
เล็งลดภาษีตรึงดีเซลแถมแอลพีจี-เอ็นจีวีต่ออีก6เดือน
"มั่น"ดันลดราคาดีเซลลิตรละ 2 บาท เล็งเสนอ กพช.หาทางช่วยประชาชน แจงทำได้ทั้งลดเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ และลดภาษี ยันรัฐเข้าแทรกแซงได้ตามความเหมาะสม ด้านพลังงานชงตรึงแอลพีจี-เอ็นจีวีต่ออีก 6 เดือน
ตามที่สถานการณ์ราคาน้ำมันในปัจจุบันมีแนวโน้มสูงขึ้น จนราคาน้ำมันดีเซลใกล้ถึงลิตรละ 30 บาท ซึ่งตามนโยบายของรัฐบาลจะต้องตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกินราคาลิตรละ 30 บาทนั้น เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน นายมั่น พัธโนทัย รมช.คลัง เปิดเผยว่า ได้รับมอบนโยบายจากนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ให้เป็นกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ซึ่งจะมีการประชุมวันที่ 28 มิถุนายนนี้ และจะมีการพิจารณาช่วยเหลือประชาชน ในส่วนของราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นด้วย
นายมั่นกล่าวว่า เตรียมเสนอในที่ประชุม กพช.พิจารณาว่าจะสามารถช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างไรบ้าง เพราะราคาน้ำมันขายปลีกหน้าปั๊มมีต้นทุนจากหลายส่วนประกอบกัน เช่น ใช้ราคาหน้าโรงกลั่นจากประเทศสิงคโปร์ ภาษีสรรพสามิต ภาษีท้องถิ่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม กองทุนน้ำมัน และกองทุนอนุรักษ์พลังงาน รวมถึงปั๊มน้ำมันก็คิดค่าการตลาด ดังนั้นจะพยายามหารือ เพื่อลดราคาน้ำมันดีเซลลงให้ได้จากต้นทุนเหล่านี้ประมาณลิตรละ 2 บาท
"ผมในฐานะที่ทำธุรกิจและอยู่ในวงการน้ำมันมากว่า 20 ปี รู้ดีว่าราคาน้ำมันขายปลีกมีการคิดต้นทุนจากหลายส่วน จึงต้องดูความเหมาะสมว่าจะหาทางลดราคาน้ำมันขายปลีกหน้าปั๊มจากส่วนไหนได้บ้าง เพราะอุตสาหกรรมในประเทศไทยต้องพึ่งพาน้ำมันเพื่อขนส่งและทำธุรกิจจำนวนมาก ซึ่งส่วนนี้ก็มีช่องทางจะช่วยเหลือได้ อาจเป็นการลดเงินเข้ากองทุนน้ำมัน ลดภาษีสรรพสามิต หรือลดภาษีท้องถิ่น โดยจะพยายามช่วยลดให้ได้ลิตรละ 2 บาท" นายมั่น กล่าว
รมช.คลัง กล่าวอีกว่า การคิดราคาน้ำมันในปัจจุบัน โดยปล่อยให้ราคาน้ำมันลอยตัวตามกลไกตลาดถือเป็นเรื่องสำคัญ แต่เมื่อความจำเป็นที่จะต้องช่วยเหลือภาคธุรกิจ รัฐก็สามารถเข้ามาแทรกแซงได้ เช่น ที่รัฐจ่ายชดเชยกรณีก๊าซธรรมชาติ
ขณะที่ นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า การปรับลดหรือขึ้นราคาน้ำมันแต่ละประเภทขึ้นกับ กพช.เป็นหลัก ซึ่งกรมสรรพสามิตเองก็จัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันตามนโยบายของ กพช. การจะช่วยเหลือเกษตรกรที่เดือดร้อนจากราคาน้ำมันปรับตัวสูงหรือช่วยเหลือกลุ่มธุรกิจประมงใดๆ นั้น ต้องพิจารณาจากนโยบายภาพรวม ทั้งนี้ ปัจจุบันแม้ราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกจะปรับตัวสูงเกือบลิตรละ 30 บาท แต่ก็ยังอยู่ในระดับราคาเดียวกับเมื่อ 3 ปีก่อน ถือเป็นราคาปกติ หากยังไม่ถึงลิตรละ 30 บาท
"จากราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้การจัดเก็บของกรมสรรพสามิตดีขึ้นมาก โดยคาดว่าสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ กรมจะจัดเก็บได้สูงถึง 3.4 แสนล้านบาท สูงกว่าเป้าทั้งปีเดิมที่ 2.91 แสนล้านบาทแล้ว คาดว่าถึงสิ้นปีงบประมาณ 2553 หรือสิ้นเดือนกันยายนนี้ จะจัดเก็บได้สูงถึง 3.8 แสนล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเป้า 9 หมื่นล้านบาท โดยรับอานิสงส์จากราคาน้ำมันและรถยนต์ที่ส่งออกดี และผลิตในประเทศเต็มกำลังการผลิต โดยได้รับผลจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวดี" นายอารีพงศ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม จากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูง ส่งผลให้มีการลักลอบนำเข้าน้ำมันเถื่อนสูงขึ้นด้วย โดยสามารถจับกุมและดำเนินคดีได้เพิ่มถึง 40% จากเดิม ผ่านด่านชายแดน 3 จังหวัดภาคใต้สูงที่สุด
ทั้งนี้ ปัจจุบันราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกอยู่ที่ลิตรละ 28.89 บาท ต้องจ่ายภาษีสรรพสามิตที่ลิตรละ 5.31 บาท นำส่งเข้ากองทุนน้ำมันที่ 0.65 บาท ส่วนน้ำมันดีเซล บี 5 จ่ายภาษี 5.04 บาทต่อลิตร ส่งเข้ากองทุน 0.50 บาทต่อลิตร, เบนซิน 95 จ่ายภาษี 7 บาทต่อลิตร เข้ากองทุน 7.50 บาทต่อลิตร, เบนซิน 91 ภาษี 7 บาทต่อลิตร เข้ากองทุน 6.70 บาทต่อลิตร, โซฮอล์ 95 ภาษี 6.30 บาทต่อลิตร เข้ากองทุน 2.80 บาทต่อลิตร และโซฮอล์ 91 ภาษี 6.30 บาทต่อลิตร และเข้ากองทุน 1.40 บาทต่อลิตร
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) วันที่ 28 มิถุนายนนี้ กระทรวงพลังงานจะเสนอให้ตรึงราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) และก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) ออกไปอีก 6 เดือน ซึ่งจะทำให้ราคาขายก๊าซแอลพีจี และเอ็นจีวีอยู่ที่ 18.13 บาทต่อกิโลกรัม และ 8.50 บาทต่อกิโลกรัม ต่อไป โดยมีผลตั้งแต่หลังสิ้นสุดมาตรการ “ลดภาระค่าพลังงานให้กับประชาชน” ในเดือนสิงหาคม 2553-กุมภาพันธ์ 2554 เนื่องจากเห็นว่า แม้ภาวะเศรษฐกิจประเทศจะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง แต่ก็ยังไม่กลับคืนสู่ภาวะปกติ ดังนั้น เพื่อแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชนไปอีกระยะ กระทรวงพลังงานจึงตัดสินใจตรึงราคาแอลพีจีทุกภาคส่วน รวมทั้งตรึงราคาเอ็นจีวีต่อไปด้วย
"เชื่อว่าการตรึงราคาแอลพีจี และเอ็นจีวี จะไม่ส่งผลกระทบต่อฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพราะปัจจุบันเงินกองทุนน้ำมันฯ สุทธิอยู่ที่ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท และยังมีเงินไหลทุกเดือนต่อเนื่อง ดังนั้นหากกระทรวงพลังงานตรึงราคาแอลพีจี และเอ็นจีวีไปอีก 6 เดือน คาดว่าต้องใช้เงินอุดหนุนประมาณ 6,000 ล้านบาท ซึ่งกองทุนน้ำมันฯยังมีฐานะการเงินที่รองรับได้" รมว.พลังงานกล่าว
ส่วนค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ หรือ ค่าเอฟที ที่จะสิ้นสุดมาตรการลดภาระค่าพลังงานให้ประชาชนเดือนสิงหาคมนี้เช่นกันนั้น คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) หรือเรกูเลเตอร์ กำลังรวบรวมข้อมูลประกอบการพิจารณาเพื่อเสนอที่ประชุม กพช.ตัดสินใจว่าจะตรึงค่าเอฟทีต่อไปหรือไม่
นอกจากนี้ ในการประชุม กพช.สัปดาห์หน้ายังจะพิจารณาอัตราส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า หรือแอดเดอร์ใหม่ด้วย โดยจะปรับลดค่าแอดเดอร์ในส่วนการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จากเดิม 8 บาทต่อหน่วย แต่จะปรับเป็นอัตราเท่าใดนั้นอยู่ระหว่างหาข้อสรุป ส่วนพลังงานทดแทนประเภทอื่นๆ เช่น ลม น้ำ ขยะ ยังคงใช้แอดเดอร์ในอัตราเดิม



