอมมะลิของไทยเป็นอย่างมาก เพราะราคาจะถูกกว่า เนื่องจากข้าวหอมมะลิไทยถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 30% ขณะที่ข้าวหอมมะลิกัมพูชาไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า อาจทำให้ไทยสูญเสียตลาดข้าวหอมมะลิในยุโรป ซึ่งมีมูลค่าปีละประมาณ 3,300 ล้านบาท ให้แก่กัมพูชาได้ นอกจากนี้ เวียดนามก็เร่งส่งเสริมการส่งออกข้าวหอมมะลิมากขึ้นเช่นกัน โดยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ปริมาณการส่งออกข้าวหอมมะลิของไทยแพ้เวียดนามแล้ว
“ขณะนี้ตลาดส่งออกข้าวหอมมะลิของไทยหายไป 25% โดยเวียดนามแย่งตลาดไปได้ ขณะที่กัมพูชากำลังเร่งส่งออกข้าวหอมมะลิเช่นกัน ทั้งนี้ หากรัฐบาลมุ่งแก้แต่ปัญหาด้านราคาข้าว โดยไม่สนใจหาวิธีลดต้นทุนและเพิ่มคุณภาพข้าวหอมมะลิไทยอาจไม่เหลือตลาดส่งออกข้าวหอมมะลิและปลายข้าวหอมมะลิ ซึ่งปีปีหนึ่งไทยส่งออก 2 ล้านตัน หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 52,800 ล้านบาท” นายชูเกียรติกล่าว



