
โจ๋เมืองตรังดุ!ควงลูกซองสั้นยิงนร.ชั้นม.6ดับ
นักเรียนชั้น ม.6 รร.ดัง ขี่จยย.กลับจากเชียร์ซ้อมกีฬาสีที่สนามกีฬา ขากลับเจอกลุ่มวัยรุ่นขี่จยย.ตวาดเฮ้ย ก่อนถูก 2 โจ๋ซิ่ง จยย.ควงลูกซองสั้นตามประกบจ่อยิงดับ 1 ส่วนอีกคนรอด เบื้องต้นตำรวจไม่ปักใจเชื่อคำให้การเพื่อนคนตาย เชื่อขัดแย้งส่วนตัวเรื่องแฟนสาว
เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 24 มิ.ย.พ.ต.ท.สุนันท์ สังข์สวัสดิ์ สารวัตรเวร สภ.เมืองตรัง รับแจ้งเหตุยิงกันบริเวณบนถนนในหมู่บ้านวัดไทรงาม-บ้านต้นปรง หมู่ที่ 3 ต.นาตาล่วง อ.เมืองตรัง หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.ท.เมธี จันทร์งาม รอง ผกก.สส.และชุดสืบสวน
ที่เกิดเหตุพบจยย.ฮอนด้าเวฟ สีบอร์น ขจท-9 ตรัง ของผู้ได้รับบาดเจ็บล้มตะแคงอยู่ ส่วนคนเจ็บถูกนำส่ง รพ.ตรังก่อนหน้านี้ ทราบชื่อภายหลัง คือ นายปัฐวี บุญส่ง อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 60/6 หมู่ 3 ต.นาตาล่วง อ.เมืองตรัง มีบาดแผลถูกยิงด้วยปืนลูกซองสั้น เข้าที่บริเวณสะบักชวา 1 นัด อาการสาหัส เนื่องจากเสียเลือดมาก ขณะนี้แพทย์กำลังเร่งผ่าตัดช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ และเสียชีวิตในเวลา 23.20 น เนื่องจากไม่สามารถทนพิษบาดแผลได้ไหว
จากการสอบปากคำนายภพ (นามสมมุติ) นร.ชั้น ม.6 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ตรัง เพื่อนคนเจ็บ ให้การว่านายปัฐวีผู้ตายเป็นนักเรียนชั้น ม.6/1 โรงเรียนเดียวกับตน แต่คนละห้อง โดยก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ขับจยย.คันดังกล่าว โดยมีตนเป็นคนนั่งซ้อนท้าย กลับจากไปไปเชียร์ซ้อมกีฬาสี ที่สนามกีฬาเทศบาลนครตรัง โดยใช้เส้นทางสายดังกล่าวมุ่งหน้ากลับบ้าน
ระหว่างทางพอขับมาถึงจุดเกิดเหตุก็มีวัยรุ่นขับจยย.มากัน 4 คัน จากนั้นในกลุ่มชายวัยรุ่นที่ขับรถมาเป็นกลุ่มก็ตะโกนเสียงดังออกมาเฮ้ย เมื่อได้ยินดังนั้นทางฝ่ายตนก็ไม่ได้โต้ตอบอะไร จึงขับรถกลับบ้านตามปกติ พอขับเลยมาถึงถนนในหมู่บ้านห่างโรงงานผลิตหนังปลากะเบน ประมาณ 50 เมตร ก่อนถึงบ้านผู้ตายประมาณ 100 เมตร ก็มีคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น 2 คน นั่งซ้อนท้าย จยย.ฮอนด้าเวฟ ไม่ทราบสี ยี่ห้อและทะเบียน ขับประกบตามหลังมา ทันใดนั้นไม่มีใครคาดคิด คนนั่งซ้อนท้ายได้ใช้อาวุธลูกซองสั้นจ่อยิงเพื่อนตนในระยะเผาขน 1 นัด จนได้รับบาดเจ็บ ทำให้รถเสียหลักล้มลง ส่วนคนร้ายก็ขับรถหลบหนีไป และเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา
เบื้องต้นตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของนายภูริภพ ที่ปฏิเสธว่าไม่ทราบสาเหตุที่ผู้ตายถูกยิงมาจากเรื่องใด ซึ่งเป็นไปไม่ได้ว่านายภูริภพจะไม่ทราบ และไม่รู้จักกลุ่มวัยรุ่นที่พูดตะโกนตวาดก่อนถูกยิง เพราะถ้าหากคนร้ายตั้งใจยิงจริงนายภูริภพซึ่งนั่งซ้อนท้ายอยู่ด้วยก็ไม่รอดคมกระสุน แต่เป้าหมายหลักของคนร้ายพุ่งเป้าหมายสังหารเอาชีวิตผู้ตายเพียงคนเดียว จึงเชื่อว่าชนวนเหตุความขัดแย้งน่ามาจากเรื่องส่วนตัว โดยเฉพาะเรื่องแฟนสาวของผู้ตาย ที่กำลังคบหากันอยู่ ซึ่งทางตำรวจจะได้เรียกผู้ใกล้ชิดผู้ตายมาสอบปากคำ เพื่อหาสาเหตุการตายที่จริง และจะได้รวบรวมพยานหลักฐานติดตามมือปืนที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกกหมายต่อไป



