
สนธิค้านกก.ปรองดองซัดแค่เกมซื้อเวลา
สนธิค้านกก.ปรองดอง ซัดแค่เกมซื้อเวลา ไม่เห็นด้วย คณิต สอบม็อบเพราะมีกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว แต่ถ้าจะหารากเหง้าของปัญหาก็โอเค ประเวศ เสนอโมเดล สุนทรียสนทนา ผ่าปมขัดแย้ง แนะให้ยึดหลักนิติรัฐจัดการคนผิด
(25มิ.ย.) ที่โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) พร้อมด้วย นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม นัดหารือกับนพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส เพื่อรับฟังความคิดเห็นถึงแนวทางการดำเนินงานของ คอป. หลังหารือนานกว่า 1ชั่วโมง นพ.ประเวศ ได้ออกมาเปิดเผยว่า การปรึกษาหารือในครั้งนี้ เป็นการกำหนดแนวทางการปรองดองและสมานฉันท์เพื่อเป็นหลักในการยุติความขัดแย้งทางการเมือง ตนเห็นว่า คอป.มีศักยภาพที่สามารถแก้ปัญหาได้ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับปัญหาการเมืองในหลายประเทศ เช่น แอฟริกาใต้ และโคลัมเบีย ซึ่งมีปัญหาค่อนข้างรุนแรงกว่าไทย ดังนั้นจึงอยากให้ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะสื่อมวลชนอย่าประโคมข่าวว่า แก้ปัญหาไม่ได้ ถ้าคนมีความหวัง ประเทศก็จะมีความหวัง
“ นายคณิต และนายกิตติพงษ์ ถือว่าเป็นสัตตบุรุษ คือบุรุษที่มีความซื่อสัตย์เป็นคนรู้กาล รู้เวลา รู้สถานที่ จะทำให้การแก้ปัญหาลุล่วงไปด้วยดี ขอให้สังคมอดทน เพราะตอนนี้นายคณิตกำลังคุยกับทุกฝ่าย แม้จะยังตกลงกันไม่ได้ แต่ก็ทำให้ได้ข้อมูลออกเชื่อมโยงเพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน เรียกว่าเป็น กระบวนการสุนทรียสนทนา คือ ฟังทุกฝ่ายอย่างตั้งใจ ไม่ตั้งธงว่าใครถูกใครผิด เนื่องจากเชื่อลึกๆ ว่า ทุกคนล้วนมีเมล็ดพันธุ์แห่งความดีอยู่ในหัวใจ
นพ.ประเวศ กล่าวว่า คอป.ที่มีนายคณิต เป็นประธานนี้ ถือเป็นคณะกรรมการอิสระอย่างแท้จริง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไม่มีสิทธิล้วงลูกหรือครอบงำได้ เหมือนกับสมัยรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่เคยเชิญนายอานันท์ ปันยารชุน มาเป็นประธานคณะกรรมการสมานฉันท์เหตุการณ์ไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การเลือกกรรมการ คอป.เป็นสิทธิของนายคณิตคนเดียว นายกรัฐมนตรีไม่เกี่ยวข้อง
นายคณิต กล่าวว่า เร็วๆ นี้จะมีการเปิดตัวคณะกรรมการ คอป. ที่ส่วนใหญ่เป็นคนในวงการวิชาการและกฎหมาย ซึ่งในวันเปิดตัวตนนำกรรมการทุกคนมาแถลงข่าวพร้อมกัน รวมทั้งจะมีการอธิบายที่มาที่ไป ว่าแต่ละคนมีประวัติความเป็นมา มีผลงานอย่างไร มั่นใจว่าสังคมจะให้การยอมรับ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือไม่ นายคณิตย้อนถามกลับว่า จะให้ไปเจอพ.ต.ท.ทักษิณที่ไหน ระยะนี้คิดว่าไม่จำเป็นต้องคุย สังคมไทยยังมีคนอีกเยอะ อย่ายึดติดกับคนๆ เดียว
ต่อมาเวลา 11.00 น. นายคณิตและคณะได้เดินทางมารับประทานอาหารกลางวันกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำคนสำคัญของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และนายสุริยะใส กตะศิลา รักษาการเลขาธิการพรรคการเมืองใหม่ที่บ้านพระอาทิตย์ เพื่อรับฟังข้อเสนอในการสร้างความปรองดองและสมานฉันท์ที่เป็นทางออกให้กับประเทศไทย
ภายหลังใช้เวลาหารือ นาน 1 ชั่วโมง นายสนธิ ได้ออกมาเปิดเผยว่า ตนได้บอกกับ นายคณิตไปว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมการชุดนี้ตั้งแต่แรก เพราะสังคมไทยมีช่องทางให้ผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมสามารถเรียกร้องได้ ไม่ว่าจะเป็น ศาลแพ่ง ศาลอาญา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช . ) โดยในส่วนของพันธมิตรฯเองตอนไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเหตุการณ์ 7 ต . ค . ทางพันธมิตรฯก็ใช้ช่องทางเหล่านี้เช่นกัน และมีผลจาก ปปช . ก็ออกมาแล้วว่าใครผิด และขณะนี้กลุ่มคนเสื้อแดงก็ได้ใช้กระบวนการเดียวกันที่กำลังมีการร้องทุกข์กล่าวโทษ กับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีอยู่ ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลเดินหน้าในการบังใช้กฎหมายตามหลักนิติรัฐมากกว่า ดังนั้น คณะกรรมการชุดนี้ไม่มีความจำเป็นตั้งแต่ต้น เพราะมีหลักนิติรัฐที่เป็นกลไกที่ทำงานอยู่แล้ว การที่รัฐบาลตั้งคณะกรรมชุดนี้ขึ้นมาน่าจะเป็นการซื้อเวลามากกว่า ซึ่งนายคณิตก็รับฟัง
“ผมได้เสนอแนะนายคณิต ไปว่า ควรใช้คณะกรรมการชุดนี้หาเหตุที่แท้จริงของปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งหากอยากจะหาเหตุปรองดองตามชื่อคณะกรรมการชุดนี้ง่ายนิดเดียว ก็ให้คืนเงิน พ.ต.ท.ทักษิณ 4 หมื่นล้านและอนุญาตให้เขากลับเมืองไทย รับรองปรองดองแน่ๆ เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นเพียงตรงนี้เท่านั้น แต่ไม่รู้ว่าคยไทยจะยอมรับได้หรือไม่ และผมก็บอกว่าถ้าคนไทย 59,999,999 คนเห็นด้วยว่าจะทำแบบนี้ ผมเดียวจะประกาศไม่เห็นด้วย และเดินทางออกจากประเทศไทยทันที ผมไม่รู้ว่านายคณิตเขาจะว่าอย่างไรแต่เขาฟังแล้วก็ได้แต่หัวเราะ ” นายสนธิ กล่าว
นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกกลุ่มพันธมิตร เปิดเผยว่า การหารือครั้งนี้ นายคณิตไม่ได้ทาบทามคนในกลุ่มพันธมิตรฯ เข้าร่วมในคณะกรรมการ คอป. เป็นเพียงการสอบถามความคิดเห็น และแนวทางการปรองดองเท่านั้น ซึ่งนายสนธิ เห็นว่า ปัญหาความขัดแย้งทั้งหมดเกิดจากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีคนเดียว และไม่เห็นด้วยการกับการนิรโทษกรรมให้พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะประชาชนส่วนใหญ่ยอมรับไม่ได้ ดังนั้น คอป.ควรตั้งมาเพื่อหารากของปัญหาความขัดแย้งและมาตรการป้องกันที่จะเกิดขึ้นตามมาในอนาคต มากกว่า จะมานั่งหาว่าใครถูกใครผิด เนื่องจากมีกระบวนการยุติธรรมดำเนินการอยู่แล้ว



