
"ยิงโหด-ย่างสด"แก๊งค้ายา...ประกาศศักดา
พระนครศรีอยุธยาเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงถล่มเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างสยดสยองในเวลาไล่เลี่ยกันถึง 2 คดี ครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน กลุ่มมือปืนขับรถยนต์ไล่ยิง สมชาย พ่วงจิต อายุ 36 ปี และ ปรีชา ศุภโภชน์ อายุ 36 ปี กระทั่งรถยนต์เสียหลักตกลงไ
ถัดมาเพียงแค่ 2 วัน เกิดเหตุลักษณะใกล้เคียงกัน เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งว่ามีรถยนต์ชนกับต้นไม้จนเกิดเพลิงลุกไหม้ บริเวณหน้าโรงเจ ตั่วเจ เสติกโพธิ์สัก หมู่ 3 ต.ชะแมบ อ.วังน้อย ห่างจากถนนพหลโยธิน กม.ที่ 70 ขาขึ้นสระบุรีเข้าไปตามถนนประมาณ 1 กม. เมื่อไปถึงพบพนักงานดับเพลิงของ อบต.ชะแมบ ควบคุมเพลิงไว้ได้
ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้าซีวิค ทะเบียน ฌล 7035 กรุงเทพมหานคร ด้านข้างประตูรถมีร่องรอยกระสุนเป็นรูพรุนหลายแห่ง และบริเวณพื้นถนนพบปลอกกระสุนปืนอาก้าตกอยู่ประมาณ 6 ปลอก และกระสุนที่ยังไม่ได้ใช้งานอีก 2 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
ต่อมา พ.ต.อ.กรเอก เพชรไชยเวส รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.มงคล วรุณโณ ผกก.สภ.อ.วังน้อย พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ วาพันสุ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.สมพงษ์ แสดงฤทธิ์ สว.สส. และชุดสืบสวน ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่า ภายในรถมีผู้เสียชีวิต 2 คนสภาพถูกเพลิงไหม้เกรียม
หนึ่งในผู้เสียชีวิตซึ่งทำหน้าที่ขับรถ ทราบชื่อต่อมาคือ ประสิทธิ์ ตรีโสภณ อายุ 45 ปี เนื่องจากญาติเดินมาดูและจำพระเครื่องเลี่ยมทองและแหวนหลวงพ่อผัน วัดราษฎร์เจริญ อ.หนองแค จ.สระบุรี ที่พบในตัวผู้ตายได้ ขณะที่เบาะด้านข้างเป็นชายไม่ทราบชื่อ
จากการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายประสิทธิ์ไม่ได้ทำงานเป็นหลักแหล่ง เคยถูกตำรวจพระนครศรีอยุธยาจับกุมและถูกตัดสินจำคุกเพิ่งพ้นโทษออกมาเพียงปีเศษ ก่อนถูกตำรวจทางหลวงจับกุมพร้อมของกลางยาบ้า 100 เม็ดเมื่อปีที่แล้ว คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาล หลังจากนั้นได้รับการประกันตัวออกมา โดยที่ญาติไม่เคยพบเจอเนื่องจากไม่ได้กลับบ้านมานานแล้ว
“นายประสิทธิ์เพิ่งพ้นโทษออกมาได้ไม่นาน ก็กลับเข้าสู่วงจรค้ายาบ้าอีกครั้ง โดยทำหน้าที่ปล่อยยาบ้ารายใหญ่ ซึ่งตำรวจทั้ง สภ.วังน้อย และชุดสืบสวนภาค 1 เฝ้าติดตามอยู่ กระทั่งถูกตำรวจทางหลวงจับกุมได้ในท้องที่ สภ.พระอินทร์ราชา อ.บางปะอิน พร้อมยาบ้า 100 เม็ด แนวทางการสืบสวนจึงเชื่อว่าน่าจะมีเหตุจากเรื่องหักผลประโยชน์ระหว่างแก๊งยาบ้าด้วยกัน“ แหล่งข่าวในชุดสืบสวนระบุ
ส่วนกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามขับรถยนต์ไล่ยิง สมชาย พ่วงจิต และ ปรีชา ศุภโภชน์ เมื่อ 2 วันก่อน จากการค้นรถยนต์ของเหยื่อพบยาบ้ากว่า 300 เม็ดภายในกระเป๋ากางเกงด้านซ้ายของนายปรีชา ชุดสืบสวนมีข้อมูลว่านายสมชายเคยมีประวัติถูกจับคดีครอบครองและจำหน่ายยาบ้า และเคยถูกคนร้ายตามไล่ยิงขณะขับรถมาแล้ว แต่โชคดีหนีรอดมาได้ ทำให้นายสมชายเวลาเดินทางไปไหนมาไหน มักพกอาวุธปืนติดตัวตลอดเวลาเพราะรู้ว่าถูกปองร้าย
"ทั้งสองคดีเกิดขึ้นในวันเวลาที่ใกล้เคียงกัน เหยื่อบางคนมีประวัติและมีรายชื่อในบัญชีดำยาเสพติด ตามแนวทางการสืบสวนเชื่อว่าสาเหตุมาจากเรื่องหักหลังผลประโยชน์ทั้ง 2 คดี คดีล่าสุดสันนิษฐานได้ว่า เหยื่ออาจมาพบใครบางคนบนถนนเส้นนี้ แล้วถูกไล่ล่าโดยคนร้ายมาจากถนนสายเอเชียผ่านทางวัดชูจิตร แล้วขับรถไล่ยิงรถของนายประสิทธิ์จนเสียหลักชนต้นไม้ จากนั้นตามลงมายิงซ้ำกระทั่งเกิดไฟลุกท่วม เชื่อว่าประเด็นการสืบสวนน่าจะมุ่งไปที่เรื่องหักหลังผลประโยชน์กันเอง ทางชุดสืบสวนกำลังตรวจสอบว่าเหยื่ออีกรายที่ยังไม่ทราบชื่อเป็นใคร และจะติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป“ พ.ต.อ.กรเอกกล่าว
ด้านพล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผบช.ภ.1 กล่าวว่า ทั้งสองคดีมีลักษณะคล้ายกันคือ ถูกคนร้ายใช้อาวุธสงครามไล่ยิง พบยาบ้าในตัวผู้เสียชีวิต และผู้เสียชีวิตบางคนมีประวัติเกี่ยวพันกับยาเสพติด แต่ทั้งสองเหตุจะเชื่อมโยงกันหรือไม่ ยังตอบไม่ได้ ต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับคนตายทั้งหมดเสียก่อนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกันหรือเปล่า



