ข่าว

รายงาน-อย่าประมาท "เกมนอกสภา"

รายงาน-อย่าประมาท "เกมนอกสภา"

23 มี.ค. 2552

ผ่านไปแบบฉลุย สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วาง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กับอีก 5 รัฐมนตรี ด้วยคะแนนไว้วางใจใกล้เคียงกันตามเสียงสนับสนุนของซีกรัฐบาล

แม้ว่าศึกซักฟอกกลางสภาเที่ยวนี้จะผ่านไปด้วยลีลาเก่าๆ เห็นได้จากโพลล์หลายสำนักที่ออกมาฟันธงตรงกันว่าอภิปรายเที่ยวนี้ ประเทศชาติและประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไร

 แต่กลับเป็นเวที "ลากไส้ฝ่ายตรงข้าม" โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ แกนนำพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะความไม่ชอบมาพากลในงบบริจาคพรรคการเมือง ที่ฝ่ายค้านหวังขยายผลนำไปสู่การยุบพรรคเก่าแก่ในที่สุด

 เพราะนี่คือยุทธศาสตร์ของพรรคฝ่ายค้านต้องการแฉให้สังคมเห็นว่าคุณธรรมและจริยธรรมของนักการเมืองในค่ายประชาธิปัตย์ไม่ได้แตกต่างจากพรรคการเมืองอื่นๆ

 แม้ว่าข้อมูลที่ฝ่ายค้าน โดย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน และประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ผู้นำการอภิปรายออกมาแฉ จะไม่สามารถใช้เป็นหมัดน็อกรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์กลางสภาได้

 เพราะสุดท้ายอดีตขุนพลพรรคประชาธิปัตย์ ยุคทศวรรษใหม่ ไม่ว่าจะเป็น ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง อดีตเลขาธิการพรรค บัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.สัดส่วน อดีตหัวหน้าพรรค และ นิพนธ์ บุญญามณี ส.ส.สัดส่วน อดีตรองเลขาธิการพรรค ต่างดาหน้าออกมาปัดสวะให้พ้นตัวไปได้ในที่สุด

 แม้ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเอาตัวรอดกลางสภาได้ด้วยความอ่อนด้อยประสบการณ์ของพรรคฝ่ายค้าน แต่หลังจากนี้เกมการเคลื่อนไหวนอกสภาจึงน่าจับตายิ่ง

 จะเห็นได้ว่าฝ่ายค้านไม่ต้องการใช้เวทีในสภาอันทรงเกียรติในการทำหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของข้อมูลที่แทบไม่มีอะไรใหม่ รวมไปถึงพฤติกรรมแจกนิ้วกลาง โชว์ของลับดังลั่นกลางสภา

 เป้าประสงค์ที่แท้จริงการอภิปรายเที่ยวนี้ กลับปูทางนำไปสู่ "เกมการเคลื่อนไหวนอกสภา"

 โดยเฉพาะปมปริศนางบประมาณ 258 ล้านบาท ที่ บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ว่าจ้าง บริษัทเมซไซอะ บิซิเนส แอนด์ ครีเอชั่น ในการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์บริษัท

 ที่พรรคฝ่ายค้านเตรียมขยายประเด็นต่อด้วยการขู่เตรียมยื่นหลักฐานเอกสารทั้งหมดให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบ นำไปสู่การยุบพรรคประชาธิปัตย์

 จนทำให้ สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เริ่มออกอาการหวั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด ถึงขนาดออกมาท้าให้ "ร.ต.อ.เฉลิม" รีบส่งเอกสารหลักฐานให้ กกต.โดยเร็ว เพื่อจะทำให้พรรคเพื่อไทยกลายเป็นสัมภเวสีอีกครั้ง

 ในข้อหาพรรคการเมืองหรือบุคคลใด สมคบหรือรู้เห็นเป็นใจ ทำให้บุคคลอื่น หรือ กกต.มีความเชื่อหรือสำคัญผิดว่าพรรคการเมืองการใด มีความผิดถึงขั้นต้องถูกยุบพรรค บุคคลนั้นต้องได้รับโทษ และพรรคการเมืองนั้นก็มีสิทธิ์ถูกยุบพรรคเช่นเดียวกัน
 เกมนี้พรรคฝ่ายค้านสามารถดิสเครดิต พรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นผลสำเร็จจนทำให้กลายเป็นตราบาปติดตัวพรรคการเมืองอันเก่าแก่ตลอดไป จนกว่าจะได้รับการพิสูจน์จาก กกต.และกรมสอบสวนคดีพิเศษ

 สำหรับเป้าหมายต่อไปของพรรคฝ่ายค้าน คงหนีไม่พ้น กษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ ศัตรูทางการเมืองคนสำคัญของพรรคเพื่อไทย ที่พลพรรคเพื่อไทยต่างดาหน้าออกมาถล่มเอาเรื่องเก่ามาแฉ โดยเฉพาะพฤติกรรมในอดีต ที่ทำให้คนฟังต้องสะดุด
 โดยเฉพาะกับข้อมูลของ ส.ส.หน้าใหม่ วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย ที่ออกมาระบุพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมัยรับราชการเป็นทูตประจำประเทศต่างๆ ที่เคยทะเลาะกับทูตและข้าราชการด้วยกัน ทั้งทูตแรงงานขณะประจำอยู่ประเทศญี่ปุ่น อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายการพาณิชย์ ทั้งยังชกต่อยนักเรียนทุนในรัสเซีย

 มีพฤติกรรมแสดวงหาผลประโยชน์ บีบบังคับขอเปียโนจากผู้ส่งออกสินค้า ขอตั๋วเครื่องบินจากการบินไทย 500 ใบต่อปี อ้างเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ

 ก่อนที่จะออกมาปิดท้ายถามหาคนชื่อ “เป๊ปซี่” เจ้าพ่อค้าเงินในตลาดมืด

 ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คะแนนความไว้วางใจ "กษิต" ต่ำกว่ารัฐมนตรีรายอื่นๆ

 เกมจึงเข้าทางพรรคฝ่ายค้าน ที่ออกมาเรียกร้องให้ "อภิสิทธิ์" ปรับ "กษิต" พ้นเก้าอี้บัวแก้ว

 พร้อมทวงถามหาสปิริต "กษิต" เหมือนกับกรณีของ นพดล ปัทมะ อดีต รมว.การต่างประเทศ ที่ได้คะแนนไว้วางใจน้อยที่สุด เมื่อครั้งอภิปรายรัฐบาล สมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี จนทำให้ "นพดล" ต้องประกาศไขก๊อก

 ซึ่งทั้งหมดนี้พรรคฝ่ายค้านรู้ดีตั้งแต่ต้นว่า ไม่สามารถที่จะทำให้รัฐบาลโดยพรรคประชาธิปัตย์ระคายผิวได้ เพราะล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนที่จะเข้ามาบริหารประเทศในช่วงร่วม 3 เดือนเศษที่ผ่านมา

 ในเมื่อชกไม่เข้าเป้า แต่ฝ่ายค้านก็ยังได้ถือโอกาสนี้อภิปรายถ่ายทอดสดผ่านสภาเพื่อปลุกระดมมวลชนคนเสื้อแดง แถมนำมาฉายซ้ำทางสถานีดีสเตชั่น อย่างต่อเนื่อง

 ปูทางรับมือการชุมนุมใหญ่ของมวลชนเสื้อแดง ในวันที่ 26 มีนาคมนี้ หลังจากเลื่อนระยะเวลาให้เร็วขึ้นจากเดิม 29 มีนาคม เพราะอย่างน้อยที่สุดก็เป็นปลุกเร้าอารมณ์ก่อนที่จะถึงวันจริง รับการโฟนอินของ "นายใหญ่"

 เมื่อแผนล้มรัฐบาลกลางสภาไม่สำเร็จ จึงต้องขุด "เกมนอกสภา" ขึ้นมาเล่นต่อ

 งานนี้รัฐบาลจึงอย่าเพิ่งตีปีกดีใจไป เพราะศึกหนักนอกสภากำลังรออยู่เบื้องหน้า  !!!

 บัญชา แข็งขัน