ข่าว

สุดยอดคนไทยเดินทางด้วยหัวใจ สู่จุดสูงสุดของโลก

สุดยอดคนไทยเดินทางด้วยหัวใจ สู่จุดสูงสุดของโลก

23 มี.ค. 2552

"คนไทยผู้ยิ่งใหญ่" คนไทยผู้ไม่เคยแพ้ชาติใดในโลก คำพูดที่หลายคนอาจเคยได้ยินติดหู นิยามของความเป็นเลือดนักสู้ของคนไทย เพราะคนไทยถ้ามีความพยายามจะทำอะไรสักอย่างก็มักจะประสบความสำเร็จเสมอ โดยเฉพาะเวลาที่คิดจะทำอะไรเพื่อใครสักคน

ด้วยเหตุนี้ อมรินทร์ พลาซ่า จึงจัดงานเปิดโซนใหม่ล่าสุด เอาท์ดอร์ อันลิมิเต็ด โซน เพื่อคนรักการผจญภัยและมีเลือดนักสู้ โดยภายในงานมีการพูดคุยกับ "หนึ่ง" วิทิตนันท์โรจนพานิช คนไทยคนแรกที่ปีนยอดเขาเอเวอเรสต์สำเร็จโดยสิ่งที่เขาทำก็เพื่อตอบแทนประเทศชาติและเทิดพระเกียรติในหลวงของชาวไทย 

วิทิตนันท์เล่าถึงที่มาของภารกิจในครั้งนี้ว่าปกติเวลาว่างชอบทำอะไรแนวผจญภัย เช่น ดำน้ำ ขับเครื่องบินเล็ก รวมถึงเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ ทั่วทุกมุมโลก แต่ไม่เคยมีความคิดที่จะปีนเขา จนได้มาลองปีนเขาดูแล้วรู้สึกสนุก ถึงจะเหนื่อยแต่รู้สึกดีตอนที่ได้ขึ้นถึงยอด หลังจากนั้นก็เริ่มหาข้อมูล โดยให้คนรู้จักหลายคนช่วยและเริ่มหาผู้สนับสนุนในไทยแต่ไม่มีใครสนใจ เพราะการไปที่เอเวอเรสต์ต้องใช้เงินจำนวนมาก  

คนไทยคนแรกที่ปีนยอดเอเวอเรสต์สำเร็จพูดถึงแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ว่า ในช่วงแรกก็รู้สึกท้อจนเกือบเลิกล้มความคิด จนกระทั่งเมื่อปี 2549 เกิดแรงบันดาลใจครั้งใหญ่ขึ้น คือเป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ครบ 60 ปีในฐานะที่เป็นคนไทยเลยคิดที่จะทำอะไรเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระองค์ท่าน ใช้เวลาอยู่ 2 ปีก็ได้การสนับสนุนจากบริษัทที่เวียดนาม โดยเสนอให้ทำเป็นรายการเรียลิตี้ถ่ายทอดที่เวียดนาม พร้อมทั้งเปิดรับสมัครชาวเวียดนามมาร่วมเดินทาง หลังจากได้ทีมครบก็เริ่มทดสอบปีนเขาที่มีความสูงรองมาจากเอเวอเรสต์อยู่หลายลูก โดยใช้เวลาเตรียมตัวถึง 8 เดือนก่อนเดินทาง

"การเดินทางสู่ยอดเขาเอเวอเรสต์เต็มไปด้วยอุปสรรคหลายอย่าง เช่น ธารน้ำแข็งตกที่มีมากขึ้นเพราะภาวะโลกร้อน รวมถึงอากาศทั้งหนาวและแห้ง อาหารก็แทบกินไม่ได้ อีกทั้งในแต่ละวันที่ปีนเขา จะต้องเดินทางตลอดทั้งวันจนกว่าจะถึงแคมป์ที่พักในแต่ละจุด โดยภัยที่น่ากลัวที่สุดคือหิมะถล่มเพราะไม่มีทางหนีทัน วิธีป้องกันก็คือต้องศึกษาเส้นทาง และเข้าใจธรรมชาติ หลังจากผ่านแคมป์ 3 ขึ้นไป อากาศจะเริ่มเบาบางอย่างมาก ต้องหายใจสูดอากาศเข้าหลายๆ รอบก่อนที่จะหายใจออก พร้อมทั้งต้องรักษาจังหวะการเดินให้คงที่ ถ้าหยุดนานเท้าอาจเป็นน้ำแข็งหรือเรียกว่าโรคฟอสไบท์ ไม่มีทางรักษาต้องตัดส่วนที่แข็งออกเท่านั้น ระหว่างทางก่อนถึงยอดเขายังพบศพคนตายมากมาย แต่ไม่มีคนเอาลงไปจากที่นี่ เพราะทุกคนเชื่อว่า ผู้ที่มาที่นี่ย่อมพร้อมที่จะตายอยู่แล้ว" ผู้พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์คนแรกของไทยเล่าถึงอุปสรรคมากมายในการเดินทาง

หลังจากผ่านการเดินทางแสนทรหดมายาวนานหนึ่ง เล่าถึงความรู้สึกแรกที่ได้ยืนอยู่บนยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกว่า ความรู้สึกแรกในตอนนั้นไม่ใช่ดีใจ แต่เป็นความรู้สึกที่ว่าเรายังทำงานไม่เสร็จ ยังต้องถ่ายรูปกับพระบรมฉายาลักษณ์ ต้องร้องเพลงสรรเสริญ หลังจากทำทุกอย่างเสร็จแล้ว ค่อยหันไปมองรอบๆ ตอนนั้นเหมือนอยู่ในความฝัน ไม่คิดว่าจะทำได้ ความรู้สึกดีใจจริงๆ เกิดขึ้นตอนที่มาถึงแคมป์ที่พักได้เจอเพื่อนๆ คิดว่าสิ่งที่ทำให้ประสบความสำเร็จในครั้งนี้คือความรัก เพราะความรักที่มีต่อในหลวง รวมถึงความรักจากเพื่อนๆ ทำให้ขึ้นมายืนอยู่ตรงนี้ได้

"การที่จะทำอะไรสักอย่างเราต้องเริ่มจากความรักที่อยากจะทำเพื่อเป็นการสร้างแรงบันดาลใจ ต่อมาก็ใช้สมองคิดศึกษาหาข้อมูล สุดท้ายก็ลงมือทำ อย่าคิดว่าทำไม่ได้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มทำ พยายามทำสิ่งนั้นไปเรื่อยๆ สักวันก็จะทำได้เอง บางทีเราจะทำอะไรต้องฟังเสียงหัวใจของตัวเอง แล้วก็ทำไปอย่างที่ใจต้องการโดยไม่ต้องกลัวที่จะผิดพลาด เพราะสิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่การทำผิดพลาด แต่คือการไม่ได้ลงมือทำ เราต้องไม่จำกัดตัวเราเองว่าทำไม่ได้ ถ้าคิดแต่ว่าทำไม่ได้เราก็จะไม่มีวันทำได้ เราต้องเชื่อมั่นและกล้าที่จะก้าวออกไป แล้วก็จะรู้ว่าตัวเราและโลกนี้ยิ่งใหญ่จริงๆ" ยอดคนไทยกล่าวให้กำลังใจแก่คนไทยทุกคนที่กำลังสิ้นหวัง

 

เรื่องณัฐพงษ์ โปธา