ข่าว

จดหมายถึงคนใจร้าย

จดหมายถึงคนใจร้าย

27 มิ.ย. 2553

ไม่กี่เดือนมานี้ ที่แดนมังกรจีนเกิดเหตุคนร้ายบุกเข้าไปทำร้ายนักเรียนระดับอนุบาลหรือประถมต้นถึงในโรงเรียนในหลายๆ มณฑล

     รวมไปถึงกรุงปักกิ่ง ซึ่งควรจะเป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเด็กหลายต่อหลายครั้ง จนทำให้มีผู้เสียชีวิตจากเหตุร้ายหลายเหตุการณ์ รวมแล้ว 27 คน บาดเจ็บอีกกว่า 80 คน ส่วนใหญ่แล้วเป็นฝีมือของกลุ่มคนที่ตกงาน หรือล้มเหลวในธุรกิจ หรือไม่สามารถปรับตัวจากสังคมชนบทที่รัฐดูแลเกือบทุกด้านให้เข้ากับสังคมทุนนิยมใหม่ได้

 นับเป็นข่าวสะเทือนขวัญไปทั่วโลก จนทำให้รัฐบาลจีนต้องสั่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยตามโรงเรียนต่างๆ เป็นการใหญ่ โดยเทศบาลกรุงปักกิ่งส่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 800 คน พร้อมอุปกรณ์เต็มอัตราศึก รวมถึงไม้กระบองและแก๊สน้ำตา เข้าประจำการตามโรงเรียนต่างๆ เพิ่มจากที่มีอยู่เดิมราว 2,000 คน ขณะที่สังคมเริ่มฉุกคิดถึงความผิดปกติที่กำลังระบาดภายใต้การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดดในแดนมังกร

 นักสังคมวิทยาหลายคนชี้ว่าคนร้ายเหล่านี้ล้วนแต่ป่วยทางจิตอันเนื่องจากตกเป็นเหยื่อความล้มเหลวของรัฐบาลที่มุ่งแต่พัฒนาเศรษฐกิจตลอดช่วง 30 ปี นับแต่เปิดประเทศ ซึ่งไม่ได้ทำควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้แข็งแรงมากพอที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างรวดเร็ว เป็นเหตุให้ประชาชนจำนวนไม่ใช่น้อยเกิดปัญหาด้านสุขภาพจิตขึ้น

 ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ก็คือคนงานในโรงงานฟ็อกซ์ คอนน์ ในเมืองเสิ่นเจิ้นทางตอนใต้ของจีน ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้แก่บริษัทชั้นนำระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นโนเกีย เดลล์ ฮิวเลตต์แพ็กการ์ดและโซนี่ อีริคสัน รวมทั้งไอโฟนของบริษัทแอปเปิล ทยอยโดดตึกสูงฆ่าตัวตายถึง 13 รายในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา

 ปรากฏว่าในจำนวนนี้ตายสมอยาก 10 ราย อีก 2 รายได้รับบาดเจ็บ ส่วนรายที่ 13 พยายามฆ่าตัวตายด้วยการใช้มีดกรีดข้อมือตัวเองที่หอพักของโรงงาน แต่แพทย์ช่วยชีวิตไว้ทัน

 นายไมเคิล ฟิลิปส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตแห่งมหาวิทยาลัยตงจื่อ ในนครเซี่ยงไฮ้ เผยผลการศึกษาที่จัดทำขึ้นเมื่อปีที่แล้ว พบว่าชาวจีนราว 173 ล้านคน ทนทุกข์ทรมานจากปัญหาทางจิตในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการปลีกตัวออกจากสังคมไปจนถึงอาการติดเหล้า ที่สำคัญ 91% ในจำนวนนี้ไม่เคยเข้ารับการรักษาเลย

 ส่วนสาเหตุที่คนร้ายเลือกเด็กเล็กๆ เป็นเป้าหมายนั้นยังไม่อาจหาข้อสรุปได้ชัดเจนนัก แต่นายหม่า อ้าย นักจิตวิทยาอาชญากรรมจากมหาวิทยาลัยรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ ในกรุงปักกิ่งให้ความเห็นว่า คนเหล่านี้อาจต้องการทำให้สังคมเกิดความตื่นตระหนก ด้วยการก่อเหตุเลียนแบบกัน เพื่อแก้แค้นสังคมที่มีความซับซ้อนมากขึ้นและเป็นตัวการทำให้ตัวเองต้องทนทุกข์ทรมาน

     ในโอกาสวันเด็กสากล 1 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลจีนให้ความสำคัญมาก หนังสือพิมพ์ไคว่เป้า ของเมืองกวางโจว ร่วมกับโรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง จัดแข่งขันเขียนเรียงความในหัวข้อ "จดหมายถึงคนใจร้าย" โดยให้เด็กประถมบอกความในใจว่าอยากจะบอกอะไรต่อคนร้ายที่บุกเข้าไปในโรงเรียน เพื่อทำร้ายพวกเขาซึ่งไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลย

     นี่คือเรียงความของเด็กประถมเจ้าของรางวัลชนะเลิศจากเด็กกว่า 1,300 คน

สวัสดีค่ะ คนล้มเหลว,

      อันที่จริงหนูไม่ควรเรียกคุณอย่างนั้น เพราะว่าแท้จริงเเล้วคุณไม่ได้ล้มเหลว คุณจะต้องก้าวไปสู่ความสำเร็จได้ 

 มีคนบอกว่า “ความล้มเหลวคือจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ” ถ้าอย่างนั้นคุณก็กำลังจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ
     คุณบอกว่าเวลาทำงานจะถูกมองข้ามตลอด คุณบอกว่าการสอบเป็นเหมือนแม่น้ำที่กระโดดข้ามไปไม่ได้ คุณบอกว่าทุกๆ ที่ มีเเต่คนหัวเราะเยาะเสียดสีเเละดูถูก

     คุณบอกว่านิสัยที่เเท้จริงของคุณไม่ใช่คนชั่วร้าย เพียงแต่มองไม่เห็นอีกฟากฝั่งของความสำเร็จ ก็เลยคิดจะจับเด็กๆ ไปร่วมชะตากรรม ช่วยปลอบประโลมหัวใจตัวเอง...

     แต่คุณรู้ไหมว่า คุณทำให้ดอกไม้ที่กำลังเบ่งบาน ทำให้เด็กที่กำลังซุกซนต้องจากไปตั้งเเต่วัยเยาว์?

 คุณรู้ไหมว่าความสิ้นหวัง ความรุนเเรงชั่ววูบของคุณ นำพาความปวดร้าว เสียงสะอื้น เเละหยาดน้ำตามาสู่โลกนี้มากเเค่ไหน? 
    ไม่แน่ว่าคุณได้ทำให้โลกนี้ต้องสูญเสีย "บริทนีย์ สเปียร์ส" ไปคนหนึ่ง หรือต้องสูญเสีย "โมสาร์ท" ไปคนหนึ่ง

 หนูอยากบอกว่า โลกนี้ไม่มีคนล้มเหลว มีแค่คนที่ยังไม่พบความสำเร็จ คนเราไม่อาจพบพายุหรือเเสงตะวันได้ทั้งสี่ฤดูทางข้างหน้ายังมีดอกไม้บานสะพรั่ง ชีวิตยังมีเสียงหัวเราะร่วน

 พายุฝนฟ้าคำราม เส้นทางที่มีขวากหนามต่างเป็นเรื่องปกติธรรมดา น้ำตาที่ไหลรินก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้บ่อยๆ
 คนโบราณบอกว่า “ไม่มีลมฝน ไยจะมีสายรุ้ง?”

     ใช่เเล้วค่ะ ถ้าไม่มีเมฆดำ ไม่มีฟ้าเเลบ ฟ้าร้อง ไม่มีพายุฝน ก็คงไม่มีสายรุ้งโค้งงามจับใจ หนามตำเท้าอาจทำน้ำตาไหลริน แต่ในที่สุดชีวิตเราจะต้องมีเส้นทางเเสง ตะวันเจิดจ้า

     ควีนอลิซาเบธของอังกฤษ ก่อนเสด็จขึ้นครองราชย์ ก็ถูกพี่สาวต่างเเม่ให้ร้ายจนเกือบถูกประหารชีวิต เเต่สุดท้ายท่านก็ได้เป็นราชินีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอังกฤษ

    นักวิทยาศาสตร์ชื่อดังหลายคนก็ต้องพบความล้มเหลวมานับครั้งไม่ถ้วน ก่อนจะพบความสำเร็จอันยิ่งใหญ่

  เมื่อเปรียบเทียบกันเเล้ว คุณยังโชคดีกว่าคนอีกหลายคน เพราะว่าความทุกข์ทรมานที่พวกเขาได้รับ มันสาหัสกว่าคุณมากมาย พวกเขายังยืนหยัดขึ้นมาได้ เเล้วคุณล่ะ?

    กวีหลี่ไป๋บอกว่า “ฟ้าให้ข้าเกิดมา ต้องมีคุณค่า เงินทองสูญสิ้นหาใหม่ได้” คุณอาจจะไม่สามารถเป็นคนใหญ่คนโต เเต่คุณยังเป็นคนที่มีคุณค่าได้

   คุณอาจไม่ได้เป็นแม่น้ำสายใหญ่ แต่คุณเป็นสายน้ำเล็กๆ ที่ชุ่มฉ่ำ เป็นสายน้ำใสสะอาดที่ทุกคนชื่นชมความงามได้

   คุณอาจไม่ได้เป็นดอกโบตั๋นที่สวยงามหอมหวน แต่คุณสามารถเป็นดอกเบญจมาศป่าที่ใช้ความทรหดอดทนเพิ่มสีสันให้แก่ผู้คน

   คุณอาจไม่ได้เป็นวีรบุรุษหรือผู้นำของใคร เเต่คุณสามารถเป็นคนทำงานธรรมดา เป็นเหมือนก้อนอิฐรากฐานของสังคมนิยม ที่ยังได้รับการเคารพ การยกย่องจากผู้คน

    ที่จริงเเล้ว เราจะมองชีวิตยังไง คุณก็เเค่เปิดหน้าต่างออกมาก็เเค่นั้น อย่ามัวเเต่ตำหนิตัวเอง ลองเปิดหน้าต่างอีกบานสิคะ! ไม่แน่ว่าพายุฝนอาจเปลี่ยนเป็นแสงตะวัน ไม่เห็นจำเป็นต้องใจร้าย ไปตัดดอกไม้ที่แสนงดงามเลย

   เหมือนกับที่กวีเหล่ยไช่บอกว่า “ย่างสู่เหมันต์ วสันตฤดูก็อีกไม่นาน”

  หญ้าต้นเล็กๆ มีฤดูผลิใบของตัวเอง คุณก็ต้องมีวันพบความสำเร็จ ดอกไม้ก็จะคอยอวยพรคุณอยู่ข้างหลังค่ะ

หนูขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ,
ด.ญ.สือ เทียนอี้ ชั้นประถม 6

 

ศุภชัย วุฒิชูวงศ์
 แปลและเรียบเรียบจากหนังสือพิมพ์ไคว่เป้า