ข่าว

ก่อนใบไม้จะร่วง

ก่อนใบไม้จะร่วง

25 มิ.ย. 2553

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมไปงานละสังขารของผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ 2 รายด้วยกัน ท่านหนึ่งนั้นมีสิริอายุ 70 กว่าปี ส่วนอีกท่านมีสิริอายุรวม 98 ปี ทั้งสองงานจัดที่วัดในกรุงเทพฯ และมีลูกหลานญาติมิตรไปร่วมอาลัยอย่างเนืองแน่น ซึ่งเป็นเครื่องแสดงถึงคุณงามความดีที่ท่า

 และจากงานของท่านผู้ใหญ่ทั้งสองทำให้ผมเกิดอนุสติหลายประการ ประการแรกก็คือค่าของคนนั้น อยู่ที่ผลแห่งการกระทำของตนเอง และการที่มีคนยกยอปอปั้นในยามที่มีอำนาจวาสนานั้น ไม่แท้จริงเท่ากับการที่ได้รับการยกย่องสรรเสริญเมื่อปราศจากยศหรืออำนาจที่จะเอื้อประโยชน์ต่อผู้ใดได้ เพราะอย่างหลังนั้นเป็นสิ่งที่เกิดจากความเลื่อมใสศรัทธาและจิตใจอันบริสุทธิ์

 เมื่อสมัยที่ผมยังเล็กๆ นั้น ผู้หลักผู้ใหญ่จะรักษาเกียรติ รักษาความดี อย่างเคร่งครัด เพราะเป็นห่วงว่าเมื่อตัวเองเสียชีวิตไปแล้ว ลูกหลานที่ยังอยู่จะถูกตราหน้าว่าเป็นลูกเป็นหลานของคนขี้ฉ้อ ขี้โกง ผิดกับสมัยนี้ที่คิดเห็นว่าการคดโกงเป็นเรื่องปกติ ใครๆ ก็ทำกัน คนที่ไม่คดไม่โกงนั่นซิคือคนโง่ ทั้งนี้ ก็เพราะคนปัจจุบันยกย่องคนที่มีเงิน มีวัตถุ มีเครื่องบริโภค โดยไม่คำนึงว่าเงินทองข้าวของนั้นได้มาจากทางไหน ผมยังเคยนึกเล่นๆ ว่า ถ้าคนไทยหันกลับไปรักษาเกียรติ รักษาความดี เช่นคนสมัยก่อน และเลิกกราบไหว้คนเลวๆ ที่ร่ำรวย สังคมไทยก็คงจะดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในเวลานี้

 ประการที่สอง ผมมีความคิดว่าชีวิตของผู้ใหญ่ที่ดีๆ นั้น น่าจะได้รับการบันทึกไว้เป็นสมบัติอันมีค่าของชาติ เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาและดูเป็นแบบอย่าง เพราะผู้ใหญ่แต่ละท่านล้วนมีวิชาความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ในการทำงานอย่างมากมาย ซึ่งหลายๆ เรื่อง เป็นเรื่องที่น่ารู้ น่าสนใจ หรือมีความสำคัญต่อบ้านเมือง ซึ่งการบันทึกนั้น อาจเป็นในรูปของบันทึกความทรงจำโดยเจ้าตัวเอง หรือเป็นการเขียนประวัติโดยผู้อื่นเป็นผู้เขียนให้ก็ได้

 ประการที่สาม ผมเห็นว่าบุคคลที่ได้ทำประโยชน์แก่แผ่นดิน ที่มีอายุยืนนานนั้น สมควรจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากภาครัฐ ในฐานะของปูชนียบุคคล เช่นการบริการด้านสุขภาพอนามัย การจัดกิจกรรมต่างๆ การสันทนาการ และให้เกียรติในวาระอันควร เป็นต้น แทนที่จะปล่อยให้เป็นแค่ใบไม้แห้งที่รอวันหลุดร่วง ใบแล้วใบเล่า

 โลกในอนาคตนั้น จะเป็นโลกของคนแก่ เนื่องจากมนุษย์มีอายุที่ยืนยาวขึ้น อันเป็นผลจากวิวัฒนาการทางการแพทย์ และโภชนาการ รวมทั้งวิทยาการใหม่ๆ ในการชะลอความชรา หรือซ่อมแซมอวัยวะส่วนที่สึกหรอ ขณะเดียวกันอัตราการเกิดของทารกก็ลดน้อยลง เพราะคนหนุ่มสาวไม่ประสงค์จะมีภาระในการเลี้ยงดูบุตร และสภาวะทางเศรษฐกิจที่บีบคั้น ดังนั้น เราจึงควรจะต้องเตรียมตัวที่จะรองรับปัญหาประชากรสูงวัยเสียตั้งแต่บัดนี้ และหาทางมิให้คนแก่เป็นภาระของสังคม หากแต่มองให้เห็นถึงความเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของชาติ

 ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะพูดไปสองไพเบี้ย แต่ผมก็คิดว่าการที่ได้พูดย่อมดีกว่าการนิ่งเฉย ต่อให้การนิ่งนั้นจะมีค่าสักกี่ตำลึงทองก็ตาม