ข่าว

นายกฯแย้มปรับเพิ่มเบี้ยคนชรา

นายกฯแย้มปรับเพิ่มเบี้ยคนชรา

25 มิ.ย. 2553

นายกฯ เผยอีก 20 ปี ผู้สูงอายุเพิ่มเป็น 25% ของจำนวนประชากร ต้องเร่งสร้างระบบสวัสดิการรองรับสังคมผู้สูงอายุ แย้มอนาคตอาจปรับเบี้ยคนชราเพิ่ม

 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการสัมมนาเรื่อง "ทิศทางและรูปแบบการจัดการสังคมผู้สูงอายุของท้องถิ่นไทยในอนาคต" พร้อมบรรยายพิเศษว่า ในอีก 20 ปีข้างหน้า สัดส่วนผู้สูงอายุจะเพิ่มเป็น 1 ใน 4 ของประชากรทั้งประเทศ หรือคิดเป็น 25% จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุอยู่ที่ 11-12% ดังนั้น ต้องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และชุมชนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลผู้สูงอายุให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ขณะเดียวกันรัฐบาลจะสร้างระบบสวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุที่ไม่มีหลักประกันผ่านการจัดตั้งกองทุนเงินออมแห่งชาติ และกองทุนสวัสดิการชุมชน

 "จะต้องมีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้ากับการรองรับการก้าวเข้าสู่โครงสร้างผู้สูงอายุ ซึ่งเราสามารถพยากรณ์ได้อย่างแม่นยำแล้วว่า ในแต่ละปีสัดส่วนผู้สูงอายุเป็นอย่างไร แต่หลักการคือ ต้องตระหนักถึงคุณค่าทางด้านประสบการณ์ของผู้สูงอายุ ขณะที่รัฐบาลมีหน้าที่จัดระบบสวัสดิการพื้นฐานให้ผู้สูงอายุ เช่น การจัดสรรเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุรายละ 500 บาทต่อเดือน พร้อมทั้งส่งเสริมบทบาทของครอบครัวในการดูแลผู้สูงอายุ" นายอภิสิทธิ์กล่าว

 ปัจจุบันรัฐได้จัดสรรเบี้ยผู้สูงอายุ 500 บาทต่อเดือน หรือ 6,000 บาทต่อปี ซึ่งครอบคลุมผู้สูงอายุ 7 ล้านคน คิดเป็นเงินปีละกว่า 4-5 หมื่นล้านบาท แต่บางฝ่ายเห็นว่าเงินน้อยเกินไปและเรียกร้องให้เพิ่มเบี้ยยังชีพ ซึ่งในอนาคตอาจจะมีการปรับเพิ่ม แต่ตอนนี้จะยังไม่พิจารณา เพราะจะเป็นภาระงบที่สูงมาก แต่สิ่งที่รัฐบาลจะทำคือ การปรับเงินส่วนนี้ให้เป็นงบส่วนกลางและจัดสรรเงินโดยโอนเข้าบัญชีผู้สูงอายุโดยตรง เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณในท้องถิ่นอยู่ในสัดส่วน 25% ของรายได้ในปี 2555