
ตามรอยอาชญา : บึ้มภูมิใจไทยเย้ย พ.ร.ก.
ท่ามกลางการสาดโคลนใส่กันไปมาระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้าน กรณีคนร้ายลอบวางระเบิดหมายทำลายพรรคภูมิใจไทย ซอยพหลโยธิน 43 เขตบางเขน กรุงเทพฯ เมื่อปลายสัปดาห์ก่อน ฝ่ายตำรวจก็ยังคงมุ่งหน้าไล่ล่าตัว "กำพล" ผู้ซึ่งตำรวจเชื่อว่าจะเป็นกุญแจดอกสำคัญที่จะไขปริศนาทั้งหมดใ
เหตุระเบิดครั้งนี้ถูกโยงให้เป็นเรื่องการเมือง หากไม่นับวันเวลาที่ประจวบเหมาะกับงานพระราชทานเพลิงศพ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก และหนึ่งในแกนนำคนเสื้อแดงแล้ว "เอนก สิงขุนทด" ผู้บาดเจ็บจากเหตุระเบิด และเป็นคนที่ได้รับการว่าจ้างให้นำระเบิดมาวางเป็นหนึ่งในการ์ดเสื้อแดงแหลมฉบัง จ.ชลบุรี
นอกจากนี้คำให้การซัดทอดของเอนกที่มีไปถึง "กำพล" ในฐานะผู้จ้างวานก็เป็นการ์ดเสื้อแดงที่ค่อนข้างมีบทบาทมากในพื้นที่แหลมฉบัง เมื่อครั้งการชุมนุมขยายตัวเข้าสู่สี่แยกราชประสงค์ใจกลางกรุงเทพฯ เขาก็เข้ามาร่วมชุมนุมเหมือนกับการ์ดคนอื่นๆ
คดีนี้มีพยานหลักฐานค่อนข้างชัดเจน แตกต่างกับคดีระเบิดก่อนหน้านี้ แม้จะมองเห็นได้ชัดว่าเป็นเรื่องการเมือง แต่การแสวงหาพยานหลักฐานเพื่อสาวไปให้ถึงคนทำและผู้จ้างวานทำได้ค่อนข้างยาก
แต่คดีนี้ตรงกันข้ามเพราะมีพยานหลักฐานพร้อมมูล ขึ้นอยู่กับว่าตำรวจจะสามารถติดตามตัว "กำพล" ในฐานะจิกซอว์ตัวสำคัญได้หรือไม่ หรือได้ทันก่อนที่จะมีมาตรการปิดปากอย่างที่ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. เคยกล่าวเตือนเอาไว้ก่อนหน้านี้หรือไม่
แล้วประเด็นที่รัฐบาลกับฝ่ายค้านกำลังถกเถียงกันอยู่ก็จะได้ข้อสรุป !?!
จะเป็นปฏิบัติการระเบิดเย้ย พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยฝีมือแดงใต้ดินที่มีกระแสข่าวความเคลื่อนไหวอยู่เงียบๆ หรือจะเป็นฝีมือคนของรัฐบาล มุ่งหวังให้รัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไปอีก หลังกฎหมายที่ดูเหมือนจะศักดิ์สิทธิ์และแก้วสารพัดนึกนี้จะหมดลงในวันที่ 7 กรกฎาคม 2553
เหนือสิ่งอื่นใดจะได้กระชากหน้ากากผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนและด้วยวัตถุประสงค์ใด ประเทศชาติก็มีแต่เสียกับเสียเท่านั้น ต้องจับตาดูกันต่อไปว่าเรื่องนี้จะจบลงสวยหรูอย่างที่คาดหวังหรือไม่ และนั่นอาจจะเป็นคำตอบได้อีกประการว่า ใครคือคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับระเบิดการเมืองลูกนี้



