
เทือก"รับบรรเจิดเป็นเพื่อนแต่ปัดเป็นนอมินี
สุเทพ" ยันได้ที่ดินเขาแพงมาอย่างถูกกม. รับบรรเจิดเป็นเพื่อนกัน แต่ปัดตอบเป็น นอมินี ชี้ไม่ห่วงเป็นเหมือนกรณีเขายายเที่ยง แนะคนที่กล่าวหัดมีความละอายบ้าง โวลูกชายทำสุจริต มีรายได้ปีกว่า 500-600 ล้านบาท ทำใจที่คนคิดร้ายจึงพุ่งเป้าไปที่ลูกชาย
(25มิ.ย.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง กล่าวถึงกรณีเขาแพงที่มีการระบุถึงนายบรรเจิด เหล่าปิยะสกุล ว่าเป็นนอมินี และเคยเป็นเลขาฯนายสุเทพ ว่า ตนจะไม่ตอบอะไรตามกระแสของสื่อบางประเภทที่พยายามจะหาเรื่องทำร้ายตนอยู่ เพราะทุกอย่างมีการดำเนินการตามกฎหมาย เดี๋ยวก็รู้ชัดว่าใครเป็นใคร ถูกผิดเป็นอย่างไร
เมื่อถามว่ายืนยันใช่หรือไม่ว่าการถือครองที่ดินที่เขาแพง จ.สุราษฏร์ธานี ถูกต้องตามกฎหมาย นายสุเทพ กล่าวว่า ตนยืนยันไปหลายครั้งแล้ว แต่สื่อไม่รายงานเอง
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ว่าในอนาคตอาจจะเป็นเหมือนกรณีพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกฯที่ต้องคืนที่เขายายเที่ยง รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวยืนยันว่า ที่ผ่านมาปฏิบัติทุกอย่างตามกฎหมาย และยืนยันในความถูกต้องของตนเอง ตนมีเอกสาร หลักฐานทุกอย่างพร้อมที่จะพิสูจน์ข้อเท็จจริงและหากปปช.จะสอบก่อน ตนก็จะยื่นเอกสารกับปปช.สังคมจะได้รู้ความถูกความผิด คนที่จะใส่ร้ายผมก็จะได้มีความละอาย
ผู้สื่อข่าวถามว่า หนักใจหรือไม่ที่ว่าบางส่วนมีความบังเอิญและสังคมก็จับจ้องเช่นต้นขั้วเอกสารสค.บางส่วนก็มาหายไปในช่วงนี้ นายสุเทพ กล่าวว่า ทั้งหมดไม่มีอะไรเกี่ยวกับตน คนที่พยายามจะพูดจา หรือเสนอข่าวเพื่อให้ร้ายตนก็ขอให้รู้สึกละอายบ้างก็แล้วกัน
เมื่อถามว่าปัจจุบันนายบรรเจิด ยังทำงานอยู่กับนายสุเทพ หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า “คุณบรรเจิด เป็นเพื่อนผม และที่สุราษฎร์ธานี ผมมีเพื่อน มีญาติเป็นแสนๆ คน อาจจะมากกว่านั้น และกรณีเรื่องที่ดินของลูกชาย ผมก็ได้ชี้แจงหลายครั้งแล้วว่า ลูกชายผมได้ซื้อที่ดินมาจากห้างหุ้นส่วนจำกัด แห่งหนึ่งและซื้อมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และตอนซื้อก็มีเอกสารสิทธิเรียบร้อย ซึ่งลูกชายผมครอบครองมาเกือบ 10 ปีแล้ว ” รองนายกฯ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรที่เรื่องนี้เล่นกันไม่เลิก เพราะล่าสุดก็พุ่งเป้าไปที่ลูกชายท่านว่าทำอาชีพอะไร ทำไมมีเงินมาซื้อที่ดินได้ นายสุเทพ กล่าวว่า คนที่สุราษฎร์ธานี รู้จักลูกชายตนดี เพราะเขามีอาชีพเป็นสุจริตชน ทำสวนยาง สวนปาล์ม มีฟาร์มเลี้ยงกุ้ง ซึ่งปัจจุบันมีผลผลิตจากบ่อกุ้งที่ขายทุกปี ปีละประมาณ 5 - 6 พันตัน มียอดขายประมาณ 500 - 600 ล้านบาท ซึ่งก็ตรวจสอบได้ แต่การตั้งข้อกล่าวหาเช่นนี้ ก็ต้องดูว่าเป็นธรรมหรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมจึงมีการพุ่งเป้าไปที่ลูกชายท่านเพียงคนเดียว เพราะก็มีคนอื่นที่เป็นเจ้าของที่ดินบนเขาแพงอีกหลายคน นายสุเทพ กล่าวว่า “ก็เพราะเป็นลูกชายผมไง เขาตั้งเป้าที่จะเล่นงานผม เพราะฉะนั้นก็คงไม่แปลกอะไร เรื่องนี้ผมไม่อยากตอบอะไร เพราะผมก็เตรียมการที่จะสู้คดีอยู่แล้ว ความจริงจะต้องปรากฏ ไม่มีปัญหาอะไร และไม่หนักใจอะไรเลย ส่วนกรณีของคุณนิพนธ์ พร้อมพันธ์ นั้น ผมไม่ขอพูดถึง”



