ข่าว

บึ้มภูมิใจไทย... กระชับความชอบธรรม !!!

บึ้มภูมิใจไทย... กระชับความชอบธรรม !!!

26 มิ.ย. 2553

เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงกรณีคนร้ายลอบวางระเบิดพรรคภูมิใจไทยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นความพยายามของฝ่ายใด และจะเกี่ยวพันกับการลอบสังหารใครในพรรคหรือเป็นเพียงระเบิดการเมืองเท่านั้น

 ท่ามกลางกระแสกดดันจากสังคมโดยเฉพาะภาคธุรกิจและนานาชาติ เพื่อให้รัฐบาลภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยกเลิกประกาศสภาวะฉุกเฉิน

 แรงบีบนี้เองทำให้เกิดกระแสความสงสัยขึ้นในสังคม

 แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะจับกุมตัวคนร้ายคือนายกำพล คำคง อายุ 42 ปี และนายเดชพล พุทธจง อายุ 57 ปี  ผู้ต้องสงสัยจ้างวานนายเอนก สิงขุนทด วางระเบิดหน้าพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมาไว้ได้ แต่ในทางคดียังมีช่องว่างที่อาจทำให้ผู้ต้องหาทั้งหมดต่อสู้จนหลุดพ้นข้อกล่าวหาได้ เมื่อสถานการณ์โดยรวมนิ่งสงบแล้ว

 ด้านหนึ่งประเด็นความซับซ้อนทางคดีและการให้ปากคำของผู้ต้องหา ดูเหมือนมีความแยบยลจนคล้ายกับเตรียมต่อสู้ไว้ล่วงหน้า โดยการอ้างถึงความไม่พอใจการกระทำของรัฐบาลที่เป็นสองมาตรฐาน จึงคิดวางแผนร่วมกันเพื่อสร้างสถานการณ์ขึ้น ซึ่งคำให้การของผู้ต้องหาสองคนที่จับมานั้นเกิดจากคำซัดทอดของนายเอนก คนเข็นรถบรรทุกเงาะ ซึ่งที่ผ่านมาคดีที่มีการซัดทอดมักมีการปฏิเสธในภายหลัง โดยอ้างว่า "กลัว" จึงต้องให้การไปตามนั้น และมีคดีลักษณะเดียวกันไม่น้อยที่ผู้ต้องหา สามารถต่อสู้จนหลุดรอดมาได้

 อีกมุมหนึ่งหากว่าคนในขบวนการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ทั้งหมดก่อเหตุขึ้นจริง การขยายผลทางคดีไม่น่าจะยากเพียงแต่มีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่อย่างพล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.น. ออกมาตัดบทเสียก่อน

 "การก่อเหตุครั้งนี้ยังไม่สามารถทราบได้ว่ามีคนมีสี หรือนักการเมืองเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ การสอบสวนยังไม่สามารถทราบได้ถึงขนาดนั้น แต่อาจตัดไปได้ว่า การก่อเหตุครั้งนี้ไม่ได้เป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มนักการเมือง อย่างไรก็ตามพนักงานสอบสวนเตรียมนำพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อขอให้ศาลอาญาอนุมัติออกหมายจับนายเดชพลและนายกำพล 3 ข้อหาภายในวันนี้ คือ ร่วมกันมีและใช้วัตถุระเบิด ทำให้เกิดระเบิดส่งผลให้ผู้อื่นได้รับอันตรายและทรัพย์สินเสียหาย  และนำพาวัตถุระเบิดในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร" นี่คือถ้อยแถลงจากพล.ต.ต.อำนวย

 ขณะเดียวกันจากการตรวจค้นอาคารที่ผู้ต้องหาประกอบระเบิดจากถังแก๊สก็ไม่ปรากฏหลักฐานสำคัญจนขยายผลต่อไปได้มากนัก

 นั่นหมายความว่า จากนี้ไปหากไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่า มีนักการเมืองหรือใครเข้าไปเกี่ยวข้องอีก พนักงานสอบสวนก็จะส่งผู้ต้องหาทั้งสามคนฟ้องศาลเพียงเท่านี้ ส่วนผู้ต้องหาอีก 5 คนที่ชื่อ อ้อ, อ้าย, อ้วน, สำราญ และพระภิกษุอีกหนึ่ง ยังหลบหนีหากจับกุม

 ปมประเด็นเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ยังมีจุดที่ยังเกิดคำถามจากหลายฝ่ายโดยเฉพาะเรื่องการประกอบระเบิด ซึ่งผู้ต้องหามีความเชี่ยวชาญ จึงไม่น่าจะใช้บุคคลที่ประกอบอาชีพสุจริตธรรมดา ตรงข้ามกับข้อมูลที่ปรากฏตามคำให้การ คือ ผู้ต้องหาบางคนเคยเป็นการ์ดของคนเสื้อแดงที่ร่วมชุมนุมย่านราชประสงค์และราชดำเนิน แต่เกิดติดใจต่อท่าทีและการปราบปรามของฝ่ายรัฐบาล

 แต่หากผู้ต้องหาก่อคดีขึ้นมาโดยไม่มีการจัดฉากจริง แสดงว่าเสื้อแดงยังคงก่อเหตุสร้างสถานการณ์อยู่เช่นนั้นความชอบธรรมในการคงพ.ร.ก.ฉุกเฉินก็ตกอยู่กับรัฐบาล

 กฎหมายดังกล่าวจะเป็นเครื่องมือในการรุกไล่กลุ่มคนเสื้อแดงให้ตกเป็นรองชนิดที่เรียกว่า ถอนรากถอนโคน โดยเฉพาะพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตผู้นำที่ถูกมองว่าอยู่เบื้องหลังเหตุป่วนเมืองทั้งหมด

 โดยเฉพาะการเลือกตั้งแทนนายทิวา เงินยวง ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเสียชีวิตอย่างกะทันหัน ด้วยอำนาจที่มีอยู่บรรดาหัวคะแนนและมือปืนหรือแม้แต่นักเลงหัวไม้ย่อมตกอยู่ในสถานะที่บีบก็ตายคายก็รอด หากเคลื่อนไหวเป็นปรปักษ์ต่อรัฐบาลหรือใช้ความรุนแรงในพื้นที่เลือกตั้ง

 เหตุผลเหล่านี้ย่อมเกิดข้อสงสัยต่อรัฐบาลภายใต้อำนาจพิเศษ ที่อาจมีใครคิดคงอำนาจไว้เบื้องหลังเป็นการยิงนกทั้งฝูงด้วยกระสุนนัดเดียว!!