
ล้วงตับสุดสัปดาห์-ด้านไม่พอ
ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง สุภาษิตโบราณเขาว่าไว้ แต่ใช่ว่าจะมีเฉพาะผู้หญิงที่ยึดถือปฏิบัติ แม้แต่ชายไทยทั้งแท่งอย่าง เสี่ยคึก" เทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็เป็นกับเขาด้วย
การแถลงข่าวประจำวันของพรรคประชาธิปัตย์ น้อยครั้งที่จะไม่มีหน้าของ “เสี่ยคึก” บนเวทีแถลงข่าวร่วมกับโฆษกพรรคหรือส.ส.ของพรรค และเหมือนเป็นสัญลักษณ์ของ “เทพไท” ไปแล้ว ต้องหน้ามันแถลงข่าวออกทีวี แก้อย่างไรก็ไม่หาย ปรับไฟหรือเปลี่ยนตำแหน่งที่นั่งก็แล้ว สุดท้ายก็ยังเหมือนเดิม
แต่การแถลงข่าวล่าสุดทำเอานักข่าวถามไถ่กันยกใหญ่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับ "เสี่ยคึก" เพราะหน้าที่เคยมันเยิ้มกลับใสและดูขาวเนียนผิดหูผิดตา
วันก่อนสบโอกาสโดยบังเอิญ กระจอกข่าวบังเอิญเห็น "เสี่ยคึก" กำลังง่วนทำอะไรสักอย่างอยู่หน้ากระจกในห้องน้ำ จึงชะโงกหน้าแอบดูถึงได้รู้ความจริงว่า ที่มาของหน้าขาวใสเนียนก็เพราะฝีมือของเจ้าตลับแป้งอันเล็กๆ ในมือนั่นเอง
“เทพไท” จำใจเฉลยว่า "อาจารย์เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง" อดีตส.ว. เขาติติงมาหลายครั้งว่า ก่อนจะแถลงข่าวหัดโปะแป้งที่หน้ากับเขาบ้าง เวลาออกทีวีต้องให้หน้าด้าน ไม่ใช่หน้ามัน
พูดจบ "เสี่ยคึก" ก็หันกลับมาถามนักข่าวทันทีว่า “แค่นี้หน้าพี่ยังด้านไม่พออีกหรือ”
สงสัยงานนี้ต้องรอให้เจอตัว “พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์” โฆษกพรรคเพื่อไทย ก่อน แล้วจะให้คำตอบว่าระหว่าง “เสด็จพี่พร้อมพงศ์” กับ “เสด็จน้องเทพไท” ใครด้านกว่ากัน
เหลือง-แดง ใครจะแน่กว่ากัน
“แพ้ศึก แต่สงคราม (เลือกตั้ง ส.ส.กทม.) ยังไม่ยอมแพ้" หลัง "ค่ายเพื่อไทย" เดินหมากเคาะยุทธศาสตร์แห่หัวหอกแดง อย่าง "ก่อแก้ว พิกุลทอง" ที่แวบออกจากคุกสวมเสื้อแดงลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม.เขต 6 ที่หวังตีกินถล่มรัฐบาลประชาธิปัตย์ โดยเอาเวทีปราศรัยหาเสียง
ขณะเดียวกันแว่วมาว่า งานนี้มีคำสั่ง "นายใหญ่" เดิมตามเกมปลุกกองเชียร์คนเสื้อแดงไม่ให้หดหายไปตามกระแส หลังแกนนำ "ท่อน้ำเลี้ยง" ถูกบล็อก แค่ประชาธิปัตย์ชนะไม่ขาด ก็เท่ากับถูกตบหน้าอย่างแรงแล้ว
งานนี้แม้จะผิดโผไปจาก "เสี่ยเต้น” ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เต็งหนึ่ง ที่บรรดาแม่ยกเสื้อแดงหนุน แต่ติดปัญหาเรื่องคุณสมบัติการศึกษาภูมิลำเนาไม่เข้าเกณฑ์ เสี่ยงถูกร้องภายหลังหวยเลยมาออกที่ “ก่อแก้ว”
แต่ว่ากันว่า ค่ายเพื่อไทยเตรียมพิธีโหมโรงออกแขก “เปิดตัว-รับขัวญ” ก่อแก้ว วันสมัคร ส.ส.ที่ เขตคลองสามวา ให้สมกับยุทธศาสตร์เอาคืนรัฐบาลประชาธิปัตย์ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมรถแห่รอบเมือง ไปจนถึงสั่ง ส.ส.ใน กทม.ที่เป็นหัวเรี่ยหัวแรงหลักอย่าง "เสี่ยตู่" จตุพร พรหมพันธุ์ "เสี่ยวิชาญ มีนชัยนันท์" ประธานภาค กทม. "เสี่ยเก่ง" การุณ โหสกุล เตรียมขบวนกลองยาวสิงโตเผื่อไว้ เนื่องจากถูกบล็อกด้วย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ห้ามทำอะไรเอิกเกริก
ออกโรงขนบรรดาพ่อยกแม่ยกคนเสื้อแดงที่กบดานมานานให้ออกมายืดเส้นยืดสาย พร้อมๆ กับให้คึกคักยิ่งใหญ่อลังการสมกับเป็น "ศึกนัดล้างตา" มวยคู่แค้นที่ส่งเลขาฯ “กษิต ภิรมย์” อย่าง "พนิช วิกิตเศรษฐ์" มาลงแข่ง
วัดกำลังกันไปเลยว่าระหว่าง "ผู้ก่อการร้ายแดงกับผู้ช่วยผู้ก่อการร้ายเหลือง” ใครจะแบเบอร์กว่ากัน หุหุ !!!
กรรมการห้ามมวย
ผ่านพ้นเหตุการณ์ 19 พฤษภาคม มาได้เพียงเดือนกว่า เราก็ต้องเจอบททดสอบทางการเมือง เมื่อตำแหน่ง ส.ส.กทม.เขต 6 ต้องว่างลง ระหว่างเมฆหมอกแห่งความหวาดกลัว ระแวงและคับแค้นใจยังคุกรุ่น โดยรับสมัครในวันจันทร์ที่ 28 มิถุนายนนี้
ผู้เล่นตัวหลักลงสมัครกันครบ ไม่ว่าจะเป็น "ประชาธิปัตย์" เจ้าของพื้นที่ส่ง “พนิช วิกิตเศรษฐ์” ส่วนตัวแทนเสื้อเหลืองในนาม "พรรคการเมืองใหม่" เดิมทีตั้งใจส่ง “พล.อ.กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ” ลงแข่ง แต่เกิดเปลี่ยนใจกะทันหัน อ้างว่าไม่อยากร่วมสังฆกรรมกับผู้ก่อการร้าย สุดท้ายพรรคมีมติไม่ส่งผู้สมัคร ขณะที่พรรคเพื่อไทยส่ง “ก่อแก้ว พิกุลทอง” ลงสมัครซึ่งถูกคุมขังอยู่ในคุก
คอการเมืองไม่ต้องเห็นก็รู้ได้ว่าวันสมัครนั้นมันกว่าบอลโลกเป็นแน่แท้ ดีไม่ดีอาจจะถึงระดับ “เมืองทอง-ท่าเรือ” เพราะแต่ละฝ่ายต้องขนกองเชียร์กันไปเต็มพิกัด และกองเชียร์ทั้งสามฝั่งต่างก็ไม่ได้รักกัน ซ้ำยังมองเป็นศัตรูด้วยซ้ำ เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรยังไม่มีใครคาดการณ์ได้
แต่ที่แน่ๆ งานนี้ตกหนักที่คนจัดการอย่าง "คณะกรรมการการเลือกตั้ง" (กกต.) เพราะงานนี้เหมือนเป็นเจ้าของพื้นที่และผู้รับผิดชอบสถานการณ์ในฐานะคนกลาง “ประพันธ์ นัยโกวิท” ถึงกับลั่นวาจาสร้างความมั่นใจให้ทั้งลูกน้องและคนทั่วไปว่า กกต.จะเป็นกลาง ไม่เข้าข้างใครแม้แต่ ศอฉ.
แถมยังประกาศกร้าว “วันรับสมัครผมจะลงไปดูเอง ถ้ามีปัญหาผมจะไปยืนห้ามทุกฝ่ายเอง”
เอ !....ว่าแต่จำไม่ได้หรือว่าพวกท่านก็เคยถูกบุกสำนักงานมาแล้ว และจะเอาอะไรไปห้ามเขา ...



